เพราะชีวิตไม่ติดล้อ กนกวรรณ นาคนาม

-

“มีคนพิการหลายคนที่ไม่กล้าออกไปข้างนอกเพราะกลัวสายตาคนอื่น ที่จริงตัวคนพิการเองอาจคิดมากเกินไป บางทีเขาอาจมองด้วยความสงสัย หรือมองมาด้วยความที่อยากช่วยเหลือ หรือมองมาด้วยความชื่นชม ซึ่งเราไม่อาจคิดแทนได้ มันอยู่ที่ความคิดเรามากกว่าว่าคุณมองตัวเองยังไง ให้เกียรติตัวเองขนาดไหน” คุณ ‘หญิง’ กนกวรรณ นาคนาม เปิดใจในฐานะคนพิการผู้ใช้ชีวิตบนวีลแชร์ แต่ยังท่องเที่ยวโลดแล่นอย่างอิสระ ไม่ต่างจากเดินสองขาตามปกติ แค่เปลี่ยนอุปกรณ์เท่านั้น จนเกิดเพจ Yooyingsopa: ชีวิตบนวีลแชร์ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครเปลี่ยนมุมมองใหม่เกี่ยวกับคนพิการ

เปิดเพจ Yooyingsopa: ชีวิตบนวีลแชร์

“ตอนอายุ 29 หญิงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ไขสันหลังพิการ ตั้งแต่ระดับอกลงมาถึงขา ต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนวีลแชร์ ช่วงแรกเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่เราจะช็อกกับการเดินไม่ได้ตลอดชีวิต นึกไม่ออกว่าชีวิตต่อไปจะเป็นยังไง เราจะต้องติดเตียงเหมือนที่ได้ยินมา บางครั้งหลอกตัวเองว่ามันอาจจะฟื้นตัวได้นะ แต่พอทำทุกอย่างเต็มที่ กายภาพฟื้นฟูก็แล้ว เลยเริ่มรู้ว่าต้องใช้ชีวิตบนวีลแชร์ไปตลอด คิดเสียดายช่วงก่อนหน้านี้ที่เคยเดินได้ แต่พอเวลาผ่านไป เราค่อยๆ ตกผลึกคิดได้ ว่าต้องไปข้างหน้าอย่างเดียวเท่านั้น ก็ตัดสินใจไปต่อ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เมื่อมองย้อนไปจึงได้เห็นว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมาก็เป็นช่วงที่ดีเช่นกัน

“หญิงเฝ้าสังเกตคนที่นั่งวีลแชร์คนอื่นๆ แล้วพยายามปรับใช้ชีวิตตามเขา ช่วงชีวิตเริ่มฝึกเคลื่อนย้ายตัว ก่อนจะค่อยไปเที่ยว จึงรู้ว่าเอาเข้าจริงเราก็ใช้ชีวิตบนวีลแชร์ได้นี่ เลยตั้งใจทำเพจนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนพิการที่ไม่กล้าออกมาใช้ชีวิตในสังคม ให้พวกเขาเห็นแล้วมีความกล้า เพิ่มความมั่นใจ หญิงจะบอกวิธีการรับมือเรื่องต่างๆ หรือเตรียมตัวออกไปข้างนอก หรือแนะนำสถานที่ซัปพอร์ตการใช้วีลแชร์เพื่อให้เขาใช้ชีวิตบนวีลแชร์ได้สะดวก อยากสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมคนพิการด้วยกันเอง รวมทั้งคนปกติธรรมดาที่กำลังท้อแท้ ให้เขาเห็นว่า ต่อให้อยู่บนวีลแชร์เราก็ยังใช้ชีวิตได้เลย ถ้าคุณเจอปัญหาหนักๆ เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปนะ อยากให้มีกำลังใจในการสู้ชีวิตต่อไป” 

ประตูสู่ชีวิตใหม่

“หลายคนมักคิดว่าคนใช้วีลแชร์ต้องเป็นคนสูงวัย เลยไม่ค่อยชินที่มีวัยรุ่นใช้วีลแชร์ออกมาเที่ยว ช่วงแรกที่ออกไปข้างนอก หญิงเคยเจอคนมองตั้งแต่หัวจรดเท้า เราไม่รู้ว่าเขามองแล้วคิดอะไร แต่ก็ส่งยิ้มให้เขา เขาก็ยิ้มตอบ ถ้าคิดในแง่ลบก็เป็นทุกข์กับเราเอง เพราะเขามองเราผ่านมาแล้วผ่านไป แต่ความคิดลบที่เราคิดเอาเองก็ฝังใจเราตลอด หญิงอยากมีความสุขนะ ชีวิตมันสั้นมาก หญิงผ่านความเป็นความตายมาแล้ว ได้กลับมามีชีวิตที่สอง แม้จะใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งก็ตาม แต่อย่างน้อยเรายังมีชีวิตอยู่ ยังเป็นกำลังใจให้ใครต่อใครได้ ให้คนที่เรารักและรักเรา ได้เห็นว่าเรายังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาพไหน พ่อแม่ก็อยากให้เรามีชีวิตอยู่ดี หญิงขอบคุณที่ตัวเองสู้มาจนถึงทุกวันนี้

“ทุกคนต่างก็มีปัญหา ถ้าเราลองแก้แล้วไม่สำเร็จ บางทีเราอาจจะต้องลองถอยมาดูปัญหานั้นว่าเราทำเต็มที่แล้วจริงไหม ถ้ายังแก้ได้ แก้ต่อไป แต่ถ้าทำเต็มที่แล้วยังแก้ไม่ได้ บางทีเราอาจต้องปล่อยวาง ให้เวลาเป็นเครื่องเยียวยาทุกอย่าง ถ้าใครกำลังท้อแท้ ให้คิดว่ายังดีที่เรามีชีวิตอยู่ในวันนี้ และวันพรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้แน่นอน อย่างน้อยเรายังมีโอกาสได้หายใจอยู่”

มุมมองที่ผิด

“อยากให้ทุกคนเปลี่ยนมุมมองว่าคนพิการไม่จำเป็นต้องอยู่บ้าน หรือติดเตียง คนพิการก็มีหัวใจ อยากออกมาใช้ชีวิต แต่งตัวสวย ไปเที่ยว มีครอบครัวที่ดี มีความรักที่ดี มีคุณภาพชีวิต หรือมีงานที่ดี คนพิการเป็นคนปกติ แค่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่บกพร่องด้านร่างกาย จิตใจเราเหมือนคนอื่นๆ อยากให้มองเราเป็นคนธรรมดาที่มีหัวใจ ความพิการไม่ได้เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตค่ะ”

เรื่องราวประทับใจ 

“ส่วนใหญ่จะคล้ายๆ กัน คือทักมาบอกว่ามีเราเป็นแรงบันดาลใจเลยอยากออกไปใช้ชีวิตข้างนอกนะ หลายคนเพิ่งพิการจึงยังทำตัวไม่ถูก แล้วมาเห็นว่าเราใช้ชีวิตได้ตามปกติ เขาก็เกิดความกล้าออกมาข้างนอก กล้าเผชิญคนในสังคม ไม่ประหม่าเวลาเจอคนเยอะๆ บางคนบอกว่า มีพ่อเป็นสโตรก แข็งแรงมาเกือบทั้งชีวิต ก็ต้องเดินเหินไม่คล่อง ไม่กล้าออกไปไหน เพราะไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน พอเขาเห็นเราใช้ชีวิตได้ ก็กล้าออกไป”

สิ่งที่สังคมไทยขาด

“สภาพแวดล้อมค่ะ ที่ทำให้คนพิการออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองยาก ยิ่งต่างจังหวัดไม่ต้องพูดถึงเลยยากมาก สภาพแวดล้อมทำให้คนพิการลำบาก ส่วนเรื่องความช่วยเหลือ คนไทยพร้อมช่วยเหลืออยู่แล้ว” 


คอลัมน์: ยุทธจักร ฅ.ฅน

เรื่อง: มาศวดี ถนอมพงษ์พันธ์

ภาพ: กนกวรรณ นาคนาม

All Creative Team

Writer

ร่วมสร้างสังคมอุดมปัญญา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!