ปรับและรักษาใจในวันที่ตลาดทุนไม่งดงาม

-

ถ้าคุณเป็นนักลงทุนมานาน คุณต้องเคยผ่านประสบการณ์ขาดทุนย่อยยับสักครั้ง

อาจก็ไม่ใช่นักลงทุนร้อยทั้งร้อยที่เคยเจอจุดวิกฤติ นักลงทุนพอร์ตใหญ่หลายคนที่ผมรู้จักไม่เคยขาดทุนป่นปี้แบบนั้น (แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นเครื่องประกันว่าจะไม่เกิดขึ้นในอนาคต) 

สำหรับผม ผมมองว่าการขาดทุนหนักจนเสียความมั่นใจไปเลยเป็นประสบการณ์สำคัญในตลาดหุ้น และผมคิดว่าหากเจอตั้งแต่ตอนอายุยังน้อยหรือพอร์ตยังเล็ก เราจะรับมือได้ง่ายกว่า เมื่อเตรียมสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งขึ้นแล้ว ต่อไปเผชิญเหตุสุดวิสัย เราก็พร้อมจะรับมือมันได้อย่างดี

ผมเคยขาดทุนหุ้นขั้นรุนแรงถึงกับไม่กล้าเปิดดูพอร์ตนานนับเดือน

คุณอาจรู้สึกว่าไม่ได้แปลกอะไรนัก แต่สำหรับ นักลงทุนหน้าใหม่อย่างที่ผมในตอนนั้นที่คลั่งไคล้ตลาดหุ้นจนแทบจะเปิดจอไว้ตลอดเวลา การไม่กล้ากดรหัสเข้าไปดูพอร์ตเลยมันช่างทรมานใจ เหมือนคนเคยโดนหมากัด คุณอาจขยาดการเข้าใกล้หมาอีกตลอดชีวิต ต่อให้หมาตัวถัดไปจะน่ากอดและน่ารักสักเพียงใดก็ตาม

แน่นอนว่าผมผ่านช่วงเวลายากลำบากมาได้แล้ว คุณจึงมีโอกาสได้รู้จักลงทุนศาสตร์ในวันนี้ ผมอาจถอนตัวจากตลาดหุ้นและไม่แตะต้องการลงทุนอีก แต่ผมก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น ในก้นบึ้งของหัวใจผมยังเชื่อว่าการลงทุนเป็นหนทางที่ดีและสร้างอิสรภาพทางการเงินให้ผมได้ ผมเลยไม่ยอมแพ้

ผมตัดสินใจว่าจะหยุดซื้อขายหุ้นไปพลางก่อนจนกว่าจะพร้อม 

ผมจำได้ว่าผมเลิกซื้อขายหุ้นอยู่หลายเดือน ตอนนั้นสภาพจิตใจของผมว้าวุ่นสุดๆ จะซื้อจะขายก็มัวแต่กลัวผิดพลาด ความมั่นใจที่สั่งสมไว้หายไปเกือบหมดจากการขาดทุนอย่างหนักแค่ครั้งเดียว

ผมฟื้นฟูตัวเองด้วยการเริ่มต้นทำสิ่งเล็กๆ ก่อน ผมขะมักเขม้นอ่านหนังสือหุ้นจนจบ วิเคราะห์งบการเงินบริษัทที่สนใจ ทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ให้สำเร็จเพื่อเตรียมความพร้อม 

ผมไม่สนใจกำไรขาดทุนจากหุ้นเลย เพราะถ้าเรากดดันตัวเองให้กลับไปเทรดโดยหวังแต่กำไร เราอาจผิดหวังอีกก็ได้ เพราะเราไม่สามารถควบคุมตลาดหุ้นได้ ผมเลยเลือกอยู่กับสิ่งที่ผมควบคุมได้ อ่านหนังสือ ฟังออปเดย์ แกะงบ

ความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ผมมั่นใจในตัวเองอีกครั้ง หลังจากนั้นผมจึงค่อยๆ กลับไปลงทุนด้วยจำนวนเงินที่น้อยกว่าเดิมมาก ไม้ละแค่หนึ่งในสิบของของเดิม แล้วทยอยเพิ่มเงินลงทุนไปเรื่อยๆ 

การมีคนที่พร้อมจะรับฟังเราเป็นเรื่องสำคัญมาก หากเป็นไปได้ คุณควรมีเพื่อน คนรัก สมาชิกในครอบครัว หรือใครก็ตามที่เต็มใจจะพูดคุยเรื่องการลงทุนกับคุณ และคุณเองก็สามารถระบายความอัดอั้นได้อย่างสบายใจ การได้เล่าให้คนอื่นฟังจะช่วยลดความฟุ้งซ่าน และสุดท้ายมันอาจทำให้คุณได้ตระหนักว่า ต่อให้คุณขาดทุนแค่ไหน โลกก็ไม่ได้แตกตามไปด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้ (วันทำการใหม่) ตลาดหุ้นก็เปิดให้เราเข้าไปลงทุนอยู่ดี

ผมเคยทำเงินในพอร์ตหุ้นหายไป 30 ล้าน

ช่วงเวลานั้นยากลำบากที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่ชีวิตของผมตอนนั้นเผชิญมรสุมรอบด้าน สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผมอย่างยิ่งคือความล้มเหลวในการลงทุน ผมทำเงินหายไปจำนวนมหาศาล และผมพร่ำตำหนิตัวเอง ผมรู้สึกว่าการที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะผมเอาตัวเองไปผูกมัดไว้กับตลาดหุ้น

ผมผ่านจุดนั้นมาได้แล้ว ทุกครั้งที่มองย้อนไป ผมยังจำช่วงเลวร้ายเหล่านั้นได้ดี เวลาเราพูดคุยกันเรื่องการลงทุน ทุกคนมักมุ่งเน้นตัวเลข ผลตอบแทน รายได้ กำไรสุทธิ เงินปันผล กลยุทธ์ร้อยแปดพันเก้า แต่เรากลับหลงลืมว่านักลงทุนก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา การที่ต้องเผชิญความผันผวนโดยไม่คาดฝันเป็นเรื่องที่บั่นทอนสุขภาพจิตอย่างสาหัสสากรรจ์

หากคุณรู้สึกตกต่ำย่ำแย่จนท้อแท้

สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำคือพูดออกไป คุณต้องพึ่งพาใครสักคนที่คุณไว้เนื้อเชื่อใจเขา พ่อแม่ พี่น้อง ครอบครัว คนรัก เพื่อน ใครสักคนที่เขาพร้อมจะรับฟังปัญหาของคุณ คุณมีหน้าที่แค่ค่อยๆ เปิดอกบอกความรู้สึกนึกคิด ระหว่างที่คุณพูดออกมานั่นเอง คุณก็จะพบว่าความจริงแล้วปัญหาอาจไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด

แต่ถ้าพยายามแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ผมแนะนำให้คุณไปปรึกษาจิตแพทย์

อันที่จริงจิตแพทย์เป็นแพทย์เฉพาะทางประเภทหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้กว่าแพทย์สาขาอื่นแต่อย่างใด ถ้าคุณรับมือสภาพจิตใจของตัวเองไม่ได้ คุณก็ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล ไม่จำเป็นต้องเยอะ ไม่จำเป็นต้องมากมาย แค่คุณรู้สึกไม่ปรกติ คุณก็ไปหาหมอได้แล้ว คุณอาจป่วยหรือไม่ป่วยก็ตาม แต่คุณต้องปล่อยให้ผู้ที่เชี่ยวชาญกว่าเป็นคนจัดการ

ปัญหาสุขภาพจิตในนักลงทุนเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจและพูดถึง เพราะสุขภาพจิตที่ดีไม่อาจแปลงเป็นตัวเลขเงินบาทได้ สังคมนักลงทุนจึงไม่ใคร่ชื่นชมคนที่รับมือภาวะทางอารมณ์ได้ดี ทั้งที่ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญยิ่งกว่าขนาดพอร์ต หากคุณมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน แต่จมอยู่กับความทุกข์ทั้งวันทั้งคืน คุณอาจขอลดขนาดพอร์ตลงหน่อยเพื่อให้ชีวิตมีความสุขเพิ่มขึ้น

ผมผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาด้วยจิตแพทย์ การทำจิตบำบัด และการเรียนรู้การดำรงชีวิตร่วมกับหุ้นใหม่ ผมไม่เอาตัวเองไปผูกมัดกับหุ้นอีกแล้ว หุ้นขึ้นคือหุ้นขึ้น ไม่ได้เกี่ยวโยงกับความสำเร็จในชีวิตของผม ในทางตรงกันข้าม หุ้นลงคือหุ้นลง ไม่ได้เกี่ยวโยงกับความล้มเหลวในชีวิตของผม 

ผมแค่ใช้ชีวิตของผมไปเรื่อย ๆ โดยมีการลงทุนและ “เงิน” เป็นกลไกหนึ่งในชีวิต ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต หากคุณจัดการความรู้สึกของคุณได้ คุณจะพบว่าคุณสามารถมีความสุขเพิ่มขึ้น ขณะที่ชีวิตมีความมั่งคั่งไม่ต่างจากเดิม


คอลัมน์: ใดใดในโลกล้วนลงทุน

เรื่อง: ‘ลงทุนศาสตร์’

All Creative Team

Writer

ร่วมสร้างสังคมอุดมปัญญา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!