หน้าแรก แท็ก นิยายรัก

แท็ก: นิยายรัก

รักเล็กๆ ในมหาศาล ในมหานคร : ตอนที่ 7

0
- ๗ - .................. คนที่หายไปจากโรงงานเทียนไขมักไม่หวนกลับมาอีก  พวกเขาเลยลับไปเหมือนสายน้ำซึ่งทิ้งอดีตกาลอันมืดมนเอาไว้ข้างหลัง  ยามเก่าแก่ซึ่งบรรดาคนงานเรียกว่าลุงก็เช่นเดียวกัน  แกไม่มีข้าวของอะไรให้เก็บมากนักในย่ำเย็นของวันอำลา  นอกจากเสื้อลายพรางทหารเก่าๆ ที่แกนำออกมาสวมช่วงฤดูหนาว ก่องข้าวเหนียวที่นึ่งมาจากบ้าน และกระบองไม้ซึ่งเป็นสมบัติของตัวแกเอง แกเป็นทหารเก่า เกิดและแก่ที่บางบำหรุ เดินมาเข้าเวรก่อนเจ็ดโมงเช้า หน้าที่แกนอกจากคอยเปิดและปิดประตูให้รถที่มาส่งของเข้าออกแล้ว  หลักๆ ก็ตรวจกระเป๋าคนงานห่อเทียนที่เช้ามาเย็นกลับ แกตรวจละเอียดทั้งเช้าและเย็น รอบคอบชนิดแม้แต่มดสักตัวก็ไม่ให้ลอดสายตา พี่ทุเรียนเคยล้อแกว่าจะเป็นยามหรือเป็นหมอ ถ้าเป็นหมอก็จะให้ช่วยตรวจภายใน แกเป็นชายวัยเกินหกสิบอารมณ์ดี ยามปกติแกหัวเราะเสียงดัง ยิ้มฟันหลอสุดมุมปาก ครั้นหนึ่งแกเคยเอาวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเล็กๆ มาเปิดฟังเพลงลูกทุ่ง...

รักเล็กๆ ในมหาศาล ในมหานคร : ตอนที่ 6

0
- ๖ - .................. ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมล่วงล้ำเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  แต่นี่เป็นหนแรกที่ผมไม่ได้มาตามลำพังคนเดียว  สองครั้งก่อนผมมานั่งฟังอภิปรายในหอประชุมใหญ่  ได้เห็นตัวเป็นๆ ของนักพูดและนักการเมืองชื่อดังนั่งประชันน้ำลายกันบนเวที  โอกาสครบรอบคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย  อีกครั้งตีตั๋วเข้าชมละครเวที  จบแล้วเดินดูหนังสือในศูนย์ของมหาวิทยาลัย  ผมผ่านประตูเข้าสู่ภายในด้วยสีหน้าท่าทางปกติเหมือนนักศึกษาคนหนึ่ง  ส่วนไหมน้อยเผลอถอนหายใจ  ตากลมๆ ของเธอแฝงแววประหวั่น  ผ่านลานโพธิ์ไปถึงสนามฟุตบอลเธอเร่งเท้ามาทัน  และคว้ามือผมไปกุมไว้ สายตาซึ่งเต็มไปด้วยคำถามกับสถานที่แปลกหน้าเหมือนโลกใบอื่นซึ่งเธอไม่มีทางจะคุ้นเคย  ความแตกต่างของผู้คนคล้ายกระแสคุกคามที่แฝงมากับความเงียบ  ผมหัวเราะในลำคอแล้วบอกเธอไปตามตรงว่า  “เดี๋ยวเข้าไปดูละคร”  บ้านเกิดของเธอไม่มีโทรทัศน์  เข้ากรุงเทพฯ มาก็ไม่ได้มีโอกาสนั่งติดหนึบหน้าจอเหมือนนักนิยมทีวีทั่วไป  บ้านพักบนชั้นสามของตึกเสี่ยเตี้ยก็ไม่มีสวัสดิการบันเทิง  พี่แดงเองถึงจะทำงานกับโรงเทียนมานานหลายปี ...

รักเล็กๆ ในมหาศาล ในมหานคร : ตอนที่ 5

0
- ๕ - .................. เมฆหนาวร่าเริงบนท้องฟ้าเหนือยอดตึก  ผมมองไกลออกไปทั้งสองฝั่งเมือง ตะวันตก-ตะวันออก และตรงที่ไม่อาจมองเห็นแสงตะวัน ทั้งในแสงสว่างและในความมืดของช่องบันไดที่เราโผล่หัวลอดขึ้นมาบนชั้นบนสุดของภูเขาทอง  ผมยืนมองไปยังวัดวาอารามรายรอบยอดเจดีย์และอุโบสถเสียดแทรกป่าหนาทึบของอาคารบ้านเรือน  วันนี้ผมเลือกจุดหมายตามใจประสงค์  ไม่เกี่ยวกับสาวน้อยข้างกายที่ผมยังถือว่าเป็นส่วนเกินของชีวิต ฝ้าแดดที่เคยฝังตัวบนเรือนแก้มทั้งสองข้างเกือบจะจางหายไปอย่างหมดจด  เปล่งปลั่งด้วยเลือดฝาดของสาววัยแรกผลิ ริมฝีปากระเรื่อ นัยน์ตาซุกซนเปี่ยมด้วยประกายร่าเริง  เธอกวาดมองเมืองในทุกฟากฝั่งจากที่สูงอย่างตั้งอกตั้งใจ “นั่นวัดพระแก้วหรือเปล่าน้า”  เธอแสร้งตีสีหน้าสงสัยเย้าให้ผมตอบยืนยัน “สนามหลวงอยู่ตรงนั้นใช่ไหม” เธอมองต่ำลง  อ่านป้ายชื่อโรงหนัง “ศาลาเฉลิมไทย” เธออาจเข้าใจว่าเป็นศาลาวัดเหมือนที่เคยไปนั่งฟังพระเทศน์  ผมไม่ยอมเสียเวลาอธิบายหรือทำตัวเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยว  แม้ตอนที่เธอก้มกราบพระและบริจาคเงินใส่บาตรใบใหญ่  ผมก็ผละห่างออกไป  ไม่ยอมเข้าไปทำบุญร่วมชาติ  และร่วมอธิษฐานเหมือนพระเอกนางเอกในหนังไทยเรื่องเศร้า ยืนเคียงข้างกันมองเวิ้งเมืองสุดสายตา  เสียงลมหนาวพัดผ่านธงผืนใหญ่ดังพั่บๆ ไหมน้อยนิ่งมองทุ่งเมืองซึ่งเกลื่อนไปด้วยอาคารบ้านเรือน...

รักเล็กๆ ในมหาศาล ในมหานคร : ตอนที่ 4

2
- ๔ - .................. ข้างกำแพงไร้ซึ่งไม้ใหญ่และร่มเงาอื่นๆ แสงร้อนจากดวงอาทิตย์สาดมาจากทางตะวันออก นอกจากอาบโลมลงบนร่างเปื้อนเหงื่ออันบอบบางของสาวน้อยแล้ว แสงอำมหิตยามสายในวันฟ้าโล่งยังแผดเผากำแพงซีเมนต์และพื้นถนนลาดยางพวยพุ่งขึ้นสู่เรือนร่างที่เต็มไปด้วยเลือดเนื้อ เสื้อยืดที่เธอสวมชุ่มไปด้วยเหงื่อ  ผมซึ่งเคยยุ่งกระเซิงวันนี้เกล้ามวยมาเป็นอย่างดี  แถมรัดหนังยางมัดปลายเป็นกระจุกไว้เหนือท้ายทอย  และตอนนี้มันก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อเช่นเดียวกับเสื้อยืด ยืนนานมาเกือบสามชั่วโมงรู้สึกล้าจึงนั่งยองๆ เพื่อให้ขาสองข้างได้พัก  แต่ยังอยู่บนจุดเดิมซึ่งเธอนัดหมายกับใครบางคนเอาไว้ เธอยังมองไม่เห็นว่าใครจะมาตามนัดหมาย  ผมเลาะเลียบริมถนนอีกฝั่งหนึ่ง  จับตาสังเกตอากัปกิริยาเธอเงียบๆ  ทั้งรู้สึกสงสารและสมเพชอยู่ในใจ  บ้านนอกของแท้ที่ใครจะต้มตุ๋นอย่างไรก็เชื่อเขาหมด  ใสและซื่อจนไม่คิดระแวงคำพูดของคนที่มาบอกนัด  รอนานแล้วก็ยังสู้ทนไม่ยอมเปลี่ยนใจ  นอกจากแสนซื่อแล้วยังดื้อรั้น ผมขยับก้าวมาหยุดยืนอยู่อีกฝั่งถนน  ใต้ร่มเงามะขามเทศริมทาง  จ้องดูเธอนั่งก้มหน้าเงียบๆ เตรียมคำพูดไว้ในใจที่จะเอ่ยบอกให้เธอกลับเข้าที่พัก  ความจริงไม่ต้องประนีประนอมกับความช่างอำของจ้อย ...

รักเล็กๆ ในมหาศาล ในมหานคร : ตอนที่ 3

0
- ๓ - .................. ในห้องสมุดประชาชนที่ผมเคยเทียวเข้าออกหลายครั้ง หนังสือหมวดสารคดีท่องเที่ยวให้ข้อมูลอำเภอบางปลาม้า ทั้งในด้านภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ แต่ไร้ซึ่งข้อมูลที่ผมต้องการ ทุ่งข้าวซึ่งสาวน้อยที่ผมหลงเสน่ห์อยู่ตรงไหน  ผมจะเดินทางไปพบเธอได้อย่างไร ผมเกิดกลางท้องทุ่ง เป็นลูกชาวนาโดยสายเลือด คุ้นเคยกับแสงแดดและลมหนาวอันแล้งแห้งช่วงปลายปี ทนได้กับบาดแผลจากใบข้าวและคมเคียวซึ่งอาจเผลอบาดเนื้อตัวเอง ผมเป่าปี่ซังข้าวได้ไพเราะ และผมก็ร้องเพลงได้ด้วย บางความฝันในวัยเยาว์ ผมเคยคิดหวังจะเป็นนักร้องชื่อดัง อัดแผ่นเสียงมีเพลงเป็นของตัวเอง นอกจากเดินสายไปกับวงดนตรีแล้ว ผู้คนในทั่วทุกมุมของประเทศยังจะมีความสุขกับเพลงที่ผมร้องผ่านวิทยุทรานซิสเตอร์ สุพรรณบุรีได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดนักเพลง ผมเคยดูวงดนตรีไวพจน์ เพชรสุพรรณ เคยฟังเพลงแหล่ของขวัญจิตร ศรีประจันต์  ได้ยินเพลงลูกทุ่งของสุรพล สมบัติเจริญมาตั้งแต่เด็ก...

รักเล็กๆ ในมหาศาล ในมหานคร : ตอนที่ 2

0
- ๒ - .................. หลังเลิกงานทำธุระส่วนตัวเอนหลังลงนอนไปจนกระทั่งเผลอหลับ แว่วเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์ในห้องนอนของหนุ่มเทเทียนทั้งสี่ช่วยขับกล่อม แม้จังหวะเพลงไม่ได้อ่อนหวานนุ่มนวล แถมยังย้ำด้วยเสียงกลองหนักๆ กีตาร์และเบสก็ช่วยรุมย้ำอีกที แต่ด้วยความเหนื่อยอ่อนจากงานตลอดกว่าสิบชั่วโมง เพลงจังหวะเริงระบำที่ได้ยินก็กลายเป็นเหมือนหมัดน็อคเสยปลายคางจนผมหลับสนิทจนได้ บางวันหลังเลิกงาน จ้อยคุยอวดผมถึงรัศมีการเที่ยวเตร่ในวันหยุดขยายกว้างออกไป ไม่เพียงโรงหนังชั้นสองตามย่านการค้าชานเมือง เขาไปไกลถึงลานดนตรีหน้าห้างสรรพสินค้าใหญ่โตกลางเมือง บางวันก็พากันไปนั่งชมดนตรีวงดังในสวนสนุก ขี่รถไฟเหาะตีลังกา ได้ยลโฉมดาราดังๆ ที่มาเป็นแขกรับเชิญบนเวทีดนตรี คุยอวดแล้วก็จ้องหน้าผมด้วยท่าทีแปลกใจ “ไอ้บ้านี่ มึงไม่ตื่นเต้นสักนิดเลยหรือไง” จ้อยถึงกับเอื้อมมือมาเขย่าตัวผม “กูไม่รู้” ผมว่า “กูไม่เห็นด้วยตานี่หว่า” “หรือมึงไม่เชื่อ อาทิตย์หน้าไปกับพวกกูไหมล่ะ” ผมส่ายหน้าแล้วนิ่งเงียบไป จ้อยว่าขึ้นอีก “แต่อาทิตย์หน้ายังไปไม่ได้...

รักเล็กๆ ในมหาศาล ในมหานคร : ตอนที่ 1

0
- ๑ - .................. กรุงเทพฯ เหมือนกลืนผมลงท้องเช่นเดียวกับเหยื่อมนุษย์จากทุกสารทิศซึ่งพลัดหลงเข้ามา อุทรกว้างใหญ่และซับซ้อนขังผมไว้ในความสับสน หวาดกลัว และไม่เข้าใจต่อหลายสิ่งหลายอย่างที่ประกอบกันขึ้นเป็นเมือง ไม่เพียงอาคารบ้านเรือน ถนน ตรอก ซอย เสาไฟฟ้า หอสูง ถังขยะ ยวดยานหลากรูปลักษณ์ รูปปั้น อนุสาวรีย์ ลำคลอง แม่น้ำ สะพาน หมา แมว หรือนกตามซอกตึกสูงและที่จับเกาะเหงาซึมอยู่ตามเส้นสายไฟ เมืองกว้างใหญ่กลืนกินสิ่งละอันพันละน้อยไว้ในท้อง ต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกนานแสนนานกับแต่ละอย่างเพราะแม้แต่ผู้คนเผ่าพันธุ์เดียวกันยังยากยิ่งจะทำความเข้าใจ บางพลัดยืนยันเขตแดนของมันกับผมด้วยป้ายสาขาของธนาคาร...
error: Don\'t copy !!!