การออมมีหลายรูปแบบ

-

การออมส่งเสริมให้คุณภาพของชีวิตดีขึ้น ประการแรก ช่วยให้มีเครื่องมือสำหรับต้านภาวะผันผวนของชีวิต เช่น ยามเจ็บป่วย ว่างงาน รายได้ในปัจจุบันลด เกิดอุบัติเหตุฯ ซึ่งทำให้เกิดความจำเป็นในการใช้เงิน  ประการที่สอง ช่วยเปิดโอกาสลงทุนซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคตโดยไม่ต้องทำงาน ประการที่สาม ช่วยให้เกิดความรู้สึกมั่นคงในชีวิต ไม่มัวแต่หวาดหวั่นว่าจะมีเงินใช้ชนเดือนหรือไม่ และ ประการที่สี่ ช่วยให้หมดความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินผู้อื่นด้วยดอกเบี้ยในอัตราสูง จนมีต้นทุนในการดำเนินชีวิตสูงขึ้นด้วย

          การออมที่ได้ผลคือการหักรายได้ส่วนหนึ่งไว้ก่อนที่จะใช้จ่ายในแต่ละเดือน (ไม่ควรต่ำกว่า 1 ใน 5) ซึ่งตรงข้ามกับการใช้จ่ายไปโดยหวังว่าจะมีเงินเหลือเก็บเป็นเงินออมในตอนท้ายเดือน การผ่อนเงินกู้ยืมจากการซื้อที่อยู่อาศัยหรือสินทรัพย์อื่นซึ่งมูลค่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นสูงในอนาคต ถือว่าเป็นการออม

 

        

อย่างไรก็ดี ยังมีการออมที่น่าสนใจในรูปแบบอื่นอันมิใช่ตัวเงิน และคนจำนวนไม่น้อยกระทำกันอยู่ในปัจจุบันอย่างไม่รู้ตัวว่าเป็นการออม ตัวอย่างที่หนึ่ง ได้แก่การเอารายได้ส่วนหนึ่งไปซื้อสร้อยคอทองคำเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ และเพื่อเป็นตัวช่วยในยามต้องการเงินสด สร้อยคอทองคำนั้นมีความคล่องตัวเพราะมูลค่ามีมาตรฐานและเป็นไปตามตัวเลขที่ทุกคนรู้ในแต่ละวัน อีกทั้งสามารถเอาไปจำนำ ขายฝาก (ต่างจากจำนำเป็นการขายแล้วเพียงแต่ฝากไว้และสัญญาว่าจะไปซื้อคืนภายในวันเวลาที่กำหนด) หรือขาย อีกทั้งทองคำนั้นมีคุณภาพที่เหมือนกัน  การออมในรูปสร้อยคอทองคำเป็นที่นิยมมากในสังคมไทย

          ตัวอย่างที่สอง คือการเลี้ยงโค กระบือ สุกร ไก่ (ไก่ชนด้วย) ปลา เพื่อเอาไว้ขายเมื่อโตขึ้นและอยู่ในวัยที่ได้ราคาดี การที่สัตว์เหล่านี้โตขึ้นและขยายพันธุ์ก็คือการเพิ่มขึ้นของเงินออม ซึ่งนับว่ามีมูลค่าสูงพอควร เพราะวัวโตเต็มที่ตัวหนึ่งราคา 30,000-50,000 บาท หากเป็นวัวหรือกระบือที่เป็นพ่อพันธุ์ก็มีค่าสูงกว่านี้มาก เงินออมในรูปแบบนี้ถึงจะมีความคล่องตัวน้อยกว่าสร้อยทองคำ แต่ก็เป็นเงินออมที่ไม่มีมูลค่าคงตัว สามารถเพิ่มได้ตลอดเวลาและใช้ต้นทุนไม่สูงมาก

          ตัวอย่างที่สาม คือการปลูกไม้ยืนต้น  เช่น สัก พะยูน ประดู่ มะเกลือ มะค่า ฯลฯ ซึ่งแต่ละต้นมีมูลค่านับแสนบาทในเวลา 20-30 ปี (ไม้สักอายุ 30 ปี เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ยาว 10 เมตร มีมูลค่ากว่า 240,000 บาท) ปัจจุบันสามารถปลูกและตัดขายสร้างรายได้อย่างเสรีสำหรับไม้มีค่าเกือบ 200 ชนิด อีกทั้งบางชนิดซึ่งปลูกบนที่ดินอันมีกรรมสิทธิ์สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันธุรกิจ และค้ำประกันสินเชื่อได้ตามกฎหมาย การปลูกไม้ยืนต้นเป็นวิธีการออมแบบใหม่ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงโดยมีต้นทุนต่ำ เพียงแต่ต้องใช้เวลานาน อย่างไรก็ดีสามารถตัดไม้ขายได้ทุกช่วงเวลาหลังจากผ่านไปประมาณ 10 ปีแล้ว

         การออมในรูปตัวเงินนั้นเกิดขึ้นเมื่อรายได้ในแต่ละเดือนสูงกว่ารายจ่าย รายได้เป็นสิ่งที่อยู่ในการควบคุม (ผูกพันกับความรู้ความสามารถของแต่ละคน) น้อยกว่ารายจ่าย ดังนั้นหากต้องการออมเงินให้มากขึ้นก็ต้องควบคุมด้านรายจ่ายในเบื้องต้นโดยตัดทอนรายจ่ายให้น้อยลง และรายจ่ายจะน้อยลงก็ต่อเมื่อเข้าใจความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เกิดจากความจำเป็น (needs) กับสิ่งที่อยากมี (wants)

         needs ได้แก่ปัจจัยสี่ คืออาหาร  ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ส่วน wants นั้นไม่มีขีดจำกัด และเป็นไปตามความปรารถนาของแต่ละคน ซึ่งบ่อยครั้ง needs ก็กลายเป็นsuper needs กล่าวคือ ใช้จ่ายซื้อบางปัจจัยสี่ซึ่งมีมูลค่าเกินกว่าที่ตนเองควรซื้อหามาใช้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องควบคุม wants ให้อยู่ในขอบเขตอันสมควร จนรายจ่ายไม่สูงกว่ารายได้ ซึ่งจะทำให้เกิดหนี้สินแทนเงินออมขึ้น

        คนที่สามารถมีเงินออมไว้ทำงานรับใช้ยามเกิดเหตุฉุกเฉินและยังทำให้เงินงอกเงยด้วยนั้น ต้องเป็นคนที่รู้จักความพอเพียง และคนที่รู้จักความพอเพียงเท่านั้นจึงจะมีสิ่งต่างๆ ในชีวิตอย่างเพียงพอเสมอ


คอลัมน์: สารบำรุงสมอง

เรื่อง: รศ.ดร.วรากรณ์  สามโกเศศ

All Creative Team

Writer

ร่วมสร้างสังคมอุดมปัญญา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!