ริชชี่-อรเณศ ดีคาบาเลส กว่าจะชนะอุปสรรค

-

  • “หนูคิดนะคะว่า ถ้าหนูเล่นเรื่องนี้แค่แคแรกเตอร์เดียว เป็นแค่ขวัญเอยหรือขวัญมาตัวเดียว คนก็คงยังว่าหนูอยู่ดีว่าทำไมเล่นได้แค่นี้ แต่พอได้เล่นเป็นฝาแฝด คนดูได้เห็นสองตัวที่ไม่เหมือนกันเลย ทำให้เขาเริ่มเชื่อว่าหนูแสดงได้”

  • “พอหนูไปออกรายการหนึ่ง เราก็ทำตัวปกติของเราแบบเดิม แต่ผู้ชมค่อนข้างโอเคกับบุคลิกของเรามากขึ้น หนูจึงคิดว่าเพราะคนดูยอมรับการแสดงของเรา พอเขายอมรับว่าเราเป็นนักแสดงที่แสดงได้นะ เขาก็ยอมรับตัวตนเรามากขึ้นด้วย”

  • จากบทบาทฝาแฝดในละคะ ซ่อนเงารัก ทำให้ชื่อของ ริชชี่-อรเณศ ดีคาบาเลส ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเรื่องพัฒนาการการแสดง เด็กสาวซึ่งถูกตีตราเสมอว่าแสดงไม่ได้ ถูกล้อเลียนว่าเล่นแข็งอย่างกับหินแกรนิต มาวันนี้เธอสร้างความตะลึงด้วยการท้าทายตัวเองรับบทฝาแฝด แถมยังเป็นฝาแฝดชาย-หญิง ซึ่งเธอทำผลงานได้ดีจนคำชื่นชมหลั่งไหลไม่ขาด ผนวกกับกระแสดราม่าของเธอกับผู้จัดละคร ทำให้ชื่อของนักแสดงสาวที่อยู่วงการเงียบๆ มาตลอด กลายเป็นหัวข้อสนทนาในชั่วข้ามคืน

 

ด้วยบุคลิกขี้อาย พูดไม่เก่งของเธอที่เราเห็นจากสื่อ ทำให้เรากังวลว่าการสนทนาครั้งนี้จะรื่นไหลรึเปล่า ดาราสาวจะคุยน้อย คุยยากหรือไม่ แรกพบเธอดูเป็นเด็กสาวเงียบๆ ตามที่คิด ไม่ใช่คนเปิดเผยตัวเองตามวิถีดาราเซเลบ หากอยากรู้จักอาจต้องค่อยๆ ก้าวเข้าหา แต่เมื่อเราชวนคุยไปสักพัก เราพบความสดใสตามวัย ระคนความขี้อายเล็กๆ ประหม่าหน่อยๆ  น่าเอ็นดู บทสนทนาของเราเลยรื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ

จากบทบาทฝาแฝดในละคร ซ่อนเงารัก ทำให้ชื่อของ ริชชี่-อรเณศ ดีคาบาเลส ได้รับการกล่าวขวัญในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะทักษะการแสดงที่พัฒนาขึ้น เด็กสาวซึ่งถูกตราหน้ามาตลอดว่าแสดงไม่ได้ ถูกล้อเลียนว่าเล่นแข็งอย่างกับหินแกรนิต มาวันนี้เธอท้าทายตัวเองด้วยการรับบทฝาแฝด แถมยังเป็นฝาแฝดชาย-หญิง ซึ่งเธอทำผลงานได้ดีจนคำชื่นชมหลั่งไหลไม่ขาด ผนวกกับกระแสดราม่าระหว่างเธอกับผู้จัดละคร ทำให้ชื่อของนักแสดงสาวที่อยู่วงการอย่างหงิมๆ เสมอมา กลายเป็นข่าวเด่นประเด็นร้อนในชั่วข้ามคืน หลายปีในวงการบันเทิง ริชชี่ให้สัมภาษณ์สื่อน้อยครั้งมาก นับว่าเป็นโอกาสดีของเรา ออล แม็กกาซีน ที่ได้นั่งสนทนากับเธอ เรื่องราวของนักกีฬาสาวที่ชีวิตพลิกผันเข้าสู่วงการบันเทิง แทนที่จะได้รับดอกไม้แห่งความรัก กลับถูกขว้างปาด้วยก้อนหินสลักคำปรามาส

 

ตัวตนของริชชี่

เป็นธรรมดาของสังคมอินเตอร์เน็ตปัจจุบัน พอใครมีกระแสย่อมถูก “ขุด” เมื่อชื่อของริชชี่เป็นที่กล่าวขวัญ เรื่องราวซึ่งไม่เคยเป็นจุดสนใจอย่างเชื้อสายลาหู่ของเธอ ก็เป็นสิ่งที่คนไถ่ถามกัน

“เชื้อสายลาหู่มาจากทวดของหนู ‘ปู่หมื่น’ ในอดีตปู่หมื่นคือผู้นำชุมชนบนดอย ทำหน้าที่ปกป้องชายแดนไม่ให้คอมมิวนิสต์เข้ามา จนได้รับยศ ‘หมื่น’ ชาวบ้านจึงนิยมเรียกพื้นที่ในการดูแลของทวดว่า ‘ดอยปู่หมื่น’ ต่อมาปู่หมื่นมีลูกสาวคือคุณยายของหนู คุณยายแต่งงานกับคุณตาซึ่งเป็นคนจีน คุณตาสืบทอดหน้าที่ผู้นำชาวบ้านจากปู่หมื่น ในตอนนั้นอาชีพหลักของชาวเขาชาวดอยคือการปลูกฝิ่น แต่เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จเยี่ยมพสกนิกร ทรงเล็งเห็นว่าการปลูกฝิ่นนั้นผิดกฎหมาย จึงพระราชทานต้นชาให้เพื่อปลูกทดแทนการปลูกฝิ่น ตอนแรกคุณตาก็ยังงงๆ ว่าจะปลูกได้ไหม ปลูกยังไง เลยเดินทางไปศึกษาการปลูกถึงศรีลังกา แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ทรงทราบว่าพืชอะไรปลูกได้ดีในพื้นที่นี้ หลังจากศึกษาวิธีการปลูกอยู่นานก็สำเร็จ จากนั้นคุณตาค่อยๆ เปลี่ยนความคิดชาวบ้านให้เลิกปลูกฝิ่นแล้วหันมาปลูกชาแทน เมื่อชาวบ้านเปลี่ยนอาชีพกันหมด คนที่เคยรับซื้อฝิ่นย่อมเสียผลประโยชน์ เขาไม่พอใจและส่งคนมาลอบทำร้ายคุณตาจนเสียชีวิต รูปในแบงค์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระชนมายุครบ 7 รอบนั้น คือรูปที่คุณแม่และพี่ๆ น้องๆ รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 และกราบบังคมทูลถึงการจากไปของคุณตาค่ะ

“เมื่อยังเด็กเรียนชั้นอนุบาลหนูขึ้นดอยบ่อย ตอนนั้นป่วยง่าย คุณแม่เลยไม่ค่อยวางใจให้อยู่ไกลตัว จะพาหนูขึ้นไปทำงานบนดอยด้วย เราก็วิ่งเล่นคลุกดินคลุกฝุ่นบนนั้นตามประสาเด็ก แต่คุณตาหนูเขามีวิสัยทัศน์ให้ลูกหลานทุกคนต้องลงมาเรียนหนังสือในตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อนำความรู้ไปพัฒนาดอย กิจการบนนั้นมีทั้งโฮมสเตย์และรีสอร์ท พานักท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าลาหู่ และแน่นอนว่ามีการปลูกชา ดอยหนูถือว่าเป็นชุมชนต้นแบบ ให้ดอยข้างเคียงศึกษาดูงานการเกษตร เราก็จะให้กล้าชาไปแจกจ่าย จนตอนนี้ดอยข้างเคียงเปลี่ยนเป็นปลูกชากันหมดแล้ว

“สิ่งที่หนูอยากทำ ไม่เพียงรับซื้อชาของดอยเราเท่านั้น แต่อยากรับซื้อจากดอยข้างเคียงด้วย ถ้าเรารับซื้อได้มาก อาชีพนี้น่าจะสร้างความมั่นคงแก่ทุกคนได้ เพราะชาถือเป็นจุดเริ่มต้นของครอบครัว เป็นสิ่งที่ครอบครัวเราได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จึงอยากมีส่วนช่วยให้อาชีพที่เราภูมิใจนี้มั่นคงยิ่งขึ้น  เป้าหมายของริชจึงมองไปถึงตลาดส่งออก แต่ถ้าเป็นชาแบบออริจินอลคงยากจะแข่งกับประเทศจีน หนูจึงพัฒนาสูตรกับอาจารย์มหาวิทยาลัยทำชาดีท็อกซ์ขึ้น มีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลลำไส้ ถ้าขับถ่ายดีระบบร่างกายทั้งหมดก็ดีตาม ชาของหนูไม่ได้ใส่ตัวยาช่วยระบายซึ่งทำให้คนดื่มท้องเสีย แต่ปรับการขับถ่ายของเราให้เป็นปกติแทน ตอนนี้ก็ใกล้เปิดตัวแล้วค่ะ”

 

 

ริชชี่เข้าวงการบันเทิงโดยการชักชวนของผู้จัดการดาราชื่อดัง เอ-ศุภชัย ที่เจอเธอขณะซ้อมกีฬา ก่อนเข้าวงการบันเทิงนั้น เธอมีอีกโลกที่สุกสกาวไม่แพ้กันคือโลกของนักกีฬาแบดมินตัน และเคยคว้าแชมป์เยาวชนภาคเหนือ

“หนูเป็นคนลำไส้ไม่ดีตั้งแต่เด็ก ป่วยบ่อย พ่อเลยพาออกกำลังกาย แต่พอเป็นนักกีฬาก็เป็นนักกีฬาที่ป่วยบ่อย อย่างใกล้ๆ แข่งชิงแชมป์ปุ๊บ ท้องเสียปั๊บ โค้ชก็ท้อกับเรานิดหนึ่ง เขาอยากให้เราไปได้ไกล เพราะฟิตร่างกายมาแทบตาย พอไม่สบายทีทุกอย่างก็สูญหมด แต่จริงๆ เราโอเค ไม่เป็นไร เริ่มใหม่ได้ ครอบครัวก็ไม่ได้กดดัน แค่อยากให้ริชแข็งแรง”

ใจจริงแล้วอยากไปต่อกับแบดฯไหม “หนูไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กป่วยเลยนะ เราเชื่อตลอดว่าตัวเองเป็นนักกีฬา หนูซ้อมก่อนเด็กคนอื่น คนอื่นเขาเริ่ม 8-9 ขวบ หนูเริ่ม 5 ขวบ เราโตในคอร์ทแบด พอเราซ้อมก่อนเราก็เก่งก่อน ทุกคนบอกว่าเรามีพรสวรรค์ โค้ชบอกเราพัฒนาได้ หนูเลยรู้สึกว่าตัวเองเจ๋ง เหมือนมีบางอย่างที่พิเศษ เคยบอกโค้ชว่าอยากเป็นแชมป์โลก โค้ชตอบเอาแชมป์ประเทศไทยก่อนไหม (หัวเราะ) แต่ด้วยสภาพข้อจำกัดร่างกายของหนู และการเป็นทีมชาติต้องทุ่มเทมากกว่านี้ พ่อแม่เขาอยากให้เราเรียนหนังสือมีความรู้มากกว่า พี่กับหนูเรียนสายวิทย์ แล้วก็ต่อคณะทางวิทยาศาสตร์ทั้งคู่ เลยคิดว่าทางเดินชีวิตมันปูมาด้านนี้แล้ว ครอบครัวก็แฮปปี้ ตัวหนูเองก็แฮปปี้กับชีวิตตอนนี้”

เจอด่านหิน

เมื่อตัดสินใจลองทำงานในวงการบันเทิง ผลงานเรื่องแรกของริชชี่คือภาพยนตร์เรื่อง คู่กรรม รับบทนำเป็น “อังศุมาลิน” และเป็นเวอร์ชั่นตีความใหม่ ส่งผลให้ผู้เคยชมเวอร์ชั่นก่อนพากันวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการแสดงของริชชี่ที่ดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ และคำวิจารณ์นี้ดูเหมือนจะติดตัวนักแสดงสาวจนถึงผลงานลำดับต่อมา ยากสลัดทิ้ง ทว่าชื่อของเธอได้รับการกล่าวขวัญอีกครั้งกับผลงานละครเรื่อง ซ่อนเงารัก ซึ่งรับบทบาทเป็นแฝดชายหญิง ครานี้ไม่ใช่คำติ แต่เป็นคำชมที่มีต่อทักษะการแสดงอย่างสมจริงจนผู้ชมแทบไม่เชื่อสายตา

“ตอนเล่น คู่กรรม หนูไม่รู้อะไรเลย พี่เรียว (กิตติกร เลียวศิริกุล-ผู้กำกับ) ไม่ให้หนูเสพสื่อ ไม่ให้เข้าอินเตอร์เน็ตตลอดการถ่ายทำ มาเจอโลกความจริงหลังถ่ายจบ พอเข้าไปดู วันแรกที่เห็นคือช็อคเลยค่ะ มีอะไรเยอะที่เราไม่เคยพบเจอมาก่อน ตอนเรียนที่โรงเรียนหนูไม่เคยเจอแบบนี้ เพื่อนทุกคนไม่มีใครใจร้ายกับหนูเลย ทุกคนน่ารัก พอมาเจอเลยช็อคค่ะ แต่พอเราโตขึ้น เรารู้แล้วว่าส่วนนี้คือการติ เราก็อยากนำมาปรับปรุง ด้วยความที่ประสบการณ์ชีวิตน้อยก็เป็นสาหนึ่งที่ทำให้ริชไม่เข้าใจตัวละคร ชีวิตประจำวันหนูเจอคนน้อย ไม่ค่อยรู้อารมณ์ความรู้สึกของคน ต้องศึกษาดูหนังแล้วรู้สึกตาม ละครของพี่พุดเดิ้ล หน่วยลับสลับเลิฟ มีส่วนอย่างมากในการสอนให้หนูรู้จักสร้างตัวละครที่ไม่ใช่ตัวเราขึ้นมา ละครของพี่อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ กรงกรรม สอนให้หนูซึ่งไม่เคยมีความรัก เข้าถึงความรักที่ตัวละครมีให้กัน พี่ๆ เขาเจ๋งมากเลยที่ทำให้หนูอินและเข้าใจในตัวละครมากขึ้น

“พอถึงเรื่อง ซ่อนเงารัก ตอนเขาส่งบทมา ไม่มีใครอยากให้หนูแสดงเลย ทุกคนห่วงว่าเราจะทำได้ไหม ไหวไหม เพราะถ้าเล่นไม่ดีก็โดนด่าอีก อย่างกรงกรรมต่อให้คนชมมากขึ้น แต่ก็มีคนติอยู่ดี การที่ผู้ใหญ่ชมเรา เพราะเขารู้ว่าตัวจริงเราเป็นคนยังไง แค่หนูตะโกนเสียงดังทุกคนก็ช็อคแล้ว เพราะไม่ใช่ตัวหนูเลย แต่คนดูเขาไม่รู้จัก เลยเหมือนเรายังไม่เคยพิสูจน์ตัวเองให้เห็นชัดๆ ได้สักที จึงอยากลองท้าทายตัวเอง

“ตอนไปแคสติ้งหนูก็เตรียมแคแรกเตอร์ไว้แล้วเล่นให้เขาดู หนูได้ยินมาว่านักแสดงฮอลลีวู้ดต่อให้ดังแค่ไหน เขาก็จะดีไซน์ตัวละครก่อนแล้วไปเล่นให้ผู้กำกับดู หนูเริ่มจากคิดว่ารูปร่างอย่างเรา ถ้าเป็นผู้ชายจะเป็นผู้ชายแบบไหนได้ มีคนเคยบอกว่าหนูหน้าเหมือนลู่หาน (อดีตสมาชิกบอยแบนด์เกาหลีวง Exo  ปัจจุบันเป็นนักแสดงจีน) เขาหน้าหวานเหมือนผู้หญิง แต่พอพูดหรือขยับตัว เรารู้เลยว่านี่ผู้ชายแมนๆ ที่ไม่ตุ้งติ้งเลย แล้วก็มียืมแคแรกเตอร์คนนั้นคนนี้ที่เราชอบ ส่วนแฝดผู้หญิง จริงๆ ไม่มีส่วนคล้ายริชเลย เขาเป็นผู้หญิงที่ตกหลุมรักผู้ชายตั้งแต่แรกพบ แสดงว่าเขาต้องมีจริตในตัวพอสมควร ต่างจากริชที่ไม่มีจริต ไม่มีเสน่ห์ อย่างเสียงหนูแท้ๆ จะราบเรียบโมโนโทน แต่ขวัญมาก็จะสูงนิดหนึ่ง มีความเสียงเล็กเสียงน้อย ก็ต้องดีไซน์ขึ้นมา

ความรู้สึกหลังจากได้รับคำชมท่วมท้น “สารภาพเลยว่าตอนเห็นคนชมหนูครั้งแรก ตกใจมาก แฟนคลับก็อต (อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์) รึเปล่า เพราะหนูไม่ค่อยมีแฟนคลับ จนเพจที่เคยด่าเราตลอดเขียนชม ตอนแรกยังไม่เชื่อ คิดว่าพี่พีอาร์บอกให้เขียนแบบนี้รึเปล่า สักพักแน่ใจ ก็ดีใจค่ะ (ยิ้ม)”

 

ผลิตผลของความพยายาม

ตอนนี้คิดว่าเราพิสูจน์ตัวเองและข้ามกำแพงที่เคยขวางเราไว้ได้แล้วรึยัง “เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นมากกว่าค่ะ หนูรู้สึกว่าคนดูยอมรับเรามากขึ้น เมื่อก่อนแค่มีชื่อหนูในรายชื่อนักแสดงก็เตรียมด่าแล้ว ขอแค่คนดูยอมเปิดใจก็ดีใจมากแล้ว”

เต็มร้อยกับทุกเรื่อง แต่เหมือนไม่มีใครเห็น เราเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา ทว่านักแสดงสาวปฏิเสธ เธอให้เหตุผลว่าถ้าคนดูเขาไม่เห็น เขาก็ไม่ด่าหรอก “หนูว่าที่ผ่านมาหนูยังดีไม่ถึงระดับที่คนดูต้องการ หนูประสบการณ์ไม่พอด้วย จึงเข้าไม่ถึงตัวละครและถ่ายทอดไม่ได้ หนูคิดนะคะว่าถ้าหนูเล่นเป็นแฝดตัวเดียว เป็นขวัญเอยแฝดชายตัวเดียว คนคงยังว่าอยู่ดี ยังตำหนิทำไมเล่นได้แค่นี้ เพราะเขาเห็นแค่มุมเดียวไม่มีให้เปรียบเทียบ พอหนูเล่นเป็นสองคน เขาเห็นความต่างของสองแคแรกเตอร์ในฉากเดียว คนดูจึงเริ่มเชื่อว่าหนูแสดงได้”

น้อยใจไหมที่บางคนทำงานวงการบันเทิงแต่ไม่เคยโดนวิจารณ์หนักเท่าริชชี่ เราโยนคำถาม “เคยคิดเหมือนกันค่ะ บางทีดูละครก็คิดทำไมคนนี้ไม่เห็นโดนว่าเลย หนูรู้ว่าตัวเองไม่ได้เล่นเก่ง แต่ก็ไม่เข้าใจทำไมเราโดนหนักขนาดนี้ อย่างที่บอกแค่เห็นรายชื่อนักแสดง ยังไม่ทันออนแอร์คนก็เตรียมด่าแล้ว ถ้าติเรื่องการแสดงหนูไม่ซีเรียส หนูอ่าน ดีใจที่มีคนช่วยดู แต่บางอันเขาว่าเรื่องนิสัย งงว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น ไม่ได้รู้จักเราเลย ก็พยายามไม่สนใจ ไม่ดูเยอะเพราะเขาชอบใช้คำพูดรุนแรง จริงๆ แล้วหนูเสียใจแทนคนที่ร่วมงานกับหนู เขาคงเครียดที่ต้องมาเจอกระแสลบจากหนู หนูจะรู้สึกผิด

“แต่พอมีคำชมก็ตกใจ ไม่แน่ใจว่าที่เราทำนั่นดีแล้วจริงๆ เหรอ หนูนั่งไล่หาคอมเมนต์ด่าเลย เหมือนเราไม่มั่นใจ ต้องมีอะไรให้แก้ไขสิ หนูเป็นนักกีฬาด้วยมั้งคะ วันไหนที่โค้ชไม่ด่าวันนั้นเครียด เขาไม่สนใจเราแล้วรึเปล่า เขาเห็นว่าเราไปต่อไม่ได้แล้วรึเปล่า ไม่มีใครเพอร์เฟ็กต์ ต่อให้หนูชนะก็ยังต้องมีสิ่งให้แก้ไข”

ความเป็นนักกีฬายังเสริมให้นักแสดงสาวมีวินัยและอดทนในการทำงาน “ทุกคนมักพูดว่าริชอดทนมากนะ เพราะเป็นนักกีฬาหรอ จริงๆ แล้วหนูไม่รู้สึกว่าหนูทำอะไรที่อดทนกว่าปกติ ผู้ใหญ่จะบอกว่าเราไม่ค่อยบ่น หนูไม่รู้จะบ่นเรื่องอะไร สมมติซีนนี้ต้องถ่ายกลางแจ้งแล้วอากาศร้อน ไม่รู้จะบ่นไปทำไม ยังไงก็ต้องทำอยู่ดี”

สิ่งที่เป็นดั่ง “น้ำทิพย์ชโลมใจ” ให้นักแสดงสาวให้เดินหน้าต่อในวงการ แม้ต้องเจอคำวิจารณ์แง่ลบอยู่หลายปี คือความเชื่อมั่นจากผู้ใหญ่ที่มีให้เสมอมา “ทุกครั้งที่งานเราออนแอร์แล้วคนยังว่าอยู่ ผู้กำกับที่ทำงานด้วยจะให้กำลังใจเรา พี่รู้ว่าริชทำได้ ทุกคนคอยซัพพอร์ตเราตลอด เขาอยากให้เราทำได้ จนเรารู้สึกว่าเราต้องสู้เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าเราทำได้อย่างที่เขาเชื่อ เมื่อก่อนหนูโดนคอมเมนต์ว่า ริชไม่มีประสบการณ์ชีวิต ริชไม่มีความรัก ริชเลยแสดงละครไม่ได้ เราก็เครียด หรือเราควรไปทำอย่างอื่นดีกว่า แต่หนูอยากทำได้ อยากเป็นนักแสดงจริงให้ได้ หนูว่าถ้าเป็นแค่ความต้องการในใจของหนูเอง ไม่สามารถผลักดันเราได้มากเท่าความเชื่อมั่นจากคนที่รัก ผู้ใหญ่ แฟนคลับ เขารอดูเราอยู่”

ช่วงหลังนี้เราเห็นริชชี่ออกรายการ ให้สัมภาษณ์ ออกงานอีเวนต์มากขึ้น และดูมีความสุขขึ้น “หนูสนุกกับช่วงถ่ายทำ อยู่ในกองถ่ายกับทีมงานที่เรารู้จัก รู้สึกเป็นเซฟโซน แต่พอช่วงที่ต้องเดินสายโปรโมทกับสื่อ หนูรู้สึกยาก และทุกวันนี้ก็ยังยากอยู่ เมื่อก่อนมีคนบอกว่าตัวตนของหนูไม่เหมาะกับการเป็นดารา หนูควรสดใสกว่านี้ เวลาตอบหรือพูดอะไรก็ควรพูดในแบบที่คนอยากเห็น พอเราทำไม่ได้ก็โดนดุ เวลาออกงานกับเด็กผู้หญิงเยอะๆ หนูจะดูต่างจากคนอื่น ทำไมหน้าไม่ยิ้ม โดนบังคับมารึเปล่า ใจจริงหนูชอบการแสดงนะ แต่ในละครเราแสดงแล้ว ถ้าหนูต้องสร้างแคแรกเตอร์เฉพาะตัวสำหรับการเดินสายโปรโมทอีกก็เหนื่อยเกินไป หนูทำไม่ได้ ที่ผ่านมาหนูถึงไม่ออกสื่อเลย ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ ผู้ใหญ่ก็มองว่าถ้าให้คนอื่นมาเจอเราที่พูดน้อย เขาอาจผิดหวังในตัวเรา ถ้าอย่างนั้นให้เห็นเราจากละครอย่างเดียวก็พอ

“ตอนหลังมานี้ พอหนูไปออกรายการหนึ่ง เราก็ทำตัวปกติของเราแบบเดิม แต่ผู้ชมค่อนข้างโอเคกับบุคลิกของเรามากขึ้น หนูจึงคิดว่าเพราะคนดูยอมรับการแสดงของเรา พอเขายอมรับว่าเราเป็นนักแสดงที่แสดงได้นะ เขาก็ยอมรับตัวตนเรามากขึ้นด้วย

 

 

เราเจอจุดลงตัวในวงการแล้วยัง “หนูอยากเป็นตัวเองตามปกติ พอสั่งเทคหนูอยากกลับมาเป็นตัวหนู เหมือนนักแสดงฮอลลีวู้ด หนูดูหนังเรื่อง Horns นางเอกในเรื่องสวยบริสุทธิ์เหมือนนางฟ้า แต่พอถึงวันเดินพรมแดง เขาแต่งตัวพังค์มาก ทาตาดำ ดูเมาๆ หนูว่ามันเจ๋งมากเลยนะ ไม่ใช่อยากเป็นสไตล์นี้แบบเขานะ แต่เจ๋งที่เราสามารถเป็นตัวละครได้ และเราก็สามารถเป็นตัวเองได้ด้วย เป็นสิ่งที่ฝันมาตลอด จนมาเจอผู้จัดการปัจจุบัน เขาให้เราเป็นตัวเองเลย หนูใส่แต่เสื้อแบดฯ ก็ใส่เลย พอออกงานค่อยหาชุดที่เหมาะสม หนูใส่ส้นสูงไม่ค่อยได้ ถ้าอย่างนั้นก็ใส่เฉพาะงานที่จำเป็น พอมีคนยอมรับเรา เราเป็นตัวเองได้ เราก็แฮปปี้และสนุกกับการพูดคุยมากขึ้น หนูสามารถสื่อสารสิ่งที่คิดได้ เลยรู้สึกสนุกกับงานมากขึ้น”

วันนี้หญิงสาวซึ่งเคยฝึกยิ้มสามารถยิ้มได้โดยไม่ต้องพยายามอีกต่อไป เพราะความเชื่อมั่นจากทุกคนที่ส่งไปถึงเธอ เชื่อว่าทุกเส้นทางชีวิตจากนี้จะเต็มไปด้วยความสุขยิ่งขึ้น อย่างที่เราสัมผัสได้จากเรื่องเล่าและรอยยิ้มของเธอ

 


 

เรื่องเล็กๆ ที่คุณอาจไม่รู้ของริชชี่

  • ก่อนเจอกับพี่เอ-ศุภชัย ริชชี่เคยเกือบแตะขอบวงการบันเทิงด้วยการประกวด “มิสทีนไทยแลนด์” จากการท้าทายของพี่สาวที่ไม่เชื่อว่าเด็กขี้อายคนนี้จะกล้าขึ้นเวทีประกวด และความอยากเอาชนะคำว่า “ทำไม่ได้หรอก” แต่เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมจริง ริชชี่ก็พบว่านี่เป็นโลกที่ห่างไกลจากความเป็นเธอมาก และด้วยความบังเอิญที่วันประกวดตรงกับวันแข่งกีฬาเยาวชนพอดี จึงต้องสละสิทธิ์ “ดีใจค่ะ เพราะทำไม่ได้ให้ไปเดินประกวดก็เขิน” แม้ริชชี่จะพลาดการประกวดครั้งนั้น แต่ชะตาที่ขีดให้เธอเป็นดาวยังไงก็หนีไม่พ้น

 

  • ละครเรื่องที่ทำให้ริชชี่รู้สึกอินและสนุกกับการแสดงครั้งแรก คือเรื่อง หน่วยลับสลับเลิฟ บทบาทของ ‘รัญชิดา’ เป็นบทบาทที่ริชชี่ลงความเห็นว่ายากที่สุดตั้งแต่แสดงมา “เขาเป็นโรคจิต โดนกระทำมา ความคิดจึงไม่ปกติแบบคนทั่วไป เครียดมากตอนก่อนเล่น แต่พอเล่นแล้วกลับรู้สึกสนุกมาก”
  • ‘ขวัญมา’ คือตัวละครที่ชอบและสงสารมาก “หนูชอบเขา เขาน่าสงสารนะ อ่อนต่อโลก ถูกพี่หลอกและเชื่อทุกอย่าง”

 

ภิญญ์สินี

Writer

กองบรรณาธิการ ศิษย์เก่าเอกปรัชญาและศาสนา ชอบติดตามกระแสสังคม และเทรนด์แฟชั่น สนใจศิลปวัฒนธรรม และสีมงคล ลายนิ้วหัวแม่มือคือลายมัดหวาย

อนุชา ศรีกรการ

Photographer

ช่างภาพที่เกิดวันเดียวกับวันถ่ายภาพโลก เลยทำอย่างอื่นไม่เป็นแล้ว

5 ความคิดเห็น

  1. ดีจังที่ยังสามารถรักษาตัวตนของตัวเองไว้ได้ ถึงแม้ว่าจะเข้ามาในวงการมายา จากนี้ก็ค่อยๆเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งในด้านการใช้ชีวิตและการทำงาน พี่จะรอติดตามผลงานของริชชี่ต่อไปนะคะ

    • รู้จักว่าคนนี้คือริชชี่อรเณศแต่ไม่เคยติดตามเคยดูคู่กรรมเพราะชอบณเดชแค่เรื่องเดียวแต่พอเห็นในซ่อนเงารัก รู้สึกน่าสนใจจึงติดตามจนหลงรักน้องในที่สุด ตอนนี้ไปไหนไม่ได้แล้วค่ะ🤭🤭☺️☺️❤️❤️❤️

  2. น้องเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับวัยรุ่น กว่าที่คนเราจะประสบความสำเร็จ เขาต้องผ่านบททดสอบของชีวิตมากมาย ต้องอาศัยความขยัน อดทน หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เป็นกำลังใจให้น้องริชชี่และจะติดตามชมผลงานการแสดงของน้องตลอดไปนะคะ

  3. เป็นบทสัมภาษณ์ที่ทำให้เราได้เห็นตัวตนของริชในแบบที่เราไม่เคยรู้มาก่อน แต่พอได้ติดตามน้อง จึงพบว่าตอนนี้ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเป็นปี คำตอบของเธอในการออกรายการ ก็ยังเป็นคำตอบเดิมเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งมันทำให้เรารู้ว่าทุกเรื่องราวที่เธอได้เล่าผ่านสื่อ คือเรื่องจริง ความรู้สึกจริงๆของเธอที่ไม่มีการปรุงแต่งขึ้นเลย..รักเธอเพิ่มขึ้นทุกๆวัน😍

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!