พลังความคิด ลิขิตเส้นทางฝัน

-

ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆ ท่าน  ได้เวลาเติมธรรมะเข้าสู่หัวใจกันอีกแล้วนะโยม

ธรรมะเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่งในชีวิตคนเรา ไม่ว่าเราจะอยู่ในเพศใด วัยไหน สถานะใด ธรรมะก็มีความจำเป็นทั้งนั้น

ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว เราต้องอยู่ในสังคมกลุ่มใหญ่ ซึ่งมีความหลากหลายทางความคิด มีความรู้สึกความต้องการที่ต่างกัน  เราจะให้คนอื่นเป็นไปอย่างที่เราต้องการทุกอย่างก็คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องควบคุมความรู้สึก อารมณ์ และความต้องการของตนเอง

เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ควบคุมง่ายที่สุดแล้ว

โยมทุกท่าน ความแตกต่างทางความคิดใช่ว่าจะเป็นมิตรกันไม่ได้  แต่มันเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาชีวิต   พัฒนางาน เพราะเป็นการระดมสมองที่หลากหลายเพื่อพัฒนาตน  พัฒนาคน และพัฒนางาน  เมื่อหลายคนแสดงความคิดเห็น มุมมองก็ย่อมมีมากขึ้นด้วย ข้อสำคัญที่สุดคือการเปิดใจยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น เห็นความสำคัญของคนที่คิดต่าง แล้วนำเอาความคิดต่างทั้งปวงมารวมเป็นองค์ความรู้ใหม่ สิ่งนี้จะช่วยให้ทุกอย่างก้าวไปข้างหน้าได้อย่างถูกต้องและดีงาม

โยมทุกท่าน  ความสำเร็จและความล้มเหลว สิ่งที่เป็นแรงผลักดันคือพลังความคิด ถ้าเรามีพลังความคิดในเชิงบวก และมีหลายสมองหลายความคิด พลังความสำเร็จก็ย่อมจะมากด้วย

ตรงกันข้าม  ถ้าเรามีความคิดทางลบ ไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น มองโลกแค่มุมของตนเอง ชีวิตของเราก็อยู่ในกรอบที่แคบๆ

โยม อาตมาขอบอกว่า คนที่ไม่เปิดใจ ต่อให้อยู่ในโลกที่กว้างใหญ่แค่ไหน ก็ยังแคบอยู่ดี ที่มันแคบเพราะว่ามุมมองของเราเป็นตัวจำกัดไม่ให้สิ่งต่างๆ เข้ามาในสมอง โยมเคยไหม ตอนเด็กๆ ที่เราเรียนหนังสือ วิชาไหนที่เราไม่ชอบ ก็จะรู้สึกว่ามันช่างยากเย็น แต่วิชาไหนที่เราชอบ ไม่ว่าจะเรียนตอนไหน เรียนยังไงก็เข้าใจและมีความสุข   ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าเมื่อใจเปิด สมองก็เปิด เมื่อใจปิด สมองก็ปิด

โยมทั้งหลาย  คนที่เปิดใจ เปิดสมอง  เปิดความคิด  ย่อมมองโลกในหลายๆ มิติ

เช่น ถ้าเรามองโลกอย่างผู้ชนะ เราจะเห็นโอกาสทุกครั้งที่มีอุปสรรคผ่านเข้ามาในชีวิต 

ถ้าเรามองโลกอย่างผู้แพ้  เราจะเห็นอุปสรรคทุกครั้งที่มีโอกาส

ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าโอกาสเป็นสินค้าเฉพาะ มีไว้ขายสำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้เท่านั้น

ในชีวิตของคนเรานะโยม มันมีอะไรมากมายที่ผ่านเข้ามา ทั้งดีและเลวขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าจะเลือกสิ่งไหน คนเราใช่ว่าจะดีล้วน เลวล้วน แต่ละคนต่างมีทั้งดีและเลวปนกันไป

ขนาดนักโทษที่ถูกคุมขัง ในบางช่วงชีวิตเขาอาจเคยทำสิ่งดีๆ หลายอย่าง แต่ไม่เคยมีใครเห็นและมันไม่เด่นชัดเหมือนตอนที่ทำความเลว นั่นไม่ใช่เพราะการกระทำของเขา แต่เป็นมุมมองของคนที่มักจะมองความเลวของคนอื่นมากกว่าความดี

โยมทุกท่าน ถ้าเรารู้จักเปลี่ยนมุมมอง มองโลก มองคนอื่น ในมุมมองที่เปิดกว้าง สังคมของเราก็จะน่าอยู่ขึ้นมาก

สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตของเรามีความสุขง่ายขึ้น คือ  รู้จักปล่อยวาง วางใจเป็นกลาง ไม่จองเวรจองกรรม และแพ้ให้เป็น เพราะการแพ้ไม่ใช่ว่าเราหมดหนทางสู้  แต่เราจำเป็นต้องอยู่อย่างพึ่งพา

เพื่อความชัดเจน ลองฟังเรื่องนี้ดูนะโยม

 

 

สมัยก่อน มีแม่ทัพคนหนึ่ง เล่นหมากล้อมเก่งมาก จนหาผู้เอาชนะได้ยาก

วันหนึ่ง แม่ทัพออกรบผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เห็นบ้านเล็กๆ หลังหนึ่ง มีป้ายติดว่า เล่นหมากล้อมอันดับ 1 แห่งแผ่นดิน” 

แม่ทัพไม่เชื่อจึงเข้าไปหาเจ้าของบ้านและเล่นด้วย ปรากฏว่าเจ้าของบ้านแพ้ทั้ง 3 กระดาน

แม่ทัพหัวเราะ “555 แกเอาป้ายลงได้แล้ว” แล้วแม่ทัพก็ไปออกรบด้วยความดีใจ

ไม่นาน แม่ทัพรบชนะกลับมา ผ่านที่เดิม ก็ยังเห็นป้ายแขวนอยู่ที่บ้านหลังเดิม

แม่ทัพจึงเข้าไปหาเจ้าของบ้าน และท้าดวลอีก ปรากฏว่าครั้งนี้แม่ทัพแพ้ทั้ง 3 กระดาน

แม่ทัพประหลาดใจมาก ถามเจ้าของบ้านว่าเพราะเหตุใด เจ้าของบ้านตอบว่า “ครั้งก่อนท่านมี

ภารกิจออกรบ  ข้าน้อยจึงไม่อาจทำให้ท่านเสียขวัญหรือหมดกำลังใจ  แต่ครั้งนี้ท่านชนะกลับมา ข้าน้อยก็ไม่ต้องออมมือแล้ว”

โยมทุกท่าน เมื่อได้ฟังเรื่องนี้แล้ว เราจะเห็นความจริงที่ว่า คนที่เก่งจริงในโลกนี้ คือคนที่สามารถชนะได้ แต่ไม่จำเป็นต้องชนะ แค่มีใจกว้างขวางก็พอ

ในการใช้ชีวิตก็เหมือนกัน  “รู้ แต่ไม่จำเป็นต้องพูด ไม่พูดใช่ว่าจะไม่รู้”

หากคุณพูดสิ่งที่คุณรู้ แต่เป็นสิ่งที่เจ้าของเรื่องไม่อยากให้รู้ หรือไม่คิดว่าคนอื่นจะรู้ นั่นคือเรากำลังสร้างศัตรู

ในโลกของความจริง  คนทุกคนบอกว่ารับความจริงได้  ต้องการให้คุณพูดความจริง แต่พอคุณพูดแล้ว ใช่ว่าจะรับได้ทุกคน อาจจะโกรธคุณต่างหาก ที่เสือกรู้ความจริง

ที่บอกให้คุณพูดความจริง    เขาแค่ต้องการจะทราบว่าคุณรู้เท่าไหน แต่ไม่ได้หมายความว่า รับความจริงได้ เมื่อทราบว่าคุณรู้เยอะมาก เยอะกว่าที่เขาคาดไว้ เขาย่อมโกรธคุณ เพราะคุณ “รู้ทัน”

ก็อย่างว่านะโยม จิตของมนุษย์นั้นไซร้ยากแท้หยั่งถึง ไม่มีใครสามารถหยั่งใจของคนอื่นได้จริงๆ มีแต่ตนเองเท่านั้น ที่จะรู้สภาพจิตของตนเอง

เจริญพร


คอลัมน์: ธรรมะอมยิ้ม

เรื่อง: พระมหาสมปอง ตาลปตฺโต

ภาพ: ขวัญญาณี ศิรธนอนันต์

All Creative Team

Writer

ร่วมสร้างสังคมอุดมปัญญา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!