‘เนื้อใน’ ปีศาจในหัวใจมนุษย์

-

“กฤษณา อโศกสิน” เขียนนวนิยายเรื่องเนื้อใน เมื่อ พ.ศ.2536 ตีพิมพ์เป็นตอนๆ ลงในนิตยสารลลนา แม้ได้รับการรวมเล่มไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครกล้านำไปผลิตเป็นละครโทรทัศน์ อาจเป็นเพราะว่าบริบทของสังคมยังไม่เปิดกว้างให้เรื่องดังกล่าวได้โลดแล่นอยู่ในจอโทรทัศน์

จนกระทั่งในยุคดิจิทัล ทีวีมีหลายช่องมากขึ้น เปิดกว้างให้เกิดการสร้างสรรค์เนื้อหาและวิธีการนำเสนอรายการโทรทัศน์ที่หลากหลายมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของคนดูซึ่งมีหลากกลุ่มมากขึ้นด้วย ปีนี้เนื้อในจึงได้เผยโฉมในฐานะละครโทรทัศน์

การดัดแปลงนวนิยายเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผู้เขียนบทและทีมงานผลิตอย่างยิ่ง เพราะจะต้องตีความว่าจะนำเสนออย่างไร เพื่อให้เหมาะสมและไม่ล้ำเส้นเกินไปนัก จนอาจก่อให้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ

หากพิจารณาตัวละครสำคัญในนวนิยายเรื่องนี้แล้ว จะพบว่าแต่ละคนต่างมี “เนื้อใน” ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ และสถานภาพทางสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ในสังคมจึงเป็นการสร้างวิถีที่จะหลบหลีกซ่อนเร้นหรือเปิดเผยเนื้อในของตนออกมาเมื่อใด และใช้เนื้อในของตนเป็นอาวุธทำร้ายผู้อื่นอย่างไร

“กฤษณา อโศกสิน” สร้างตัวละครหญิงที่เป็นตัวละครคู่เทียบ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลักษณะขัดแย้งกันนี้ก็ได้บานปลายไปสู่ความขัดแย้งของตัวละครด้วย ตัวละคร “เข็มเพชร” กับ “ปลี” เป็นตัวละครที่น่าสนใจ กฤษณาสร้างให้ปลีเป็นลูกไล่ของเข็มเพชร ขณะเดียวกันปลีก็มีความภักดีต่อเข็มเพชร เพราะแม้ว่าจะโดนโขกสับด้วยวาจาและการกระทำ ตลอดจนแผนร้ายซ่อนเงื่อนปมที่ผู้หญิงใสซื่ออย่างปลีตามไม่ทัน แต่ปลีก็ยังเห็นว่าเข็มเพชรคือคนดี คนที่มีพระคุณ และเป็นที่พึ่งของเธอได้ ความสัมพันธ์ของตัวละครคู่นี้จึงอิงกับความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่น่าสนใจยิ่ง

“เข็มเพชร” กับ “ปลี”

เข็มเพชรใช้ปลีเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นราเชน ผู้ชายที่เธอฝังจำและจะต้องเอาชนะเขาให้ได้ จึงวางแผนให้ปลีแต่งงานกับราเชน อย่างน้อยเธอก็จะรู้ความเป็นไปของราเชน และทำลายครอบครัว ตัวตน และทุกสิ่งทุกอย่างของราเชน ผ่านปลี ส่วนราเชนก็เป็นผู้ชายกักขฬะ มักมากในกาม เก็บซ่อนความใคร่ไว้ภายใต้ใบหน้าอันหล่อเหลาและมีเสน่ห์ ปลีจึงต้องรองรับอารมณ์ทั้งจากสามีและเข็มเพชรผู้เป็นเจ้านาย ชีวิตของปลีเป็นเหมือนตุ๊กตาที่แล้วแต่ใครจะฉีกทึ้ง จับโยน หรือซุกซ่อนไว้ในมุมอับอย่างไรก็ได้

กฤษณาวาดภาพให้ปลีเป็นหญิงผู้น่าสงสาร จำยอมทุกอย่าง ไม่กล้าแม้แต่จะเถียง ทำอะไรก็ผิดไปเสียหมด แต่เธอก็อดทน จนบางครั้งผู้อ่านรำคาญว่าทำไมจึงไม่ลุกขึ้นสู้ ภาระอันหนักอึ้งทั้งจากที่ทำงานและจากในบ้าน ปลีก็ไม่เคยปริปากบ่น ปลีเป็นเสมือนผู้หญิงที่ไร้ตัวตน ไร้อำนาจแม้แต่จะพูดถึงศักดิ์ศรีของตนเองเพื่อต่อรองให้ทุกคนยอมรับการมีอยู่ของเธอ

ปลีถูกกระทำจาก “เนื้อใน” ของมนุษย์อย่างเข็มเพชรและราเชน แต่ที่เธออดทนทุกอย่างก็เพื่อ “ลูก” เธอพยายามรักษาความเป็น “บ้าน” อันเป็นพื้นที่ซึ่งเธอควรจะคงสภาพ “ปกติ” ไว้ เพื่อมิให้ลูกรู้ถึงความเจ็บปวดร้าวราน และมีปมด้อย ส่วนราเชนพยายามล่วงล้ำพื้นที่นี้ และทำให้มันไม่ปกติ เช่น การที่เขาต้องการให้เธอมีความสัมพันธ์กับชายอื่น อันเป็นการแสดงความวิปริตของเพศชาย เธอบ่ายเบี่ยง และยอมถูกทำร้าย ยอมถูกกดดันสารพัด และบอกกับตัวเองว่า หากการนิ่ง อดทน ไม่อาจช่วยให้เธอรักษาความปกติของบ้านอันเป็นพื้นที่ที่เธอหวงแหนได้ เธอก็ต้องรักษา “หัวใจ” ของลูกรักให้ดำรงอยู่กับความปกติไว้

เนื้อใน GMM25

ความมักมากของราเชนดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเนื้อในแห่งดำฤษณาเกิดขึ้น เขาก็ต้องหาทางระบาย โดยไม่สนใจว่าขณะนั้นปลีอยู่ในสภาพอะไร ปลีบ่ายเบี่ยงเพื่อไม่ให้ลูกเห็นเนื้อในของผู้เป็นพ่อว่าได้กระทำการอันเลวร้าย และข่มเหงน้ำใจเธออย่างไร

เมื่อใช้ร่างกายและอำนาจภายนอกต่อสู้กับราเชนและเข็มเพชรไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจหนี แต่จะทำอย่างไรไม่ให้กระทบถึงจิตใจและความบริสุทธิ์ของลูกน้อย เธอจะต้องหนีไปกับลูก แล้วให้ลูกได้เรียนรู้ถึงเหตุผลอย่างไม่ระคายใจ กฤษณาเลือกใช้วิธีให้ปลีเล่านิทานก่อนนอน กล่อมลูกรัก นิทานที่ผู้ด้อยกว่าถูกรังแก และไม่เคยได้ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและชีวิตของตน นิทานที่เริ่มเล่าปะติดปะต่อทีละนิด เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ ความเลวร้ายอำมหิตของปีศาจ เพียงแต่ปลีมิได้ตีความให้ลูกฟังเท่านั้นว่าหมายถึงอะไร จนในที่สุดวันที่เธอตัดสินใจหนีจากนรกที่เรียกว่า “บ้าน” ปีศาจตัวนั้นก็ถูกท้าทายจากตัวละครที่มันเคยกดขี่ข่มเหงมาโดยตลอด

เนื้อหาของนวนิยายเรื่องเนื้อในอาจจะดูเหมือนยังไม่จบ ยังมีอะไรที่ค้างคาใจอยู่ ดั่งกฤษณาต้องการบอกว่าตราบใดที่ยังอยู่ในโลกนี้ เราก็ต้องเผชิญกับปีศาจที่ซ่อนอยู่ภายในของแต่ละบุคคลไม่จบสิ้น เพียงแต่จะแสดงออกมาในรูปแบบใดเท่านั้น

หากนึกถึงบริบทสังคมในยุค 2536 เราจะเห็นภาพการรุกคืบของโลกาภิวัตน์อย่างชัดเจน โลกสมัยใหม่ที่ใครต่อใครก็หลงอยู่ในเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมไทย และทุนนิยมก็รุกเข้ามาในวิถีชีวิตประจำวัน ผู้หญิงอย่างปลี กลายเป็นตัวแทนของคนที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับโลกยุคใหม่ได้ เธอยังมีชีวิตที่ดำเนินไปภายใต้เงื่อนไขของ “บุญคุณต้องทดแทน” และต้องดำรงชีวิตแบบหญิงไทยที่ต้องอดทนเพื่อรักษาความเป็นเมียและแม่ ขณะเดียวกันก็ทนก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่คนอื่นหยิบยื่นให้

เนื้อใน GMM25

รูปแบบของการเล่านิทานให้ลูกฟังนั้นคือการต่อเติมพลังให้แก่ตัวเอง และถ่ายทอดให้ลูกได้เรียนรู้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับปีศาจอย่างไรในสังคม และนี่คือ “อำนาจ” ของความเป็นแม่ที่เธอให้แก่ลูกได้ วิธีการนี้เป็นวิธีการ “มุขปาฐะ” หรือการถ่ายทอดผ่านเรื่องเล่าด้วยวาจา เพื่อให้ผู้ฟังเกิดการเรียนรู้ตามวุฒิภาวะของตน เรื่องเล่าที่ทรงพลังจะเปลี่ยนความหมายไปตามวัยและประสบการณ์ที่พบพาน

วิธีการของปลีก็คือวิธีการของคนในสังคมโบราณที่มิอาจปรับตัวเข้ากับโลกยุคใหม่ได้นั่นเอง

ขอบคุณ “กฤษณา อโศกสิน” ที่มอบความลึกซึ้งและสร้างสัญญะที่แยบยลให้แก่ผู้อ่าน

 


คอลัมน์: มองไทยในสื่อบันเทิง
เรื่อง: ลำเพา เพ่งวรรณ
ภาพ: https://www.facebook.com/GMM25Thailand/
All magazine มีนาคม 2563

All Creative Team

Writer

ร่วมสร้างสังคมอุดมปัญญา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!