นิยายตอนใหม่

กะทิ แกง ขวิด โควิด-19

กะทิ แกง ขวิด โควิด-19 ........ เช้าวันนี้สามีตื่นมาก็อดขำตัวเองไม่ได้ที่เก็บเรื่องภรรยาบ่นไวรัสโควิด-19 ทำเอาคนจิตตก ไปฝันเป็นตุเป็นตะ ในความฝันตัวเขาเองเดินตามถนนโล่งๆ หาซื้อข้าวกิน แต่ไม่มีร้านเปิดขายสักร้าน หิวมาก เดินจนสุดท้ายก็ตกใจตื่น ท้องร้องจ๊อกกก... ต้องลงไปมองหาอาหารจนเจอเป้าหมาย ปลิดกล้วยน้ำว้าลูกหนึ่งปอกเคี้ยวกลืนลงท้อง แล้วตามด้วยน้ำเปล่าสองแก้วเต็มๆ พอประทังหิวไปได้ ในเมื่อตื่นเต็มตาสามีก็ไม่อยากนอนต่อแล้ว เหลียวมองดูนาฬิกาบนผนัง ก่อนหน้านี้เคยคิดจะลาออกจากงานประจำมารับงานนอกทำที่บ้าน พักหลังงานฝิ่นมีมากจนเบียดเวลางานประจำแต่ก็เป็นที่มาของรายได้จำนวนไม่น้อยแม้รู้ดีว่ารายได้เหล่านี้ไม่แน่นอน ทว่าสุดท้ายก็ต้องถูกบีบให้ออก หลังพิษโควิด-19 เล่นงาน บริษัทอ้างว่าไม่มีงาน อยากให้ช่วยๆ กันหน่อย ยังดีที่ให้เงินล่วงหน้ามาสองเดือน...

มหากาพย์มหัศจรรย์ของสุพรรณิการ์ : ตอนที่ 15

-๑๕- ............. มวลมหาชนย่านชานเมืองฝั่งตะวันตกพากันแตกตื่นกับฝูงเฮลิคอปเตอร์นับสิบลำที่บินร่อนต่ำลงเกือบเฉียดยอดตึกสูง เสียงกระหึ่มดังแข่งกันก้องหูกลุ่มคนทุกวัย ใบหน้าเงยแหงนของพวกเขามองสูงขึ้นไป สายตาจับจ้องสองลำที่ร่อนตีคู่ต่ำลงจนใกล้ยอดตึกชื่นสุขคอนโดมิเนียม ไม่ว่าคนเฒ่าคนแก่ไปจนถึงเด็กวัยเกินเจ็ดขวบต่างรู้จักสุพรรณิการ์จากข่าวสารซึ่งถูกประโคมเหนือทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรอบกว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องราวของเธอยังติดริมฝีปากของพ่อบ้านแม่บ้านในวงข้าว กระแสซุบซิบนินทา และการสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างเพื่อนบ้านในแทบทุกชุมชน สื่อทุกสำนักไม่ว่าสิ่งพิมพ์รายวัน สื่อออนไลน์ วิทยุ และโทรทัศน์ต่างเคลื่อนขบวนยาตราทัพกันมาทำข่าว สื่อใหญ่ทุนสูงทั้งในและต่างประเทศพร้อมสรรพกันทั้งภาคพื้นดิน และเหินฟ้าด้วยเฮลิคอปเตอร์ของทางสถานี รถโมบายถ่ายทอดสดยึดครองจุดต่างๆ พร้อมจะเสนอภาพข่าวในมุมที่คิดว่าสวยงามที่สุดออกสู่สายตาผู้ชม เป็นวันท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดร่าเริงตั้งแต่ก้าวแรกของทิวากาล ย่างเข้าสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายนซึ่งโลกในภูมิภาคนี้พร้อมเดือดระอุและอบอ้าว ว่ากันว่าเป็นเดือนแห่งเทศกาลอันชุ่มฉ่ำ และการคืนกลับภูมิลำเนาของแรงงานพลัดถิ่น สุพรรณิการ์เองตอนยังมีชีวิตก็มิได้รับการยกเว้น ผู้คนหลากวัยออกมาจับกลุ่มตามริมถนน ลานโล่งหน้าห้างสรรพสินค้า ริมแม่น้ำ และบนดาดฟ้าตึกสูงอีกหลายแห่ง ปฐมบทแห่งความอบอ้าวซึ่งพัฒนาการขึ้นตามแสงแผดจ้าของดวงอาทิตย์ทำเอาพวกเขาต่างยกมือปาดเหงื่อบนใบหน้าที่เงยแหงน...

สุสานสยาม ตอนที่ 22 : การกลับมาของเพื่อน

-๒๒- การกลับมาของเพื่อน .............. พฤหัสบดี ๕ มีนาคม ๑๕ วันก่อนลงคะแนน รูปถ่ายขุนระเบ็งที่หน้าสถานีรักษาความปลอดภัย ถูกจัดวางคู่กับรูปถ่ายของเยียรยงใต้พาดหัวข่าวตัวโต ‘หวานใจเด็กดีทำฉาว’ เนื้อหาเหมือนๆ กับรายงานข่าวเจ้าอื่นๆ คือมีแต่บทสัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ประจำ สน.ดังกล่าว บอกว่าล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อระเบ็งได้ นั่นหมายความว่าเจ้าตัวยังคงไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในการสืบเรื่องมรณกรรมของเลอไถง “ไม่แปลกใจเลยที่เยียโดนซะเละ สื่อแต่ละเจ้าเล่นพาดหัวกันอย่างนี้” ครองแครงถอนหายใจมาจากที่นั่งข้างๆ ยกมือตบไหล่สุราลัยในฐานะที่เธอเป็น ‘เพื่อนสนิท’ ของเยียรยง แม้จะย้ายมารวมกลุ่มกับ ‘เด็กชั้นสูง’ ได้หลายวัน สุราลัยยังให้เหตุผลเพื่อนๆ ว่า เป็นเพราะเธอมาทำรายงานกับกลุ่มนี้ และไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเพื่อนเก่า ทุกเช้าครองแครงและเพื่อนๆ...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 13 ตอนที่ 32 :: มุ่งมั่นหมายประสบผล

๓๒ ♦ มุ่งมั่นหมายประสบผล ♦ ............... ยามค่ำมืด ทั้งสองหวนกลับที่พัก ซิเล้งเริ่มมีท่วงทีหมกมุ่นเคร่งขรึม เวลาผ่านไปอีกสี่วันเต็มๆโดยปราศจากข่าวคราวใดๆ รุ่งเช้าวันที่ห้า ทั้งสองไปยังแก่งนางแอ่นนอกตัวเมือง พอหยิบหินฝนหมึกลงมา ฉี้อิงพลันร้องโพล่งว่า “ท่านดู เส้นผมนั้นหายสาบสูญไปแล้ว!” ซิเล้งบังเกิดความกระตือรือร้นขึ้นมา กล่าวว่า “รีบดูว่าลี้ซานึ้งทิ้งวาจาใดให้” พอเปิดออก แผ่นกระดาษในหินฝนหมึกยังเป็นเฉกเช่นเดิม หากแม้นซิเล้งมิลงมือเสียก่อน ย่อมมิทราบว่ามีผู้คนเปิดหินฝนหมึกแล้ว ซิเล้งมีสีหน้าเคร่งเครียดกล่าวว่า “ลี้ซานึ้งย่อมต้องมีอุปสรรคบางประการ จึงไม่ติดต่อกับพวกเรา เท่าที่ข้าพเจ้ากับปึงเซียะคาดคะเน มันคงกำลังช่วงชิงเวลา แต่จุดประสงค์ของมันเป็นฉันใด ยากที่จะเข้าใจได้” ฉี้อิงก็สำนึกได้ เหตุการณ์นับว่าผิดคาดหมาย จึงกล่าว “ท่านตกลงใจจะให้เวลามันอีกบ้างหรือไม่?” “เกรงว่ามิได้แล้ว เรื่องราวสำคัญใหญ่หลวง หากแม้นถูกมันก่อกวนจนเหตุกาณ์ล้มเหลว นั่นเสียดายยิ่ง...
ปราบต์
ปราปต์รักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก และเริ่มจรดดินสอเขียนเรื่องทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเรื่องที่เขียนนั้นเรียกว่า ‘นวนิยาย’ งานเขียนของปราปต์ได้รับรางวัลและผ่านเข้ารอบการประกวดทางวรรณกรรมหลากหลาย อาทิ กาหลมหรทึก นิราศมหรรณพ ลิงพาดกลอน ฯลฯ
พันทิวา
นักเขียนลูกนาวีวัยใกล้เกษียณอยู่ในบรรณาพิภพมากว่า 40 ปี เริ่มเขียนหนังสือมาตั้งแต่เป็นนักเรียนนุ่งขาสั้น มีผลงานรวมเล่มเป็นครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 2526 และเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน
นทธี ศศิวิมล
เกิดและเติบโตที่ อ.เมือง จ.ตาก ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เขียนหนังสือได้หลายแนวทั้งนิยาย นิทาน เรื่องสั้น วรรณกรรมเด็ก เรื่องแนวสยองขวัญได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ มีการแปลและวางขายในต่างประเทศ
ประชาคม ลุนาชัย
เกิดที่จังหวัดยโสธร เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 16 ปี เริ่มต้นเขียนหนังสือตั้งแต่ปี 2520 จากบทกวี ก่อนจะจริงจังกับเรื่องสั้น และนวนิยายตามลำดับ ถึงปัจจุบัน 2561 มีผลงานตีพิมพ์ทั้งหมด 35 เล่ม
น.นพรัตน์
น.นพรัตน์ สุดยอดนักแปลนิยายกำลังภายในของประเทศไทย สามารถแปลผลงานของกิมย้ง ได้ครบทั้ง 15 เรื่อง ทั้งแปลงานของโก้วเล้ง ได้มากกว่าผู้แปลท่านอื่น ๆ ด้วย
error: Don\'t copy !!!