นิยายตอนใหม่

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 4 ตอนที่ 12 :: บึงแจ้งอาคารกระจ่าง

๑๒ ♦ บึงแจ้งอาคารกระจ่าง ♦ ............... กิมเม้งตี้ใช้ความสังเกตพิจารณาทุกผู้คนที่ปรากฏเข้ามาในคลองจักษุ พร้อมกับคาคคะเนว่ากี้เฮียงเค้งคงปลอมแปลงเป็นสตรีชราภาพ แต่พริบตาเดียวก็ล่วงล้ำมาถึงหมู่บ้าน ยังมิพบเห็นผู้ชราสูงวัยเลย ผู้ที่เดินสวนทางผ่านไป มีเพียงบุรุษฉกรรจ์ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านสี่ห้าคน คำนวณจากมือเท้าที่หยาบกร้านเพราะตรากตรำและประกายตาซึ่งเซื่องซึม ดูเพียงผิวเผินก็ทราบว่ามิมีทางแปลกปลอมได้ ขณะจะผ่านหมู่บ้านไป กิมเม้งตี้พลันเหลือบเห็นสตรีชาวบ้านสิบกว่านาง นั่งชุมนุมกันใต้ร่มไม้ใกล้ลานกว้างกลางหมู่บ้าน กำลังทอสานเสื่อปูพื้นอย่างขะมักเขม้น กิมเม้งตี้ทราบว่านี่เป็นสินค้าออกประจำถิ่นนี้ นอกจากเสื่อแล้ว ยังมีหมวก ตะกร้า และกระสอบ จึงสาวเท้าเข้าใกล้ ประกายตาสำรวจเค้าหน้าทุกนวลนาง มีบ้างบางคนที่ก้มศีรษะอยู่ แต่กี้เฮียงเค้งหาได้ปะปนร่วมด้วยไม่ มันลอบแค่นหัวร่อในใจ คำนึงขึ้น ‘…นางย่อมมิกล้าปะปนอยู่ในกลุ่มสตรีชาวบ้าน เนื่องจากสตรีเหล่านี้สะดุดตาเกินไป แต่โดยนัยกลับ นางอาจเสี่ยงมาชุมนุมอยู่...

คู่พยัคฆ์หัวใจมหากาฬ ตอนที่ 12 :: แฮ็กเกอร์มหาประลัย (5)

◊ แฮ็กเกอร์มหาประลัย (5) ◊ ................... แม้ “ไชนีส แร็ปเตอร์” จะเป็นเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงและนักบินจะมีสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดจากอันตรายก็ตาม แต่เนื่องจากจรวดประทับบ่าของศัตรูถูกยิงเข้าใส่ในระยะประชิดโดยไม่คาดฝัน การพลิกตัวหลบอาวุธของฝ่ายตรงข้ามจึงช้าเกินไปเพียงเสี้ยววินาที และนั่นจึงทำให้มฤตยูที่แหวกอากาศขึ้นมาจากเรือสเตลล์พุ่งเข้าชนแพนหางของเครื่องบินขับไล่อย่างแม่นยำ                  ตูม! บึ้ม! เสียงระเบิดดังกึกก้องพร้อมด้วยลูกไฟสว่างวาบในตำแหน่งที่จรวดปะทะเป้าหมายอย่างถนัดถนี่ อานุภาพของมันทำให้ไชนีส แร็ปเตอร์ หมุนคว้างกลายเป็นเหยี่ยวปีกหักที่กำลังจะร่วงลงจากเวหา                  “เมย์เดย์! เมย์เดย์!... เราถูกยิง!” นักบินจีนกรอกเสียงใส่วิทยุเร็วปรื๋อก่อนจะกระชากคันบังคับฉุกเฉินด้วยสัญชาตญาณ ยังผลให้ฝาครอบห้องนักบินปลิวหลุดเกือบจะพร้อมๆ กับที่เก้าอี้นั่งนักบินทั้งสองตัวจะถูกจุดระเบิดด้วยระบบ “อีเจ็ค” หรือการดีดตัวอัตโนมัติในพริบตาอันต่อเนื่อง                  ปึ้ง! ปึ้ง! ด้วยพลังขับของดินปืนที่ถูกจุดชนวนทำให้ธงอินทร์กับเรือเอกเหวินหลงลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบนในบัดดลเดียวกับที่ไชนีส แร็ปเตอร์ควงสว่างลงสู่เบื้องล่างก่อนจะพุ่งเข้าปะทะกับผืนน้ำแล้วระเบิดดังสนั่น                 ...

สุสานสยาม ตอนที่ 1 : สยามติงสติวรรษ

-๑- สยามติงสติวรรษ .............. ศุภมัสดุ พระพุทธศรีศักราช ๒๖xx ปีมะเมีย โทศก วันพฤหัส เดือนหก แรมเก้าค่ำ เพลาสี่นาฬิกาห้าบาท ณ อาคารอำนวยการสยามอลังการ มหาสัปปุรุษรวบรวมกำลังหาญตรึงเหตุระส่ำได้ในท้ายสุด หลังจากผู้ทุรยศปลุกปั่นไพร่ราบรุกรบแลจุดพระเพลิงหมายเผามหานาครให้ไหม้เป็นจุณไป ฝ่ายขบถแตกพะพ่ายย้ายจะแจ้น ที่ร่วงในแดนอัคคีก็มอดไปตามวิบาก หากถูกจับได้ก็หมายโทษชั่วโคตรชั่วเหง้า มหาสัปปุรุษแลพวกพ้องรุมเข้ากินเมือง มีข้าทาสเฟื่องคอยคุ้ม ตีรุมกลุ้มไพร่มิให้กำเริบการใหญ่เยี่ยงในกาลก่อน ลุกึ่งศักราช มหาสัปปุรุษแลวงญาติจึ่งวางบัญญัติเพื่อพิภากษาแลกระลาการใหม่หลายโกฏิ รวมเรียกว่าแผนแม่บทสยามติงสติวรรษ อันสมาชิกทุกคนควรปฏิบัติตามเพื่อความศานติ แลหากคราใดอุบัติมีสงกา...

โปรดเรียกฉันด้วยนามที่แท้จริง (ตอนแรก)

โปรดเรียกฉันด้วยนามที่แท้จริง (ตอนแรก) ........................... ความรู้สึกแรกที่ปลุกฉันขึ้นมาคืออาการปวดรุนแรงที่หัวซีกซ้ายราวกำลังจะระเบิด ได้เสียงครางด้วยความเจ็บปวดของใครสักคนก้องอู้อี้ใกล้หู ลืมตาขึ้นในห้องสว่างจ้า หลอดไฟ เสียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อยู่ในที่ครอบปากและจมูกใส มีอากาศผสมไอน้ำพ่นออกมา พยายามยกมือที่มีเข็มและสายรุงรังทั้งสองข้างเพื่อจะยกขึ้นมาจับต้นกำเนิดของอาการทุกข์ทรมาน แต่ก็พบว่าข้อมือถูกพันธนาการด้วยผ้าสีเขียวติดกับราวเตียงทั้งสองข้างแน่นหนา ขยับเคลื่อนไหวได้เพียงเล็กน้อย ความรู้สึกต่อมาคือความแสบร้อนที่ส้นเท้าด้านนอกทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นส่วนที่กดทับติดกับเบาะนอน พยายามเคลื่อนไหวยกเท้าให้พ้นแต่ก็เหมือนขาหนักกว่าที่เคยจนแทบเคลื่อนไม่ได้ อาการคลื่นไส้อยากอาเจียนพุ่งพรวดขึ้นจนตัวกระตุกผวาไปด้านข้าง โก่งคอขย้อนขนลุกขนพองทั่วร่างแต่ก็ไม่มีอะไรล่วงผ่านลำคอออกมา อาการปวดหัวกลับทวีขึ้นอีกเหมือนมีบางอย่างในหัวพยายามจะฉีกกะโหลกออกเป็นชิ้น ร่างกายคล้ายกำลังจะแยกออกจากกันเป็นส่วนๆ “ปวดดดดด ปวดดดดด ปวดดดดด” นั่นเสียงใครตะโกน ดังโหวกเหวกโวยวายอยู่ในห้อง นานนับโกฏิปีกว่าจะมีบุรุษพยาบาลเดินเข้ามา “มาแล้ว เดี๋ยวฉีดยาแก้ปวดให้ ไม่ต้องร้องๆ” ของเหลวที่วิ่งเข้ามาทางกระแสเลือดให้ความรู้สึกตื้อ ทึบ แน่นหน้าอก...
ปราบต์
ปราปต์รักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก และเริ่มจรดดินสอเขียนเรื่องทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเรื่องที่เขียนนั้นเรียกว่า ‘นวนิยาย’ งานเขียนของปราปต์ได้รับรางวัลและผ่านเข้ารอบการประกวดทางวรรณกรรมหลากหลาย อาทิ กาหลมหรทึก นิราศมหรรณพ ลิงพาดกลอน ฯลฯ
พันทิวา
นักเขียนลูกนาวีวัยใกล้เกษียณอยู่ในบรรณาพิภพมากว่า 40 ปี เริ่มเขียนหนังสือมาตั้งแต่เป็นนักเรียนนุ่งขาสั้น มีผลงานรวมเล่มเป็นครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 2526 และเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน
นทธี ศศิวิมล
เกิดและเติบโตที่ อ.เมือง จ.ตาก ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เขียนหนังสือได้หลายแนวทั้งนิยาย นิทาน เรื่องสั้น วรรณกรรมเด็ก เรื่องแนวสยองขวัญได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ มีการแปลและวางขายในต่างประเทศ
ประชาคม ลุนาชัย
เกิดที่จังหวัดยโสธร เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 16 ปี เริ่มต้นเขียนหนังสือตั้งแต่ปี 2520 จากบทกวี ก่อนจะจริงจังกับเรื่องสั้น และนวนิยายตามลำดับ ถึงปัจจุบัน 2561 มีผลงานตีพิมพ์ทั้งหมด 35 เล่ม
น.นพรัตน์
น.นพรัตน์ สุดยอดนักแปลนิยายกำลังภายในของประเทศไทย สามารถแปลผลงานของกิมย้ง ได้ครบทั้ง 15 เรื่อง ทั้งแปลงานของโก้วเล้ง ได้มากกว่าผู้แปลท่านอื่น ๆ ด้วย
error: Don\'t copy !!!