Hoop BNK48 Captain New Gen

-

ปฏิเสธไม่ได้ว่า BNK48 มีส่วนสำคัญในการปลุกกระแสวงการไอดอลและเกิร์ลกรุ๊ปในไทย จนปัจจุบันมีวงไอดอลและเกิร์ลกรุ๊ปเกิดขึ้นมากมาย หลายวงโด่งดังขึ้นเป็นตัวท็อปของวงการ และหลายวงก็เลิกราไปอย่างน่าเสียดาย วันคืนเปลี่ยนผันท่ามกลางการเกิดขึ้นและดับไปของวงคู่แข่งต่างๆ BNK48 ยังคงหยัดยืนและเดินบนถนนสายนี้จนเข้าสู่ปีที่ 7 รุ่น 1 และ รุ่น 2 ซึ่งเป็นรุ่นก่อร่างสร้างวงและเสริมความโด่งดังต่างสำเร็จการศึกษาไปเกือบหมด จากนี้จึงเป็นบททดสอบของเจเนอเรชันใหม่ในการนำวงให้ก้าวต่อไป เมื่อกัปตันวงอย่างเฌอปราง อารีย์กุล เรียนจบ ‘ฮูพ’  ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย คือผู้ที่มารับไม้ต่อ แน่นอนว่าตำแหน่งสำคัญนี้มาพร้อมแรงกดดัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานที่แคปเฌอเคยสร้างไว้ ความคาดหวังต่างๆ ที่ต้องแบกรับ มาฟังคำตอบจากกัปตันคนใหม่หรือแคปฮูพกัน

1.

“หนูชื่อ ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย ชื่อจริงมีที่มาจากดอกแคฝอย หนูตั้งใจจะไม่กินดอกแคฝอยตลอดชีวิต เพราะเหมือนกินตัวเอง ส่วนชื่อเล่น ฮูพ เนื่องจากหลานๆ ฝ่ายพ่อชื่อขึ้นต้นด้วย ฮ นก ฮูก หนูเลยชื่อฮูพที่แปลกว่าห่วง เป็นห่วงที่คล้องป๊ากับแม่ไว้ด้วยกัน เกือบจะได้ชื่อเฮอร์ไมโอนีด้วยค่ะ ดีนะที่ป๊ากับแม่ไม่เลือก (หัวเราะ) ปัจจุบันเป็นกัปตันทีม BIII ควบคู่กับกัปตันวง BNK48 ตัวตนเป็นคนโก๊ะๆ อยู่ไม่นิ่ง แล้วก็พูดไปเรื่อยค่ะ (ยิ้ม)”

ก่อนจะเข้ามาเรียนและทำงานในกรุงเทพฯ ฮูพใช้ชีวิตที่จังหวัดชลบุรี และชอบทำกิจกรรมที่ได้ออกแดด “หนูเป็นเด็กที่ชอบเล่นกลางแจ้ง เวลาเล่นเครื่องเล่นก็ชอบกระโดดจากที่สูง หลานๆ ฝ่ายพ่อเป็นเด็กผู้ชายเยอะ หนูเลยเล่นเตะบอล เล่นอะไรที่แอดเวนเจอร์หน่อย โตมาก็ได้ไปดริฟต์รถกับพ่อด้วย

“ปัจจุบันหนูเรียนออกแบบนิเทศศิลป์ กราฟิกดีไซน์ค่ะ อันที่จริงหนูยังไม่มีเป้าหมายชัดเจนแต่ที่เลือกสาขานี้เพราะตอนมัธยมหนูเรียนโรงเรียนนานาชาติ แล้วมีคลาสศิลปะ อาจารย์แนะว่าหนูทำได้ดี น่าจะเรียนต่อด้านนี้นะ ใครบอกว่าดีเราก็ทำตาม ตอนนี้เรียนปี 4 แล้วค่ะ”

ส่วนความฝันเกี่ยวกับวงการบันเทิงนั้น เธอไม่เคยมีเลย และชีวิตก็อยู่ห่างไกลวงการบันเทิงด้วย “หนูแค่ชอบเล่นไปเรื่อยๆ สนุกกับชีวิต แต่ช่วงวัยกำลังโตจะชอบนอนอยู่ห้องเฉยๆ คุยเล่นกับเพื่อน แม่ไม่ชอบให้ลูกอยู่ว่างๆ แบบนั้น เลยส่งเรียนร้อง-เต้น แล้วแม่ก็ไปเห็นประกาศรับสมัคร BNK48 เลยชวนให้ลอง โน้มน้าวว่าลองสักครั้งเถอะ ที่บ้านพอจะรู้จัก BNK48 มาก่อน พี่แก้ว รุ่น 1 เคยเป็นครูสอนเปียโนตอนเด็กๆ แล้วพ่อเคยฟังพี่เฌอสัมภาษณ์ก็ชอบ เลยตัดสินใจลองสักครั้งก็ได้ เรายังไม่เคยทำอะไรให้พ่อแม่ภูมิใจเลย ถ้าทำได้เขาคงภูมิใจ” หลังจากนั้นฮูพก็ผ่านการออดิชันเป็น BNK48 รุ่นที่ 3

2.

BNK48 แต่ละรุ่นเจอความท้าทายแตกต่างกันไป ในส่วนรุ่น 3 นั้นต้องเผชิญการระบาดของโควิด-19 เป็นอุปสรรคต่อการฝึกซ้อมและการออกงานเพื่อพบปะแฟนคลับ “พูดตามจริงเลยนะว่าเพลงเดบิวต์พวกหนู กระต่ายตัวแรกของฝูง คือสะท้อนความเป็นรุ่น 3 มาก พวกหนูเข้าหอไม่ได้ กำหนดการทุกอย่างถูกเลื่อน หนูต้องออกกำลังกาย T25 ที่บ้านทุกวันแล้วอัดคลิปส่งครู สอบร้องเต้นทางออนไลน์ ท้าทายมากค่ะ แล้วตอนแรกรุ่น 3 จะไม่มีเพลงเดบิวต์ค่ะ ดังนั้นจะทำยังไงให้แฟนๆ เห็นเรา รู้จักเรา หนทางเดียวคือการขึ้นเธียเตอร์ ณ ตอนนั้นพี่ๆ รุ่น 1 และ 2 ยังไม่จบการศึกษา เขาเป็นตัวหลักในการแสดงอยู่แล้ว เราจะได้ขึ้นแสดงแทนต่อเมื่อมีพี่ไม่ว่าง แน่นอนว่าแต่ละสัปดาห์ก็มีพี่ที่ไม่ว่างสลับกัน เท่ากับว่าเราต้องจดจำท่าเต้นและตำแหน่งการเต้นไม่ซ้ำเดิม ยกตัวอย่างน้องมีน รุ่น 3 เคยเต้นให้ทีม BIII มามากกว่า 5-6 ตำแหน่ง คิดง่ายๆ 16 เพลง คูณ 5 คือบล็อกกิ้งทั้งหมดที่น้องจำ แล้วกว่าจะรู้ว่าต้องแสดงแทนอย่างมากหนึ่งสัปดาห์หรืออย่างน้อย 2 คืนก่อนแสดง

“เราฝึกฝนบนความกดดัน แต่โชคดีคุณครูที่เทรนจะคอยฝึกให้เราแสดงอย่างแข็งแรง รุ่น 3 ไลน์เต้นจึงไม่ไอดอลจ๋า มีจริตนิดหนึ่ง (หัวเราะ)”

ส่วนการได้รับเลือกเป็นกัปตันวงนั้น ฮูพเล่าว่าไม่ได้ถูกเรียกคุยอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แค่ไปทานข้าวกับผู้ใหญ่และพี่เฌอ แล้วตกลงกันว่าอยากให้ฮูพเป็นผู้นำวงสานต่อพี่เฌอ เธอยอมรับว่าตอนแรกไม่มั่นใจว่าตัวเองมีความสามารถคู่ควรกับตำแหน่งนี้ “หนูรู้สึกว่าเราเป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง เป้าหมายของหนูในการเป็น BNK48 แค่ทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุข ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แล้วที่ผ่านมาหนูไม่มีประสบการณ์การเป็นผู้นำหรือทำกิจกรรมโรงเรียนแบบพี่เฌอเลย หัวหน้าห้องเขาคัดจากคนเรียนเก่งใช่ไหมคะ หนูเรียนไม่เก่งเลยค่ะ พ่อกับแม่ก็ห่วงกลัวว่าถ้างานมันยากมันหนัก แล้วหนูมางอแงงี่เง่าไม่ทำแล้วไม่ได้นะ เลยใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจ”

การเรียนรู้งานในฐานะกัปตันนั้น เฌอปราง อดีตกัปตัน ปัจจุบันเป็นผู้จัดการวง ค่อยๆ ปูทางด้วยการมอบหมายหน้าที่ให้ฮูพรับผิดชอบทีละนิดมาโดยตลอด กัปตันวงคนใหม่จึงค่อยๆ เรียนรู้วิธีการทำงานโดยมีรุ่นพี่เป็นแบบอย่างและเป็นที่ปรึกษาให้ในช่วงแรก 

ฮูพควบตำแหน่งทั้งกัปตันวง BNK48 และกัปตันทีม BIII ความแตกต่างของ 2 ตำแหน่งนี้คือ “กัปตันทีมดูแลแค่การแสดงสำหรับขึ้นเธียเตอร์โดยเฉพาะ ส่วนกัปตันวงดูภาพรวม เป็นตัวแทนพูดเวลาออกสื่อ คอยมอนิเตอร์สมาชิกในวงว่าน้องๆ โอเคไหม สภาพจิตใจเป็นยังไง เวลาน้องไปออกงานแล้วผลลัพธ์เป็นยังไง ต้องพัฒนาอะไรอีก” เคยสับสนในหน้าที่ความรับผิดชอบบ้างไหม “ไม่ค่ะ ด้วยความที่พี่เฌอทำงานชัดเจน เขาจะบอกเลยว่างานนี้อยากให้ใครรับผิดชอบ ส่วนมากหนูก็ทำไปโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำหน้าที่อยู่ (หัวเราะ)”

สิ่งที่กัปตันคนใหม่แอบกังวลเมื่อมารับหน้าที่นี้ “เอาจริงๆ นะคะ กังวลตัวเองที่สุดค่ะ (หัวเราะ) หนูต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง ประพฤติตนให้ดี น้องๆ จะได้ทำตามถูก พี่ฮูพไม่ทำสิ่งนี้นะ แสดงว่าเราทำไม่ได้ เราต้องทำตัวเราให้ดีก่อน คนตามก็จะได้ตามอย่างถูกต้อง เริ่มต้นจากการเปลี่ยนที่ตัวหนูค่ะ

“หนูยังไม่ได้วางแผนหรือมองการณ์ไกลว่าอยากให้ BNK48 เป็นแบบไหนในอนาคต เพียงแค่อยากให้เมมเบอร์อยู่ในวงอย่างแฮปปี้ มีความสุขกับการทำงาน ได้ทำงานที่หลากหลาย เพราะเจนใหม่ไม่มีประสบการณ์ทำงานหลายๆ อย่างเหมือนรุ่น 1 กับ 2 เลยอยากให้เมมเบอร์ได้โอกาสเช่นนั้นบ้าง”

เมื่อเราถามถึงการรับมือกับความคาดหวังที่ประดังเข้ามานั้น แคปฮูพกล่าวว่า แฟนคลับที่เข้าใจช่วยให้เธอมั่นใจที่จะเดินหน้า “มีบางคนพูดว่า ทำไมไม่ทำให้ดีกว่านี้ ทำไมไม่อย่างนั้นอย่างนี้ โชคดีที่แฟนคลับของหนูซัปพอร์ต คอยเชียร์ให้หนูเป็นกัปตันในแบบของหนู ไม่ต้องพยายามเป็นเหมือนใคร หรือเก่งเท่าใคร เป็นกัปตันในเวอร์ชันของเราอย่างดีที่สุดก็พอ คำพูดเหล่านี้ให้กำลังใจหนูมาก อันที่จริงหนูค่อนข้างกดดันเยอะทีเดียว แต่พอมีแฟนๆ ที่ก้าวไปกับเราก็สบายใจขึ้น หรือแม้จะผิดพลาดบ้างก็มีคนซัปพอร์ตอยู่นะ”

3.

ด้วยความที่ไม่คาดฝันว่าวันหนึ่งจะเข้ามาเป็นสมาชิก BNK48 ภาพของการเป็นไอดอลก่อนเข้าวงจึงแตกต่างจากตอนเป็นสมาชิกตัวจริง “ก่อนหน้านั้นคิดว่ายากสุดคงเป็นร้องกับเต้น ไม่น่ามีอะไรยากไปกว่านี้หรอก พอเอาเข้าจริงได้ทำอะไรเยอะแยะ ไอดอลไม่ใช่แค่ร้องกับเต้นนะ ยังมีอะไรที่ท้าทายอีกมาก เช่น ต้องจดจำท่าเต้น เนื้อเพลง สคริปต์ ในเวลาอันรวดเร็ว ด้านการพูด การเป็น MC แล้วยังได้ลองงานเบื้องหลังต่างหาก และในเรื่องการใช้ชีวิตคนเดียว ทำความสะอาดห้องเอง หาข้าวกินเอง จัดการการเงิน จัดการเวลาเองด้วย 

“พอไปเรียนแล้วเพื่อนรู้ว่าเราเป็น BNK48 ก็ออกอาการเกร็ง จะแตะตัวได้ไหม เป็นเพื่อนได้รึเปล่า ต้องเว้นระยะห่างไหม ปรับตัวยากเหมือนกันค่ะ ทุกวันนี้ยังมีความรู้สึกว่าเราเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่อยากวิ่งซนอยู่เลย”

งานพาร์ตไหนยังเป็นเรื่องยากสำหรับกัปตันฮูพ เราถาม “โอ้ว สำหรับหนูคือการตื่นมาทำงานค่ะ (หัวเราะ) คือหนูเป็นคนตื่นยากมากๆ ต้องมีคนมาปลุกถึงจะตื่น เราทำงานจนดึกแล้ววันรุ่งขึ้นต้องตื่นเช้าอีก กลายเป็นว่ารู้สึกเพลียอยู่ตลอด หนักใจจนไปปรึกษาพี่เฌอ เคล็ดลับพี่เฌอคืออัดวิตามิน เยอะค่ะ เป็นกำๆ เลย หนูอยากได้สุขภาพดีแบบพี่เฌอนะ แต่กินไม่ไหวจริงๆ” (แคปฮูพจบประโยคด้วยสีหน้าหงอย)

นอกจากเรื่องนอนน้อยแล้ว ยังมีปัญหาออฟฟิศซินโดรมที่สั่งสมจากการเต้นปรากฏอาการให้เห็นแล้ว เพราะฮูพเคยประสบอุบัติเหตุจนกระดูกเท้าร้าว และจำเป็นต้องถอดเฝือกก่อนครบกำหนด ส่งผลให้กระดูกสมานไม่สนิท มีผลต่อการเต้น ฮูพกล่าวว่าตอนนี้พยายามผ่อนเรื่องการเต้นลงบ้างเพื่อดูแลสุขภาพมากขึ้น

4.

การจัดการความเครียดสไตล์แคปฮูพคือการเปลี่ยนจุดโฟกัส “พื้นฐานหนูเป็นคนเครียดแป๊บเดียว เป็นคนอยู่ไม่นิ่งด้วยมั้งคะ ใจหนูเลยไม่จดจ่อกับอะไรนาน แป๊บเดียวก็สนใจอย่างอื่นแล้ว แค่ได้กินของอร่อย หลับสักตื่นก็หาย” ทว่ายังมีสิ่งที่กัปตันวงคนใหม่ยังกดดันและปลดเปลื้องไม่ได้ คือการพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรกับตำแหน่ง “หนูค่อนข้างโชคดีที่ได้รับโอกาสมากจริงๆ สิ่งที่หนูรู้สึกกดดันสุดๆไม่ใช่การแข่งขันในวง แต่เป็นการพิสูจน์ให้คนเห็นว่าเราเหมาะสมกับฐานะตรงนั้นนะ เป็นสิ่งที่หนูกดดันตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และยังรู้สึกผิดต่อเพื่อนๆ ด้วย เฮ้ย เราได้รับคนเดียวเลยเหรอ หนูเคยร้องไห้กับครูสอนเต้น เพราะมีความคิดว่าเราไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ แต่กำลังใจจากคนรอบข้างช่วยให้คลายเครียดได้ นี่คือชีวิต ชีวิตเราอยู่ยาก ไม่ได้สวยงามเสมอไป มีคนที่ได้ก็มีคนที่ไม่ได้”

สิ่งที่ชอบในการเป็น BNK48 คืออะไร เราตั้งคำถาม “โห… ถ้า ณ วันนี้ คือความสุขที่ได้คุยเล่นกับแฟนคลับ จริงๆ นะคะ หนูมองแฟนคลับเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เม้ามอยได้ เล่าเรื่องราวชีวิตให้ฟัง หนูชอบที่สุดคืองานจับมือ เพราะได้เม้ามอยชีวิตที่ผ่านมา ได้เห็นแฟนๆ เขาก็มาเม้าเรื่องชีวิตเขา แล้วได้เห็นเขาแฮปปี้ที่ได้เจอเรา ได้สร้างคอนเทนต์ ยิ่งสนุก ยิ่งรู้สึกมีความสุข”

 สี่ ปีในการเป็น BNK48 ได้สอนอะไรฮูพบ้าง “อันดับแรกโอกาสไม่ได้มาโดยง่าย เมื่อมีโอกาสต้องรีบคว้าไว้ อย่าปฏิเสธ อย่าลังเลว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะทุกโอกาสมีเวลาจำกัด 

“และอย่ามัวแต่รอ ต้องเตรียมพร้อมเพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเอง 

“เหมือนการเป็นกัปตันวง บางคนอาจคิดว่าใครๆ ก็เป็นได้ ง่ายๆ หรือทำไมถึงตัดสินใจเป็น สำหรับหนูคิดว่านั่นคือโอกาสค่ะ ถ้าหนูไม่รับอีก 10 ปีข้างหน้าหนูเสียใจแน่นอน หนูคงย้อนเวลามายังช่วงอายุเท่านี้และกลับมาเป็นกัปตันวงอีกไม่ได้ นี่คือครั้งหนึ่งในชีวิต เหมือนกับการเป็นเมมเบอร์ BNK48 ถ้าวันนั้นไม่สมัครคงเสียดายโอกาส และคิดว่าถ้ารับตำแหน่งกัปตันคงสนุกแน่ๆ”

“สิ่งที่หนูโฟกัส ณ วันนี้คือการนอน การกิน แล้วก็เพื่อนๆ ในวง อยากให้ทุกคนได้ลองทำอะไรใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น และเหนือสิ่งอื่นใดคือจะทำยังไงให้คนเห็นหนูแล้วนึกถึง BNK48 ได้แบบพี่เฌอ พี่เฌอเปรียบเสมือนโลโก้ของวง ทำยังไงเราถึงจะเป็นโลโก้วงได้บ้าง ตอนนี้สิ่งที่พอทำได้คือการพัฒนาโซเชียลมีเดียของตัวเอง พยายามสร้างคอนเทนต์ทั้งใน TikTok และช่องทางอื่นๆ ให้คนเห็นว่า BNK48 ก็ทำอะไรได้หลากหลายนะ พยายามทำอย่างสุดความสามารถ”

ความน่าสนใจของวง BNK48 ไม่ได้อยู่ที่การร้องเต้นเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่พัฒนาการของกลุ่มเด็กสาวธรรมดา ซึ่งเพิ่มพูนทักษะในการแสดงออกอย่างต่อเนื่องด้วย จนเราอดเอาใจช่วยและสนับสนุนความตั้งใจของพวกเธอไม่ได้ แม้วันนี้แคปฮูพยังมีสิ่งที่ต้องฝึกฝนอยู่อีกหลายเรื่อง แต่เชื่อว่าในไม่ช้าเธอจะเป็นกัปตันคนสำคัญของ BNK48 New Gen “ฝาก BNK48 ด้วยค่ะ” 


ขอบคุณสถานที่

The Artist Academy Studio

383 พัฒนาการ 50 แยก26 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพ 10250

โทร. 0841160607


คอลัมน์: เรื่องจากปก

ภิญญ์สินี

Writer

กองบรรณาธิการ ศิษย์เก่าเอกปรัชญาและศาสนา ชอบติดตามกระแสสังคม และเทรนด์แฟชั่น สนใจศิลปวัฒนธรรม และสีมงคล ลายนิ้วหัวแม่มือคือลายมัดหวาย

อนุชา ศรีกรการ

Photographer

ช่างภาพที่เกิดวันเดียวกับวันถ่ายภาพโลก เลยทำอย่างอื่นไม่เป็นแล้ว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!