‘กัน’ อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ พิสูจน์ด้วยฝีมือ

-

‘กัน’ อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์

พิสูจน์ด้วยฝีมือ

“ปีเตอร์ แพน” คือคำที่แวบขึ้นมาหลังจากได้สนทนากับนักแสดงเด็ก ซึ่งวันนี้เขาเติบโตขึ้นเป็นนักแสดงหนุ่มเต็มตัว แต่เพราะใบหน้าอ่อนเยาว์ รูปร่างเล็ก และอุปนิสัยขี้เล่น เราจึงรู้สึกเสมือนได้เห็นภาพความเป็นเด็กชายซ้อนทับในชายหนุ่มวัย 27 ปี ประหนึ่งปีเตอร์ แพน ที่คงความเป็นเด็กอยู่ตลอดกาล ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ มักเรียกเขาโดยมีคำว่า “น้อง” นำหน้าชื่อสำหรับคนวัย 20-30 ปีขึ้นไปที่ทันดูละครพื้นบ้านโกมินทร์ เกราะกายสิทธิ์ และเคยดูละครภูตพิศวาส 2547 เวอร์ชั่นนุ่น-เขตต์ ย่อมต้องคุ้นหน้าคุ้นตาเด็กชาย ‘กัน’ อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ นักแสดงเด็กน่ารักจิ้มลิ้มผู้รับบทเจ้าชายโกมินทร์ หรือผีเด็กแสนในภูตพิศวาส รวมทั้งบทตัวละครวัยเด็กอีกหลายเรื่อง วันนี้เขาเติบใหญ่กลายเป็นนักแสดงมากฝีมือ ผู้ไม่กลัวการพลิกบทบาท สั่งสมความเชี่ยวชาญผ่านประสบการณ์อันโชกโชน จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลทางการแสดงหลายเวที และพิชิตรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากเวที Asian Television Awards ไปครอง

แม้กันจะมีลุคของความเป็นเด็กน้อยอยู่เสมอ แต่ในความเป็นเด็กนั้นมิใช่ความเหยาะแหยะ ไม่รู้ความ แต่คือความเป็นมืออาชีพซึ่งผ่านการเคี่ยวกรำจากการทำงานมาตลอด เราจึงอยากชวนทำความรู้จัก ‘กัน’ อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ กับประสบการณ์ 17 ปีในวงการบันเทิง

“แม่เล่าว่าตอนเด็กๆ กันพูดว่าอยากเข้าไปอยู่ในจอทีวี แม่เลยสานฝันพาไปแคสติ้งโมเดลลิ่งต่างๆ เริ่มต้นจากได้บทตัวประกอบในโฆษณา ผ่านบทเล็กบทน้อยมาเยอะ จนแคสติ้งบทโกมินทร์ผ่าน หลังจากนั้นจึงมีงานละครต่อมาเรื่อยๆ”

เราเริ่มต้นพูดคุยด้วยการย้อนความหลังเมื่อครั้งก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง “ตอนเด็กๆ สนุกกับการถ่ายละครมาก พักกองนี่ไม่หลับไม่นอนเลย เล่นอย่างเดียว เพราะตื่นตาตื่นใจกับฉากซึ่งมีทั้งปราสาท ถ้ำปลอม บ้าน สิ่งที่เราได้แต่เห็นในทีวีกลับมาอยู่ตรงหน้าจริงๆ จำได้แม่นว่าความฝันวัยเด็กคืออยากมีแก้วน้ำติดชื่อของตัวเองในกองถ่าย (หัวเราะ) เพราะกันเริ่มจากบทตัวประกอบกินข้าวกล่อง แล้วเห็นพี่ๆ มีแก้วน้ำส่วนตัวเลยอยากมีบ้าง  แต่จำไม่ได้นะว่ามีครั้งแรกเมื่อไหร่ อาจเป็นตอนเล่นโฆษณาหรือละครมาสักพักแล้ว”

สำหรับดาราเด็กอาจมีช่วงห่างหายไปจากจอบ้าง แต่สำหรับเขานั้นแทบไม่เคยว่างเว้นจากการทำงานเลย “ทำงานมาตลอด แค่บางปีงานไม่เยอะ อาจต่างจากดาราเด็กคนอื่นที่ช่วงกึ่งเด็กกึ่งโตจะหายหน้าไปบ้าง แต่กันไม่โตไง จึงไม่ได้หายไปไหน แสดงละครมาเรื่อยๆ”

แม้ไม่เจอปัญหาเหมือนดาราเด็กคนอื่น แต่ก็ใช่ว่ากันจะไม่เจอจุดเปลี่ยนของชีวิต “ที่ผ่านมากันไม่ได้ซีเรียสกับอนาคต จนได้เซ็นสัญญากับ GMMTV เป็นเวลาไล่เลี่ยกับคุณแม่เสียชีวิต จากที่ไม่เคยคิดอะไรมาก ทำงานสนุกๆ ก็ต้องรับผิดชอบมากขึ้นเพราะมีน้องกับยายที่ต้องดูแล จริงๆ ก่อนหน้านั้นแม่มักพูดตลอดว่ากันต้องโตได้แล้ว เมื่อไหร่จะโตสักที เราไม่เจอเหตุการณ์ที่ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงด้วยแหละ กันไม่ใช่คนที่อยู่ๆ จะคิดได้ ต้องเจอกับตัวถึงจะคิดได้เอง พอเสียคุณแม่จึงจริงจังกับชีวิตและการทำงานขึ้น”

นักแสดงบางคนอาจมีบทบาทที่ทำให้เขาเข้าถึงศาสตร์การแสดงมากขึ้น  แต่สำหรับกันคือการค่อยๆ บ่มเพาะแล้วเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ “สำหรับกันเหมือนการค่อยๆ สะสมวิชา เพิ่มพูนทักษะ แล้วเรื่องหน้าเราจะมั่นใจมากขึ้น กันไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง เราแค่มีประสบการณ์เยอะกว่าคนอื่น จึงทำผลงานออกมาได้ดี แต่ข้อเสียของกันอย่างหนึ่งคือ กันไม่สามารถถ่ายทอดหรือแนะนำคนอื่นได้ บางคนเขาสามารถทำได้ แต่กันอธิบายไม่ได้ว่าทำไมต้องทำแบบนี้ คงเพราะเราทำด้วยความเคยชินหรือกลายเป็นสัญชาตญาณไปแล้ว จึงรู้ว่าต้องแสดงแบบไหน แต่ถ้าถามว่าบทแบบไหนที่กันถนัดที่สุด กันก็ไม่รู้เหมือนกัน (หัวเราะ) บางคนมองว่ากันเล่นดราม่าได้ แต่จริงๆ เครียดทุกครั้งที่เล่นนะ เปรียบเทียบแล้วคอเมดี้เล่นง่ายกว่า แต่กันเป็นคนที่จังหวะไม่ค่อยตลก”

อยากกลับไปเล่นละครไหม เราถาม เพราะผลงานในช่วงหลังเป็นซีรีส์เสียมาก นักแสดงเจ้าบทบาทตอบทันทีว่า อยาก! “เราเริ่มต้นจากละคร จริงๆ อยากเล่นทั้งหนังและละครเลย ถ้ามีโอกาสคงดีเพราะเป็นการเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ตัวเองด้วย”

เมื่อเดือนมกราคม 2563 กันได้รับรางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมจากบทบาท ‘ปุณณ์’ ในซีรีส์ The Gifted นักเรียนพลังกิฟท์ บนเวที Asian Television Award ซึ่งเป็นการประชันผลงานทั่วเอเชียและออสเตรเลียในปีที่ผ่านมา จัดขึ้นที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ บทบาทของปุณณ์นั้น กันต้องเล่นเป็นคนห้าบุคลิก ได้แก่ บุคลิกต้นฉบับของปุณณ์ บุคลิกผู้นำ บุคลิกหวาดกลัว บุคลิกความโกรธ และบุคลิกด้านมืด ด้วยบทซึ่งท้าทายและฝีมือการแสดงที่ไม่เป็นรองใคร จึงได้รับการยอมรับบนเวทีสากล และความสำเร็จของซีรีส์ส่งผลให้เกิดซีซั่นสอง The Gifted Graduation พร้อมการกลับมารับบทบาทเดิมอีกครั้ง

“ตอนซีซั่นแรกที่รู้ว่าต้องมารับบทบาทนี้ มีการเตรียมตัวหลายอย่าง ทั้งละลายพฤติกรรม และดีไซน์บุคลิกทั้งห้าแบบ เช่น ตัวนี้ต้องสายตาแบบนี้ หรือตัวนี้ต้องเดินหลังค่อมๆ หน่อย พอเวลาเราถ่ายจริงสามารถดึงมาใช้ได้ทันที บุคลิกทั้งห้านี้ต่างกับตัวกันหมดเลย แต่บุคลิกผู้นำค่อนข้างยากเป็นพิเศษ เพราะตัวจริงกันเป็นคนขี้เล่น แต่ผู้นำต้องมีมาด พูดแล้วทุกคนเชื่อ จะยืนไหล่ห่อหลังค่อมไม่ได้ ช่วงแรกเรายังแสดงได้ไม่ชัด ต้องปรับกันใหม่นิดหน่อย ส่วนซีซั่นสองนี้ตัวละครปุณณ์จะโตขึ้น ไม่มีฉากบุคลิกทั้งห้ามาเถียงกันเองแล้ว แต่ละบุคลิกจะออกมาในสถานการณ์ต่างๆ เรารู้ว่าแฟนๆ รอชมซีซั่นสองกันมาก กันพยายามไม่กดดันตัวเอง เพราะถ้ากันกดดันจะลืมทุกอย่าง เหมือนตอนขึ้นคอนเสิร์ตพอเครียดแล้วลืมหมด พยายามสบายๆ กับงาน”

ก่อนจะคว้ารางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยม กันเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลทางการแสดงมาหลายเวที ทว่าก็ยังไม่ถึงเวลาของเขาสักที “กันไม่น็อยนะที่ตัวเองพลาดรางวัล กันเป็นคนไม่ค่อยกล้าขึ้นเวทีด้วย พอรู้ว่าไม่ได้กลับโล่งใจเสียด้วยซ้ำ คิดในใจอย่าเป็นเราเลยๆ  รางวัล Asian Television Award ก็เช่นกัน กันไม่เตรียมตัวเลย ยิ่งเข้าชิงร่วมกับนักแสดงประเทศอื่นยิ่งเป็นไปไม่ได้ แต่ก่อนถึงวันเดินทางพี่ที่ค่ายบอกให้เตรียมสปีชไปนิดหนึ่งเผื่อได้ เตรียมก็เตรียม แต่ในใจยังคิดว่าไม่มีทางหรอก พอเขาประกาศชื่อเรา กันรีบเปิดอ่านเลยต้องพูดอะไรบ้าง แต่สุดท้ายลืมหมดทุกอย่าง ถึงเราคิดว่าไม่ได้ต้องการรางวัล เฉยๆ แต่พอได้จริง เออ ดีใจว่ะ”

17 ปีในวงการบันเทิง กันผ่านงานแสดงมามากมาย สิ่งที่เขาอยากทำในอนาคตไม่ใช่การได้รับบทบาทท้าทายใดๆ แต่เป็นสิ่งที่เขาไม่ถนัดอย่างยิ่งและอยากเอาชนะให้ได้ นั่นคือการร้องเพลง “การร้องเพลงคือสิ่งที่ไม่มั่นใจที่สุด ตอนเด็กๆ วันเกิดคุณพ่อคุณแม่ชอบให้เราขึ้นไปร้องเพลง บอกว่าร้องแล้วจะให้สตางค์ กันไม่กล้าขึ้น ไม่กล้าจับไมค์ เลยอยากลองดูสักครั้ง ถ้าตั้งใจจริงๆ จะทำได้ขนาดไหน” ส่วนการวางแผนอนาคตในวงการนั้น เจ้าตัวกล่าวว่า ไม่ได้วางแผนหรือเป้าหมายไว้แต่อย่างใด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจังหวะชีวิต เพียงมีความสุขกับการแสดง แม้คนจะมองว่าบทที่เล่นมักคล้ายเดิม แต่สำหรับเขา แค่มีมุมที่ต่างจากเดิม เขาก็พอใจกับการได้แสดงบทบาทนั้นแล้ว

“ถามว่ากันเคยฉีกบทบาทไปสุดๆ เลยไหม ก็เคยมาแล้ว ตอนนี้จึงพอใจกับอะไรเรียบง่าย แค่มีรายละเอียดหรือแง่มุมที่ต่างออกไปหน่อย เราก็อยากลองเล่นหมด”

ปัจจุบัน ถ้าพูดถึงผลงานของ ‘กัน’ อรรถพันธ์ อดไม่ได้ที่จะพูดถึงซีรีส์วาย (ตัวเอกเป็นผู้ชายทั้งคู่) การก้าวมารับบทนี้ถือได้ว่าเป็นการพลิกบทบาทการแสดงครั้งสำคัญ

“ผลงานวายเรื่องแรกคนมักนึกถึงซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน หรือภาพยนตร์ อนธกาล แต่ผลงานแรกจริงๆ คือภาพยนตร์เรื่อง เฉือน กันรับบทเป็น ‘นัท บุญหล้า’ วัยเด็ก ตอนนั้นเราไม่คิดอะไร แค่อยากเล่นหนังฆาตกรรม ตื่นเต้น ตั้งแต่เรียนการแสดงตอนเด็กแล้ว กันอยากเล่นหนังผี อยากเล่นหนังฆาตกรรม มันเร้าใจแล้วท้าทาย ดีใจมากที่ได้เล่น พอมา อนธกาล โทนหนังมืดมนลึกลับ ต่างจากที่เคยเล่น เราเลยอยากเล่น หลังจากนั้นเป็นซีรีส์ รุ่นพี่ Secret Love สลับมาเป็นคอเมดี้บ้าง คนอาจมองว่ากันเล่นวายติดต่อกัน แต่กันไม่ได้มองจุดนั้น กันมองว่างานเหล่านี้มีความแตกต่าง อย่างที่บอกต่อให้คนมองว่ากันรับงานคล้ายๆ กัน แต่กันมองว่างานมีรายละเอียดที่แตกต่าง เราอยากเล่น เราเล่นได้ กันไม่ได้คิดมากขนาดนั้นด้วย”

สำหรับกันการรับงานวายอย่างต่อเนื่อง ไม่ทำให้เขาเป็นกังวลเรื่องภาพจำด้วย “กันคิดว่าถ้าเราเล่นบทไหนแล้วเข้าถึงบทนั้นได้จริงๆ คนดูจะอินตาม แล้วก็ลืมภาพลักษณ์ของเราจากผลงานที่ผ่านมา กันเลยไม่กลัวเรื่องนี้ ยกตัวอย่าง The Gifted ที่ฉีกมารับบทคนหลายบุคลิก คนดูจะเห็นว่าเราเล่นบทแบบนี้ได้เหมือนกัน”

อีกหนึ่งอุปสรรคของนักแสดงเด็กคือการติดภาพลักษณ์ของความเป็นเด็ก สำหรับกันที่ยังคงรับบทเด็กวัยเรียนอยู่ เราจึงอดถามไม่ได้ว่าเขามองปัญหานี้อย่างไร สิ่งนี้คือกำแพงสำหรับเขาด้วยหรือไม่

“ใช่ กันเล่นเป็นเด็กตลอด ตอนนี้อายุ 27 แล้ว กันยังเล่นเป็นเด็กมัธยม เด็กมหา’ลัยอยู่เลย ถ้าถามว่าเราอยากออกจากบทเด็กไหม มีบ้างที่คิดทำไมเราไม่เคยได้รับบทผู้ใหญ่เลย แต่บทเด็กเดี๋ยวนี้มีอะไรให้เล่นเยอะ ใจหนึ่งยังไม่อยากโตขนาดนั้น อยากหยุดแค่ 25 ปีพอ เพราะยังนึกภาพไม่ออกว่าจะรับบทผู้ใหญ่แบบไหน กันไม่มีเป้าหมายใดเป็นพิเศษด้วย เราทำงานไปเรื่อยๆ ไม่รีบ คนอื่นอาจมองว่าการที่กันเล่นแต่บทซ้ำๆ บทวาย บทเด็ก ทำให้เราติดภาพที่สลัดไม่ได้ แต่กันไม่เชื่อ ไม่มีกรอบสำหรับการแสดง ถ้าเราเข้าถึงบทบาทนั้นได้จริงๆ  ย่อมสลัดภาพได้แน่นอน”

ถ้าวันหนึ่งกันอายุมากขึ้นจนไม่สามารถรับบทนักเรียนได้แล้ว จะทำอะไรต่อไป เราถาม “พอถึงตอนนั้นคงต้องคิด แต่ตอนนี้กันยังไม่คิดถึงจุดนั้น เมื่อวันนั้นมาถึงคงมีคำตอบให้ตัวเองว่าอยากทำอะไรต่อไป”

เมื่อผลงานการแสดงประสบความสำเร็จ สิ่งที่มักตามมาคู่กับชื่อเสียงคือกระแสข่าวดราม่า “กันอยู่วงการมานาน ได้เห็นพี่ๆ หลายคนหรือแม้แต่คนใกล้ตัวเจอข่าวดราม่า ข่าวมันเข้ามาแล้วก็ผ่านไป เคยคิดว่าถ้าเป็นเราบ้างคงไม่เป็นไรหรอกเพราะเดี๋ยวก็ผ่านไป กันเป็นแบบนั้นจริงๆ เป็นคนไม่คิดมาก แต่ถามว่ามีกระทบใจบ้างไหม ช่วงหลังที่ดราม่าหนัก ตอนเหตุการณ์เกิดใหม่ๆ กันไปถ่ายซีรีส์ รู้สึกว่าเล่นไม่ได้เพราะมัวแต่คิด เบลอร์ไปเลยทั้งที่ไม่เคยเป็น เพราะปกติไม่ค่อยอ่าน แต่เดี๋ยวนี้เขาแท็กเราทางทวิตเตอร์เลย อยากเลี่ยงแต่เลี่ยงไม่ได้ จนได้ปรึกษากับผู้ใหญ่เลยสบายใจขึ้น เดี๋ยวก็ผ่านไปนั่นแหละ พูดตามจริงกันไม่เป็นอะไรมากหรอก เพราะเราเข้าวงการมานาน ไม่ได้มีข่าวไม่ดีครั้งแรก อีกทั้งเหตุการณ์เหล่านี้เป็นบทเรียนให้เราต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น คิดให้ถี่ถ้วนกว่าเดิม แต่ที่กังวลมากกว่าคือความรู้สึกแฟนคลับ เขาไม่ได้อะไรจากเราเลย แถมยังส่งข้าวส่งน้ำให้เรา มารอเรา พอมีข่าวไม่ดีเขาคงเครียด ต้องมาไฟท์แทนเราอีก”

ประสบการณ์ทำงาน 17 ปี เรายกย่องให้เขาเป็นมืออาชีพผู้คร่ำหวอดอย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอนว่ากว่าจะมาถึงตรงนี้ต้องผ่านบทเรียนมามากมาย สิ่งที่ยากที่สุดของการทำงานในวงการบันเทิงคืออะไร เราตั้งคำถาม “คือการเจอคนหลายๆ แบบ บางครั้งเรารู้จักเขาแค่ไม่กี่นาทีก็ไม่เจอกันแล้ว จึงต้องวางตัวให้เป็น ปฏิบัติกับทุกคนให้เหมือนกัน ยังมีเรื่องของอารมณ์ ที่เราต้องมาเจอกับคนหลากหลายอารมณ์ ยิ่งถ้าเราเป็นคนมีโลกส่วนตัวด้วยแล้วก็อาจรู้สึกลำบาก แต่ด้วยความที่กันเข้าวงการมาแต่เด็ก จึงคุ้นเคยกับการทำงาน แต่ถ้าเป็นคนที่เข้าวงการตอนโตอาจทำตัวลำบากในช่วงแรก

“แต่การที่เราได้เจอคนมากมายอยู่ตลอด ก็เป็นบทเรียนที่ฝึกให้เราเข้ากับคนง่ายขึ้น ตอนกันเด็กๆ แม่ไม่ต้องไปกองถ่ายด้วย แม่ทิ้งกันไว้ที่กองแล้วกลับบ้านเลย กันก็อยู่เล่นกับพี่ๆ เพื่อนๆ ช่างแต่งหน้า ชอบจับเขามาเล่นนั่นเล่นนี่ด้วย”

นอกจากเรื่องการปรับตัวเข้าสังคมแล้ว การทำงานในวงการแต่เด็กยังฝึกวินัยให้เขาด้วย “สอนให้เราตื่นเช้าด้วย (หัวเราะ) มีวินัยความรับผิดชอบ กันเรียนด้วยทำงานไปด้วย ต่างจากเด็กคนอื่นที่วันหยุดตื่นสายได้ แต่เราต้องตื่นเช้ามาทำงานนะ เพราะเรามีหน้าที่ ถามว่าเคยงอแงไหม ตอนเด็กไม่ค่อยงอแง ตอนโตแล้วงอแงมากกว่าอีก เพราะตอนเด็กเราอยากทำงาน เราไม่รู้จักเหนื่อย แต่พอโตแล้วมีอารมณ์ โอ๊ย ไม่อยากตื่นเลย (หัวเราะ)”

สิ่งสำคัญที่ทำให้กันอยู่ในวงการได้นานขนาดนี้ นักแสดงเจ้าบทบาทกล่าวว่าคือความรักในงาน และตั้งใจจริง

“อันดับแรกคือต้องรักแหละ กันชอบที่จะทำงานตรงนี้ ให้กันไปทำอย่างอื่นก็คงยากแล้ว เราอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เด็กด้วย งานแสดงคือสิ่งที่กันมั่นใจที่สุด และต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนที่ให้โอกาส เห็นว่าเราน่าจะเล่นได้ กันจึงได้ทำงานมาต่อเนื่อง และถึงแม้ว่าตัวตนของกันจะเป็นคนเรื่อยๆ สนุกสนาน งงๆ หน่อย แต่พอเวลาทำงานเราค่อนข้างตั้งใจ ไม่ถึงขั้นรักความเพอร์เฟ็กต์ แต่เราคิดเสมอว่าต้องทำงานออกมาให้ดีที่สุด ”


ขอบคุณสถานที่

MeStyle Place

Hip hotel and serviced apartment

22 ซอย 20 มิถุนา แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

Tel: 0 2690 5884-6

E-mail: info@mestyleplace.com

www.mestyleplace.com

    

ภิญญ์สินี

Writer

กองบรรณาธิการ ศิษย์เก่าเอกปรัชญาและศาสนา ชอบติดตามกระแสสังคม และเทรนด์แฟชั่น สนใจศิลปวัฒนธรรม และสีมงคล ลายนิ้วหัวแม่มือคือลายมัดหวาย

อนุชา ศรีกรการ

Photographer

ช่างภาพที่เกิดวันเดียวกับวันถ่ายภาพโลก เลยทำอย่างอื่นไม่เป็นแล้ว

1 ความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!