“ถ้ามีความฝัน จงกล้าที่จะฝ่าฟัน

รักษาฝันของตัวเองเอาไว้

คนที่ไม่มีไฟไม่มีฝัน

คือคนที่อยู่ได้เหมือนกัน

แต่อยู่ไปวันๆ แบบไม่มีลมหายใจ”

เพราะการมีฝันก็เหมือนมีดาวเหนือนำทางในชีวิต เพราะแม้ช่วงเวลาที่ชีวิตนั้นมืดมิดยังพอรู้ว่าจะอยู่และสู้เพื่ออะไร

แต่คนไม่มีฝันเหมือนใช้ชีวิตแบบไม่มีจุดหมาย หายใจไปวันๆ รอวันตาย ดังนั้นจงใช้ชีวิตแบบมีฝัน มีเป้าหมาย ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ก็ยังไม่เสียดายชีวิต

และวิธีจะมุ่งหน้าคว้าความฝันมาให้ได้มีดังต่อไปนี้

  1. กล้าฝันและเชื่อมั่นว่าเป็นไปได้

อยากได้อะไรต้องกล้าคิดต้องกล้าฝัน อยากเป็นดาวบนฟ้าที่โด่งดังก็ต้องกล้าตั้งความหวังเอาไว้ และเชื่อมั่นว่าสักวันเราจะเป็นให้ได้

ถ้าเริ่มต้นด้วยความกลัวความไม่แน่ใจ เป็นดาราไม่ใช่เป็นกันง่ายๆ เราหน้าตาไม่ดีไม่มีพื้นฐานการแสดง ไม่มีเส้นสายคนที่รู้จักในวงการมันจะเข้าวงการได้ยังไง ฝันเราคงจะใหญ่เกินไป คงจะไกลเกินจริง

คิดแบบนี้ก็ฝันสลายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรแล้ว

ดังนั้นอยากได้อยากมีอยากเป็นอะไร ต้องกล้าฝันใหญ่ และคิดว่ามันต้องเป็นไปได้ตามที่ฝัน

เพราะคนเป็นไปตามความคิด เราจะได้อะไรเพราะมีความคิดเป็นตัวนำ พอคิดแล้วจะทำเมื่อทำแล้วก็จะได้ตามที่คิดไว้ ไม่กล้าคิดก็ไม่มีสิทธิ์ได้

  • ให้เห็นภาพที่ปลายทางกระจ่างชัด

รู้ให้แน่ชัดก่อนว่าฝันเราคืออะไร สำคัญแค่ไหนกับชีวิตเรา คนที่รู้ว่าจะไปไหนเขาจะไปถึงจนได้ และถ้าสิ่งที่อยากได้นั้นสำคัญมาก เราจะฟันฝ่าอุปสรรคระหว่างทางไปจนได้

วิธีการคืออาจจะติดรูปสิ่งที่อยากได้ในฝันไว้ตามที่ต่างๆ ที่เห็นได้ชัดๆ ติดรูปบ้านในฝัน รถคันนี้อยากได้ ชุดครุยเวลาจบการศึกษา หรือรูปครอบครัวที่ช่วยเพิ่มกำลังใจ เพราะเรารู้ว่าเรากำลังทำเพื่อใคร

และให้พยายามนึกถึงภาพความสำเร็จที่ปลายทางตามที่ฝันไว้บ่อยๆ

เช่น กำลังแวดล้อมไปด้วยคนที่เข้ามาชื่นชมยินดีในวันที่เราทำได้ หรือกำลังยืนอยู่หน้าบ้านในฝัน หรือกำลังขับรถคันที่อยากได้ หรือวันที่สมาชิกในครอบครัวกำลังเข้ามาชื่นชมกับความสำเร็จของเราอย่างมีความสุขและภาคภูมิใจ

คิดถึงภาพฝันวันที่ทำได้อย่างนี้ให้บ่อยที่สุด เพราะมันจะเป็นพลังขับเคลื่อนเราให้ไปสู่เป้าหมาย

  1. แจกแจงมาว่าต้องทำอะไรถึงจะได้ตามที่ฝัน

คือต้องใช้ยานพาหนะอะไรที่จะทำให้เราไปถึงฝั่งฝัน เช่น ถ้าจะลดน้ำหนักสัก 5 กิโลกรัม ก็มาดูว่าต้องทำอะไรบ้างถึงจะลดน้ำหนักได้

  • ตัดน้ำตาล
  • ลดปริมาณอาหารลง
  • ทานโปรตีนและผักให้เยอะ
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • นอนหลับพักผ่อนให้พอ
  • ออกกำลังกายทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง เป็นต้น

แล้วก็กำหนดเวลาว่าจะทำตามเป้าหมายได้เมื่อไร เช่น ภายใน 3 เดือน และถ้าดูสิ่งที่ต้องทำมันมากมายหรือว่าใหญ่ก็เกินกว่าจะทำไหว ก็ให้แยกย่อยออกมาให้พอที่จะทำได้ เช่น ค่อยๆ ลดปริมาณน้ำตาลและแป้งลงมื้อละเล็กน้อย เพิ่มโปรตีนเข้าไปในแต่ละมื้อ จากนอน 4-5ชั่วโมง ก็นอนเพิ่มขึ้นอาทิตย์ละครึ่งชั่วโมง แทนที่จะลดน้ำหนักฮวบฮาบก็ตั้งใจลดให้ได้สักเดือนละ 1 กิโลกรัมหรือ 2 กิโลก็ได้ จากไม่เคยออกกำลังกายเลย ก็เริ่มจากการเดินวันละ 20 นาที เป็นต้น

ความสำเร็จไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วเลิกรา แต่อยู่ที่ค่อยๆ ทำเล็กๆ น้อยๆ ต่อเนื่องกันไปจนกว่าจะได้ความสำเร็จ

  1. โฟกัสและสนุกกับสิ่งที่ทำ 

เมื่อรู้ว่าต้องทำอะไรบ้างถึงจะได้ความฝันมาก็อย่ารอช้าให้เริ่มลงมือทำ

เวลาทำก็ทำอย่างจริงจัง ทำอย่างมีสมาธิจดจ่อ ทำจนกว่าจะได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

และการที่จะทำได้ต่อเนื่องกันไปต้องมีความสุขและสนุกกับสิ่งที่ได้ทำ เพราะถ้ารู้สึกลำบากต้องฝืนต้องทน ต้องทุกข์ทรมาน เราจะทำได้ไม่นานสุดท้ายก็จะล้มเลิกระหว่างทางได้

แม้วันนี้ยังไม่ได้ตามที่ฝันเอาไว้แต่ ให้มีความสุขกับการได้ทำตามที่ฝัน จะดีใจทุกครั้งที่รู้ว่า ทุกครั้งที่เรายังยืนหยัดทำ เท่ากับเราเข้าใกล้เป้าหมายไปอีกก้าว

และให้รู้สึกสนุกกับปัญหาอุปสรรคระหว่างทางที่เข้ามาขัดขวางเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคภายนอกหรืออุปสรรคจากภายใน เช่น ความรู้สึกอยากยอมแพ้ อยากเลิกรา ไม่อยากทำอีกต่อไป แต่เราก็สามารถชนะใจตัวเองได้ไม่ยอมแพ้ทำต่อจนได้

ขอให้มีความสุขในทุกก้าวที่เราเข้าไปหาเส้นชัย ไม่ใช่รอความสุขแต่วันที่ได้ความฝัน แค่วันเดียว

ชีวิตคนเราจะมีค่าถ้ารู้ว่า

ชีวิตเราเกิดมาเพื่ออะไร

มีฝันจงมุ่งหน้าไปคว้าใฝ่

สักวันฝันที่อยากได้ 

จะกลายเป็นความจริง


คอลัมน์: ก้าวไกลไปข้างหน้า

เรื่อง: จตุพล ชมภูนิช

ภาพ: ขวัญญาณี ศิรธนอนันต์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here