ล้มในก้าวแรก

-

มีคนถามผมเสมอว่า จะเป็นนักเขียนต้องทำอย่างไร

คำตอบของผมก็เหมือนกับคำแนะนำที่นักเขียนรุ่นก่อนสอนต่อกันมา นั่นคือลงมือเขียน ไม่ต้องอ่านตำราอะไร

เราไม่มีทางว่ายน้ำเป็นโดยท่องจำตำรา ไม่มีทางขับรถได้จากการท่องสูตร เราต้องลงมือทำเลย เรียนผิดเรียนถูกด้วยตัวเอง

เพราะไม่ว่าเรียนผิดหรือเรียนถูก ก็เป็นบทเรียน

เบน โบวา (Ben Bova) นักเขียนนิยายไซไฟระดับคุณภาพคนหนึ่งของโลก สอนนักอยากเขียนไว้ดังนี้

“คำถามว่า ฉันเป็นนักเขียนหรือเปล่า ไม่ตรงประเด็น

คำถามจริงๆ คือ คุณต้องการเขียนหรือเปล่า?

นักเขียนเขียน คุณตื่นเช้าทุกวันและจิ้มคีย์บอร์ด

คุณหาคำและแต่งเรื่อง

คุณอาจต้องทำงานอื่นด้วย เช่น ไปจ่ายตลาด แต่เหนือสิ่งอื่นใด คุณเขียน

เขียนทุกวัน ไม่ว่าจะเกิดเรื่องน่าผิดหวัง ไม่ว่ามีอุปสรรคอะไร คุณเขียน

ทุกๆ วัน

ขณะที่คุณเขียน คุณก็เรียนรู้

คุณสร้างตัวละครต่างๆ และสร้างปัญหาให้พวกเขา และทำให้ตัวละครแก้ไขปัญหาต่างๆ

คุณส่งเรื่องของคุณออกสู่ตลาด และส่งไปอีก จนกระทั่งใครสักคนตีพิมพ์มัน

แต่ความจริงที่สุดคือไม่มีใครสามารถรู้หรอกว่าคุณเป็นนักเขียน คุณเองก็ไม่รู้ จนกระทั่งคุณเขียนดีพอที่จะตีพิมพ์

แต่บอกตรงๆ ว่า คนส่วนมากล้มเลิกเสียก่อน

การเขียนเป็นงานหนัก เป็นงานที่โดดเดี่ยว และคนเขียนจะรู้สึกเบื่อหน่าย

แต่นักเขียนผู้ประสบความสำเร็จทุกคนก็เริ่มตรงจุดที่คุณอยู่ตอนนี้ และประสบความสำเร็จโดยการเขียน เขียน และเขียน จนกระทั่งงานได้รับการตีพิมพ์สม่ำเสมอ

ทำงานซะ

เขียน เรียนรู้ เขียนทุกวัน

อ่าน และเรียนรู้จากนักเขียนที่ตีพิมพ์งานแล้วคนอื่นๆ

ทำงานทุกวัน

มันไม่มีทางอื่นหรอกที่จะเป็นนักเขียน”

 

มีคนถาม แฟรงก์ ซินาตรา ว่า ทำอย่างไรจึงไปถึงจุดสูงสุดของอาชีพนักร้อง ประสบความสำเร็จยาวนานขนาดนี้ เขาตอบว่าก็ต้องทำงานหนัก

“กินเป็นเพลง นอนเป็นเพลง ดื่มเป็นเพลง ฝันเป็นเพลง”

เมื่อหายใจเข้าออกเป็นเพลง วิญญาณก็หลอมรวมกับเพลง กลายเป็นเซียน

วงดนตรี Bee Gees ออกอัลบัมต่อเนื่องเพราะทำงานหนัก คนในวงการรู้ว่าพวกเขาใช้ชีวิตแต่ในสตูดิโอ แต่งเพลงทั้งวันทั้งคืน

ฝึกปรือ ฝึกปรือ ฝึกปรือ 

ผมมักถามคนที่อยากเป็นนักเขียนว่า อยากเป็นนักเขียนในระดับไหน 

ถ้าอยากเกิดเป็นนักเขียนคุณภาพ เราต้องมีความปรารถนาจะเขียนหนังสือแรงกล้าในระดับที่ว่า “ถ้าชาตินี้ไม่ได้ทำงานนี้ ยอมตายดีกว่า”

นี่ไม่ได้หมายความว่าต้องไปตายจริงๆ เพียงเปรียบเทียบระดับของความอยากว่าต้องสูงมาก และยอมจ่ายราคาด้วยความลำบาก บากบั่น ทำงานหนักกว่าคนอื่น จึงจะสำเร็จ

ยิ่งตั้งเป้าจะประสบความสำเร็จในระดับสูงเท่าไร ก็ต้องทำงานหนักขึ้นเท่านั้น

กินเป็นหนังสือ นอนเป็นหนังสือ ดื่มเป็นหนังสือ ฝันเป็นหนังสือ

ทำงานจริงจัง ทำทุกวัน ทำจนได้ดี

ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ฟรีๆ

ทุกๆ อาชีพในโลกก็เช่นกัน จะประสบความสำเร็จระดับสูง ต้องลงมือ

และอย่างที่เล่าจื๊อว่า การเดินทางหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรก

แต่ความจริงก็คือ คนส่วนมากยอมแพ้ตั้งแต่ก้าวต้นๆ

 

…………

 

บางครั้งนักเขียนใหม่เขียนเรื่องแรกแล้วดีมาก เมื่อเขียนเรื่องที่สองไม่สำเร็จ ก็ท้อถอย

จากประสบการณ์ตรง คนที่เขียนเรื่องแรกในระดับดีเลิศนั้นน่าเป็นห่วงกว่าคนที่เขียนเรื่องแรกๆ แล้วล้มเหลว เพราะมันอาจทำให้เกิดอัตตาว่า เราเก่งจังเลยที่เขียนเรื่องแรกแล้วดีเลย

เพราะความจริงคือ ไม่มีใครเขียนเก่งตั้งแต่แรก

คนที่เขียนเก่งตั้งแต่แรกก็มีแต่อัจฉริยะไอคิว 500 ซึ่งไม่มีในโลก

ไม่มีทารกคนไหนเดินวันแรกโดยไม่ล้ม 

ดังนั้นหากล้มเหลวในช่วงแรก ถือว่าเป็นคนปกติ มีอนาคต!

การเดินทางหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรก… 

และล้มในก้าวแรก


คอลัมน์: ลมหายใจ

เรื่อง:วินทร์ เลียววาริณ
winbookclub.com

เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/winlyovarin/

All Creative Team

Writer

ร่วมสร้างสังคมอุดมปัญญา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!