จะตรวจสมรรถนะหัวใจด้วยตนเอง คุณต้องมีบันได 84 ขั้น

-

“เรียน คุณหมอสันต์

อยากเรียนถามคุณหมอว่า เรามีวิธีตรวจหัวใจของเราเองโดยไม่ต้องไปวิ่งสายพานที่โรงพยาบาลทุกปีไหมครับ”

 

ตอบครับ

ถ้าคุณต้องการผลตรวจด้วยตัวเองที่ละเอียดเทียบเท่าการตรวจด้วยการเดินสายพานในโรงพยาบาล คุณต้องเดินขึ้นบันได 84 ขั้นให้ได้ในเวลาไม่เกินนาทีครึ่ง หลักพื้นฐานของการวิ่งสายพาน หรือ exercise stress test (EST) คือให้เดินสายพานโดยติดคลื่นไฟฟ้าหัวใจต่อเนื่องไว้และวัดความดันเลือดเป็นระยะๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วของสายพานและความชันของสายพาน เป้าหมายคือการบังคับให้หัวใจทำงานหนักขึ้นๆ จนถึงระดับหนักมาก (high intensity) เพื่อดูว่าหัวใจแสดงอาการขาดเลือดหรืออาการล้มเหลวหรือไม่

หน่วยนับพลังงานที่ทำได้ขณะวิ่งเรียกว่า MET ย่อมาจาก metabolic equivalents หมายถึงปริมาณพลังงานที่ร่างกายใช้เมื่อนั่งอยู่เฉยๆ ซึ่งเราก็ต้องใช้พลังงานเพื่อการเผาผลาญของเซลล์อยู่ปริมาณหนึ่งจึงจะทำให้ร่างกายนี้มีชีวิตอยู่ได้ สมมติว่าการออกกำลังกายใดๆ ใช้พลังงานมากเป็น 3 เท่าของพลังงานที่ร่างกายใช้ขณะนั่งอยู่เฉยๆ ก็เรียกว่าการออกกำลังกายนั้นใช้พลังงานไป 3 METs เป็นต้น ทั้งนี้วิชาแพทย์ได้นำเอาหน่วยนับพลังงานเป็น MET นี้มาใช้แบ่งระดับความหนักเบาของการออกกำลังกาย เป็นสามระดับคือ

ระดับเบาคือใช้พลังงานต่ำกว่า 3 METs ซึ่งจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราการหายใจและชีพจรให้เห็น เช่น ไปเดินเล่นศูนย์การค้า ทำงานเล็กๆ น้อยๆ ในบ้านที่ไม่ต้องออกแรงมาก เช่น ทำครัว กวาดบ้าน ระดับปานกลาง คือใช้พลังงาน 3 – 5.9 METs ซึ่งการหายใจและชีพจรจะเร็วขึ้น วัดแบบบ้านๆ ก็คือยังพูดได้ แต่หอบเหนื่อยจนร้องเพลงไม่ได้ เช่น เดินจ้ำอ้าว วิ่งจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำเบาๆ ระดับหนัก คือใช้พลังงาน 6 METs ขึ้นไป ซึ่งจะหายใจเร็วมากและชีพจรเร็วมาก วัดแบบบ้านๆ ก็คือเหนื่อยจนพูดไม่ได้ เช่น การเล่นกีฬาแบบแข่งขันต่างๆ เช่น เทนนิส แบดมินตัน วิ่งแข่ง หลักอันนี้เอามาตรวจหัวใจขณะวิ่งสายพาน โดยแบ่งความหนักขณะวิ่งออกเป็น 7 ขั้น ผมขอยกตัวอย่างให้เห็น 4 ขั้นแรกที่ใช้บ่อย คือ

Stage 1 เดินสายพานนาน 3 นาที ความชัน 10% ความเร็วสายพาน 2.7 กม./ชม. ใช้พลังงานรวม 3 METs

Stage 2 เดินสายพานนาน 3 นาที ความชัน 12% ความเร็วสายพาน 4.0 กม./ชม. ใช้พลังงานรวม 4-5 METs

Stage 3 เดินสายพานนาน 3 นาที ความชัน 14% ความเร็วสายพาน 5.5 กม./ชม. ใช้พลังงานรวม 7 METs

Stage 4 เดินสายพานนาน 3 นาที ความชัน 16% ความเร็วสายพาน 6.8 กม./ชม. ใช้พลังงานรวม 10 METs

เนื่องจากผลวิจัยในภาพรวมมีอยู่ว่า ใครก็ตามที่สามารถออกแรงได้ถึง 10 METs จะมีอัตราตายเฉลี่ยในหนึ่งปีต่ำกว่าร้อยละ 1 หรืออัตราตายในสิบปีต่ำกว่าร้อยละ 10 ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงตายในระดับใกล้เคียงปกติ ดังนั้นในการตรวจวิ่งสายพานจึงมักจะปักหมุดเอาให้ถึง stage 4 ซึ่งได้พลังงาน 10 METs เป็นเป้าหมายต่ำสุด ใครที่ทำได้ถึงตรงนี้ก็ถือว่าหัวใจฮ้อแร่ด ใช้การได้เท่าคนปกติทั่วไป

เมื่อไม่นานนี้ พวกหมอที่สเปญได้ทำวิจัยกับคนไข้หัวใจ 167 คน ให้แต่ละคนเดินสายพาน และเดินขึ้นบันไดตึกด้วย แล้วเทียบพลังงานที่ใช้ในการเดินสายพานกับการขึ้นบันไดตึก พบว่าการจะเดินขึ้นบันไดตึกให้ได้ 10 METs หรือ stage 4 ต้องเดินขึ้นถึง 4 ชั้นโดยใช้เวลาไม่เกินนาทีครึ่ง (90 วินาที)

ดังนั้นหากคุณจะตรวจวัดหัวใจของตัวเองที่บ้านโดยให้ได้ความแม่นยำใกล้เคียงกับการวิ่งสายพานที่โรงพยาบาล คุณก็ต้องไปหาที่ซึ่งมีบันไดสำหรับเดินขึ้นลูกเดียวอย่างน้อย 84 ขั้น เพราะชั้นหนึ่งมีบันได 21 ขั้น หากคุณเดินขึ้นครบ 84 ขั้นได้ในเวลาไม่เกินนาทีครึ่ง ก็เท่ากับว่าผลตรวจสมรรถนะหัวใจของคุณได้ผลลบ หรือได้ผลปกติ


คอลัมน์: สุขภาพ

เรื่อง: นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

All free magazine กุมภาพันธ์ 2564

All Creative Team

Writer

ร่วมสร้างสังคมอุดมปัญญา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!