ร้าน “อ้วนบะกุ๊ดเต๋” ประชาชื่น รสชาติกลมกล่อม ซดร้อนชื่นใจ

-

 “บะกุ๊ดเต๋”  นี่เป็นอาหารที่ผมเองก็ค่อนข้างชื่นชอบมาหลายปี ยิ่งถ้าไปโซนภาคใต้ก็ได้กินแทบทุกเช้าที่อยู่ที่นั่น เพราะเป็นอาหารเช้าประจำถิ่นเขา มีหลากหลายร้านหลากหลายสูตร

แต่ในกรุงเทพเมืองฟ้านี่ ต้องบอกว่ามีขายไม่กี่เจ้าจริงๆ และหนึ่งในเจ้าที่ผมจะแนะนำคราวนี้ ก็ถือเป็นยอดฝีมือ เปิดมานานหลายสิบปี เป็นร้านดังที่คนรู้จักไม่น้อย

นั่นคือ “ร้านอ้วนบะกุ๊ดเต๋” ถนนประชาชื่น 

การเดินทางไปร้านนี้ มีจุดสังเกตง่ายๆ คือ ร้านอ้วนบะกุ๊ดเต๋อยู่เยื้อง กับตลาดบองมาเช่ หาไม่ยาก

ถ้ามาจากถนนวิภาวดี ให้เข้าทางวัดเสมียนนารีมุ่งหน้าไปประชาชื่น พอลงสะพานข้ามคลอง ก็ให้ชิดขวาเตรียมกลับรถ ร้านอยู่ไม่ห่างจากที่กลับรถเท่าไหร่

ร้านอ้วนบะกุ๊ดเต๋เป็นร้านห้องแถวคูหาเดียว บรรยากาศดูโปร่งโล่ง เปิดให้บริการสองชั้น ชั้นสองเป็นห้องแอร์  เมื่อเห็นเครื่องกระป๋องที่เรียงราย และหม้อต้มขนาดใหญ่หน้าร้าน แสดงว่าคุณมาถึงที่หมายแล้ว  

เมนูร้านนี้มีแค่อย่างเดียว นั่นคือบะกุ๊ดเต๋  แต่มีหลายขนาดตามจำนวนคน ชามแบบคนเดียว สนนราคา  165  บาท ใหญ่ขึ้นมาหน่อย กินสองคนก็ราคา 330 บาท  สามคนก็  495 บาท 

หม้อใหญ่ก็เพิ่มราคาไปตามขนาด แต่ถ้าไปสามคนจะสั่งแบบคนเดียวแยกกันเป็นสามชามก็ได้  สะดวกแบบไหน สั่งแบบนั้น

ที่นี่เสิร์ฟบะกุ๊ดเต๋มาในหม้อดินเก็บความร้อน ไว้ใจได้เรื่องความร้อนของน้ำซุป เขายกมาเสิร์ฟแบบเดือดน้อยๆ กลิ่นยาจีนหอมเตะจมูกมาก่อน มีควันพอกรุ่นๆ

บะกุ๊ดเต๋ประกอบด้วย ยาจีนสมุนไพรจีน เห็ดเข็มทองดองและเห็ดแชมปิญองจากเครื่องกระป๋อง ผักกาดขาว ฟองเต้าหู้ ไส้หมู และกระดูกหมูหรือหมูสามชั้น สั่งตามชอบ   

ซดน้ำซุปไปคำแรกต้องบอกว่าร้อนชื่นใจ ทุกอย่างกำลังดี เครื่องเคราได้ที่ กระดูกหมูร่อนนุ่ม เห็ดเข็มทองและเห็ดแชมปิญองก็ให้สัมผัสกรุบกรับรับลิ้น กลิ่นยาจีนไม่ฉุนจนกินยาก 

รสชาติของส่วนผสมผสานกันจนกลมกล่อมเอามากๆ  ทานคู่กับข้าวสวย อร่อยแบบไม่ต้องการอย่างอื่นเพิ่มเติม หรือถ้าไม่อยากทานกับข้าวสวย สั่งปาท่องโก๋มาทานคู่กันแทนก็ได้  อร่อยไปอีกแบบ

ร้านอ้วนบะกุ๊ดเต๋เปิดมาได้ราวเก้าปี แต่มีสาขาใหญ่ดั้มเดิมอยู่ที่สุไหงโกลก เป็นบะกุ๊ดเต๋สูตรตามต้นตำรับมาเลเซีย คนละแบบกับสูตรของสิงคโปร์ซึ่งเป็นซุปใส ไม่ใช่ซุปยาจีนแบบนี้ 

เคล็ดลับความอร่อยของที่นี่ คือวัตถุดิบยาจีนทั้งหทดสั่งตรงจากมาเลเซีย ยกเว้นเกลือและกระเทียมเท่านั้นที่ใช้ของไทย บะกุ๊ดเต๋จึงได้รสชาติตามแบบต้นตำรับ

 ร้านเปิดตั้งแต่เวลาเก้าโมงเช้าถึงราวห้าโมง ใครที่ยังไม่เคยกินบะกุดเต๋ ผมแนะนำให้ไปลองเลย แล้วจะรู้ว่าเสน่ห์และความอร่อยที่แท้ของบะกุ๊ดเต๋นั้นเป็นเช่นไร    

ฉบับนี้เนื้อที่หมดแล้ว พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ


คอลัมน์: ไทยชวนไทยชิม

เรื่องและภาพ: สมบูรณ์ สุข

All Creative Team

Writer

ร่วมสร้างสังคมอุดมปัญญา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!