ประชาคม ลุนาชัย

About

เกิดที่จังหวัดยโสธร เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 16 ปี เริ่มต้นเขียนหนังสือตั้งแต่ปี 2520 จากบทกวี ก่อนจะจริงจังกับเรื่องสั้น และนวนิยายตามลำดับ ถึงปัจจุบัน 2561 มีผลงานตีพิมพ์ทั้งหมด 35 เล่ม
32 โพสต์

/

0 ความคิดเห็น

Articles

มหากาพย์มหัศจรรย์ของสุพรรณิการ์ : ตอนที่ 15

-๑๕- ............. มวลมหาชนย่านชานเมืองฝั่งตะวันตกพากันแตกตื่นกับฝูงเฮลิคอปเตอร์นับสิบลำที่บินร่อนต่ำลงเกือบเฉียดยอดตึกสูง เสียงกระหึ่มดังแข่งกันก้องหูกลุ่มคนทุกวัย ใบหน้าเงยแหงนของพวกเขามองสูงขึ้นไป สายตาจับจ้องสองลำที่ร่อนตีคู่ต่ำลงจนใกล้ยอดตึกชื่นสุขคอนโดมิเนียม ไม่ว่าคนเฒ่าคนแก่ไปจนถึงเด็กวัยเกินเจ็ดขวบต่างรู้จักสุพรรณิการ์จากข่าวสารซึ่งถูกประโคมเหนือทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรอบกว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องราวของเธอยังติดริมฝีปากของพ่อบ้านแม่บ้านในวงข้าว กระแสซุบซิบนินทา และการสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างเพื่อนบ้านในแทบทุกชุมชน สื่อทุกสำนักไม่ว่าสิ่งพิมพ์รายวัน สื่อออนไลน์ วิทยุ และโทรทัศน์ต่างเคลื่อนขบวนยาตราทัพกันมาทำข่าว สื่อใหญ่ทุนสูงทั้งในและต่างประเทศพร้อมสรรพกันทั้งภาคพื้นดิน และเหินฟ้าด้วยเฮลิคอปเตอร์ของทางสถานี รถโมบายถ่ายทอดสดยึดครองจุดต่างๆ พร้อมจะเสนอภาพข่าวในมุมที่คิดว่าสวยงามที่สุดออกสู่สายตาผู้ชม เป็นวันท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดร่าเริงตั้งแต่ก้าวแรกของทิวากาล ย่างเข้าสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายนซึ่งโลกในภูมิภาคนี้พร้อมเดือดระอุและอบอ้าว ว่ากันว่าเป็นเดือนแห่งเทศกาลอันชุ่มฉ่ำ และการคืนกลับภูมิลำเนาของแรงงานพลัดถิ่น สุพรรณิการ์เองตอนยังมีชีวิตก็มิได้รับการยกเว้น ผู้คนหลากวัยออกมาจับกลุ่มตามริมถนน ลานโล่งหน้าห้างสรรพสินค้า ริมแม่น้ำ และบนดาดฟ้าตึกสูงอีกหลายแห่ง ปฐมบทแห่งความอบอ้าวซึ่งพัฒนาการขึ้นตามแสงแผดจ้าของดวงอาทิตย์ทำเอาพวกเขาต่างยกมือปาดเหงื่อบนใบหน้าที่เงยแหงน...

มหากาพย์มหัศจรรย์ของสุพรรณิการ์ : ตอนที่ 14

-๑๔- ............. สมเจตต์ควงคู่อรพรรณไปคุยจ้อออกรายการเล่าข่าวรอบสอง ภายหลังที่ร่วมมือกันออกคำสั่งให้ช่างประเดิมเจาะกำแพงผนังตึกด้านหน้าลิฟต์ไปแล้วเป็นบางส่วน ส่งสัญญาณล้ำหน้าทางโรงแรมใหญ่ไปหนึ่งก้าว สมเจตต์อ้างมติประชุมเจ้าของร่วมที่ทุกคนพร้อมใจกันเสียสละทั้งผนังอาคารซึ่งสมบูรณ์ สวยงาม แข็งแกร่งมั่นคง และเงินส่วนตัวซ่อมแซมคืนกลับมา พร้อมทั้งลงขันกันเช่ารถสิบล้อเพื่อจะส่งหญิงสาวผู้มีเรือนร่างมหึมากลับถิ่นเกิดตามความประสงค์ของญาติพี่น้อง น้ำเสียง แววตา และท่าทีของสมเจต์ดูราบเรียบประหนึ่งกรุ่นควันที่ลอยปากปากหม้อต้มน้ำซุป ไม่แฝงเล่ห์กลเลศนัยอื่นใด ทำตัวตามสบายโดยไม่สนใจว่ากำลังออกรายการถ่ายทอดสด และมีกล้องหลายตัวคอยจับภาพ อาทิตย์ สุขประพฤติ ตั้งคำถาม “ทำไมถึงรีบเจาะล่ะครับ ทั้งที่ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างเจรจาซื้อขายตึก คุณรสนาก็ยืนยันมาแล้วว่าเธอมีความพร้อม” อรพรรณโคลงหัวเบาๆ และยิ้มพราย “ใช่ค่ะ เราคุยกัน แต่ปัญหาการซื้ออาคารทั้งหลังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องทำความเข้าใจด้วยนะคะว่าคนตั้งใจที่จะขายอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไรเลย...

มหากาพย์มหัศจรรย์ของสุพรรณิการ์ : ตอนที่ 13

-๑๓- ............. ช่อดอกไม้คารวะของผู้มาเยือนบางส่วนถูกแยกนำไปรวมไว้ตรงมุมห้อง ยังเหลือช่อสดใหม่อวลกลิ่นหอมรายล้อมหญิงสาวผู้หลับตาลงชั่วกาลนิรันดร ส่วนที่แห้งจนกรอบแล้วแม่บ้านนวลทยอยเก็บออกไป เธอยังมาช่วยดูแลทำความสะอาด นำเสื้อผ้าของสามพ่อลูกไปซัก พูดคุยกับสมพลและชมนาดเหมือนญาติสนิท บางครั้งก็หยอกล้อกับพวงชมพู ทุกครั้งที่หันมองร่างใหญ่โตของสุพรรณิการ์ แม่บ้านผู้ภักดีนิ่งงันไปชั่วครู่ ก่อนครบรอบหนึ่งเดือนของการเสียชีวิต เจ้าของร่วมแปลกหน้าหลายคนแวะเวียนนำช่อดอกไม้มาเคารพศพ แม้ส่วนใหญ่ถือโอกาสใช้สิ่งของเหล่านี้เป็นใบเบิกทาง เป้าหมายแท้จริงก็ต้องการเข้ามาดูให้เห็นด้วยสายตาตัวเองหลังได้ยินเพียงคำร่ำลือ และรูปโฉมอันน่าอัศจรรย์ในภาพข่าว สมพลก็ไม่ได้ปิดกั้นอีกต่อไป ช่องทางเดินของชั้นแปดกลายเป็นพื้นที่พลุกพล่าน บางช่วงประตูห้องที่มีคนตายเปิดกว้างไว้ให้สื่อมวลชนซึ่งมาทำข่าวผ่านเข้าออกได้โดยสะดวก สามสิบวันเต็มของการจากไป แสงแดดต้นฤดูร้อนยังส่องสาดเข้ามาในทิศทางเดิม เพลงจักจั่นซึ่งเคยขับขานรับอรุณค่อยลดน้อยลง แถวแนวหูกวางในส่วนหย่อมรอบสระน้ำของโรงแรมใหญ่ปลิดใบแห้งหล่นโปรย ท้องฟ้าด้านทิศตะวันออกโล่งเปล่า แดดแจ่มใสเมื่อดวงตะวันโผล่พ้นเทือกแนวของอาคาร สามพ่อลูกตื่นแต่เช้าตรู่ แต่งเนื้อแต่งตัวเตรียมข้าวของลงไปข้างล่าง ในวันครบรอบหนึ่งเดือนที่สุพรรณิการ์จบชีวิตลงในวัยสาว ผู้จัดการใหญ่และคณะกรรมการคอนโดมิเนียมนัดหมายเจ้าของร่วมทำบุญเลี้ยงพระอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย...

มหากาพย์มหัศจรรย์ของสุพรรณิการ์ : ตอนที่ 12

-๑๒- ............. อาทิตย์ สุขประพฤติแทบลืมประเด็นอื่นๆ ไปหมดสิ้น เขาดำเนินเรื่องราวของสุพรรณิการ์ต่อเนื่องเป็นบทตอนราวกับนิยายในนิตยสารรายสัปดาห์ เขากล่าวถึงเส้นผมที่เปลี่ยนสีไปของหญิงสาว ว่าประหนึ่งความฝันที่ยังคงเดินทางไม่รู้จบ ภายใต้ดวงตาที่หลับพริ้มดุจเจ้าหญิงในเทพนิยายและเรือนร่างที่ไม่อาจเคลื่อนไหว ใครเลยจะเข้าใจได้ว่าขณะที่สุพรรณิการ์อำลาจากโลกนี้ไป ความฝันของเธอยังเดินทางร่อนเร่อยู่กลางทุ่งกว้าง หญิงสาวที่เกิดมาพร้อมความสามารถและพรสวรรค์ล้ำเลิศ น่าเสียดายที่เธอยังไม่มีโอกาสใช้ศักยภาพเท่าที่มีอยู่มากมายบำเรอผู้คน ดวงดาวซึ่งหลบอยู่ในม่านเมฆ ร่วงจากฟากฟ้าไปก่อนจะได้เรืองแสงเปล่งประกาย เรตติ้งรายการสูงขึ้น ความเชื่อมั่นทุกอย่างระดมกันตามมาสมทบราวกับขบวนแห่แหน อาทิตย์ สุขประพฤติกลายเป็นนักแสดงที่ตีบทแตกกระจุย ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าท่าทาง แถมยังเจ้าเล่ห์แสนกล จับจังหวะการนำเสนอได้แม่นยำ รู้ว่าช่วงเวลาไหนเนื้อหาใดควรขยักไว้ และนำไปขยายต่อในวันถัดไป ข้อมูลเกี่ยวกับสุพรรณิการ์ถูกขุดลึกมานำเสนอไม่รู้จบ นอกเหนือไปจากคำให้สัมภาษณ์ของแขกรับเชิญในรายการ เพื่อนร่วมรุ่นและอาจารย์มหาวิทยาลัยส่งเทปวิดีโอซึ่งเคยเก็บไว้สมัยที่สุพรรณิการ์ทำกิจกรรมร่วมกับคณะ หญิงสาวหน้าใสนั่งดีดกีตาร์ร้องเพลง น้ำเสียงของเธอก้องกังวาน ในรอบสามสี่ปีที่เธอทำกิจกรรม...

มหากาพย์มหัศจรรย์ของสุพรรณิการ์ : ตอนที่ 11

-๑๑- ............. อาทิตย์ สุขประพฤติไม่เคยรู้สึกสนุกสนานกับการเป็นพิธีกรเล่าข่าวมากเท่าห้วงเวลานี้ จำนวนผู้ชมเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ โฆษณาก็แห่ตามกระแสสุพรรณิการ์เข้ามาอย่างล้นหลาม แผ่อานิสงส์อันแสนมหัศจรรย์ถึงทีวีดาวเทียมซึ่งเคยดำรงสถานะเหมือนไอ้ลูกหมาของวงการโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำท่าจะเป็นเสือตัวน้อยๆ ที่พอจะส่งเสียงคำรามได้บ้าง จากที่เคยอาศัยข่าวของคนอื่นมาเล่าต่อ วิเคราะห์สั้นๆ หยอดความเห็นอีกเล็กน้อย บัดนี้ได้โอกาสทดแทนคุณวงการ พิธีกรรายการอื่นและทีวีช่องอื่นๆ นำข่าวของเขาไปเล่าต่อบ้าง เริ่มจากชมนาดซึ่งเป็นเหมือนเป็นปฐมบทแห่งเรื่องเล่าภาคต่อ จากนั้นภาพของหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งชัดเจนขึ้นจากปากคำซื่อๆ ของช่างไม้และลูกสาวตัวน้อย แล้วแผ่กว้างออกไปประหนึ่งท้องทะเลอันไพศาลด้วยปากคำของผู้คนซึ่งเคยเกี่ยวข้องกับสุพรรณิการ์ แม้เรือนร่างใหญ่โตของเธอยังนอนไม่ไหวติงอยู่ที่เดิม และดวงตาไม่เคยเปิดขึ้นมองโลกใบนี้ซ้ำอีก หัวใจที่หยุดเต้นไปแล้วไม่รับรู้และรู้สึกกับเรื่องราวใดๆ แต่ถึงตอนนี้ เธอเหมือนกางอ้อมแขนแผ่กว้างและยาวไกลออกไปกอดกุมหัวใจคนทั้งประเทศเอาไว้ สุพรรณิการ์เหมือนฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ไม่เพียงโลดแล่นในรายการเล่าข่าวของโทรทัศน์หลายช่อง สู่ข่าวพาดหัวของหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ และในกระแสสนทนาระหว่างเพื่อนต่อเพื่อนบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค...

มหากาพย์มหัศจรรย์ของสุพรรณิการ์ : ตอนที่ 10

-๑o- ............. สุพรรณิการ์จบชีวิตลงในวัยยี่สิบแปด หมอชันสูตรลงผลไว้จากสาเหตุหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ตลอดยี่สิบวันแรกผมบนหัวเธอยังดำขลับเป็นเงางามทุกเส้น และงอกยาวสืบมาอย่างเนิบช้า เช้าวันวันก่อน ชมนาดยืนยันด้วยสายตาเธอเองได้ว่าไม่มีส่วนใดหงอกขาวปรากฏให้เห็น เช่นเดียวกับสรีระส่วนอื่นที่ขยายใหญ่เต็มที่แล้วก็หยุดลงคงเดิม ชมนาดโทร.ถึงอาจารย์หมอเช่นเดียวกับทุกครั้งที่เธอเกิดความสงสัยไม่เข้าใจกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น อาจารย์ที่เคารพนับถือของเธอเหมือนส่ายหน้าอยู่ในอีกมุมหนึ่งของเมือง แล้วบอกผ่านคลื่นสัญญาณว่าอาจารย์เองก็ไม่สามารถทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ได้ สำหรับพี่สาวของหนูเป็นไปได้ทุกเรื่อง และทุกเรื่องไม่อาจคาดหมายได้ กองไม้ยังวางไว้ที่เดิม สมพลไม่ได้ประกอบกันขึ้นเป็นโลงศพ ไม่ใช่เพราะแกไม่แน่ใจขนาดของลูกสาว หรือต่อให้บรรจุศพแล้วก็ไม่อาจนำพากลับบ้านเกิด หากเป็นเพราะความหวังจากทางอื่นที่ทยอยกันหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ทั้งผู้ประสงค์จะบริจาคเงินซ่อมผนังคอนโดมิเนียมหากมีอันต้องเจาะทะลวงเป็นช่องใหญ่โต ครั้นเสาะพบปัญหาหนักตรงเจ้าของร่วมและกรรมการซ่อนเงื่อนตัวแทนเจ้าของโครงการ ผู้ชมรายการช่างความคิดรายหนึ่งเสนอทางออกขึ้นมาว่า งั้นก็ต้องช่วยกันบริจาคเงินกันซื้อตึกทั้งหลัง หากไม่มีทางออก เจ้าของร่วมและกรรมการยังตั้งตัวเป็นกำแพงสองชั้นก็ขอซื้อคอนโดทั้งหลังเสียเลยดีกว่า คนเจ้าปัญญาผู้ชี้แนะช่องทางนี้ยังแตกโปรเจ็คต์ออกไปอีก ไหนๆ คุณสุพรรณิการ์ก็ถือว่าเป็นลูกกตัญญู เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม...

มหากาพย์มหัศจรรย์ของสุพรรณิการ์ : ตอนที่ 9

-๙- ............. สุพรรณิการ์ยังนอนสงบนิ่งงันอยู่ตรงที่เดิม ดวงตาของเธอปิดสนิท แขนอันใหญ่โตขนาดเสาเรือนโบราณทั้งสองข้างแนบขนานลำตัว ผ้าสีดำคลุมร่างของเธอไว้ตั้งแต่ลำคอจรดปลายเท้า ขนาดเรือนร่างของเธอคงเดิมมาหลายวัน นอนนิ่งอย่างไม่รู้สึกรู้สาต่อความเป็นไปทุกอย่างบนโลกใบนี้ และในเมืองอันกว้างใหญ่ซึ่งเธอเคยเดินเหินใช้ชีวิต เธอไม่รับรู้ถึงข่าวสารในโลกโซเซียลที่รวดเร็วและหมุนแรงราวกับพายุทอนาโด รูปถ่ายของเธอถูกแชร์กันไปเป็นทอดๆ จากหนึ่งเป็นร้อยและก็เข้าสู่หลักล้านในเวลาไม่นาน พร้อมความเห็นต่างๆ นานา ทั้งด้านบวกดีงาม และถ้อยคำแฝงการจิกกัดเล็กๆ โปรยหว่านลงบนโลกเสมือนผสานไว้ทั้งความเห็นอกเห็นใจราวกับว่าพวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของดวงวิญญาณที่ถูกกักขัง นอกนั้นยังแทรกด้วยทัศนะดิบเถื่อนของผู้ที่มองต่างไปจากกระแสหลัก ในทำนองว่าเธอคงทำกรรมไว้มากถึงได้ถูกจองจำอยู่ในห้องหับที่หาทางออกไม่เจอ ผลกรรมดึกดำบรรพ์ซึ่งไม่มีใครสนใจเสาะหาต้นทางที่มานี่เอง ส่งผลให้ผู้ที่แบกภาระอยู่ข้างหลังต้องรับห่วงโซ่แห่งความทุกข์ระทมใจอย่างช่วยไม่ได้ ความเห็นด้านลบประหนึ่งสายน้ำแผ่วเบา ครั้นถูกแรงเชี่ยวจากมหาธาราซึ่งทรงพลานุภาพมากกว่าหลายร้อยเท่า พลันถูกตีตกไปในเวลาอันรวดเร็ว แล้วเจ้าของถ้อยคำก็มีอันล่องหนไปในความลี้ลับบนโลกโซเซียลมีเดีย สุพรรณิการ์ไม่รับรู้ถึงลิขสิทธิ์รูปที่เธอถ่ายไว้ เมื่อนำไปลงบนหน้าวอลล์เฟซบุ๊กซึ่งเธอไม่มีโอกาสได้ปิดอำลา รูปถ่ายของเธอจึงถูกก๊อปปี้และแชร์ไปตามหน้าวอลล์ของเพื่อนเก่า ทั้งเพื่อนร่วมงานและอดีตนิสิตเอกภาษาไทย...

มหากาพย์มหัศจรรย์ของสุพรรณิการ์ : ตอนที่ 8

-๘- ............. อีกรุ่งเช้าที่ณพชัยเดินทางมาถึงคอนโดมิเนียมซึ่งมีศพคนตายขนาดมหึมานอนสงบอยู่ในห้องชั้นแปด ทันทีที่ชมนาดมาเปิดประตูรับเขาเข้าสู่ภายใน ช่างภาพหนุ่มก้มมองแผ่นกระดาษในมือของหญิงสาว ยังไม่ทันได้อ่านข้อความแรก ชมนาดก็ชี้ไปยังกระดานที่ติดไว้บนผนัง ข้อความซึ่งเขียนด้วยลายมือบนกระดาษขนาดเอสี่เกลื่อนไปทั่วราวกับแผ่นป้ายประท้วง คอนโดไม่ใช่ที่เก็บศพ เอาศพออกไป ให้เวลา 2 วัน ถ้าไม่นำศพออกไปจากอาคาร ญาติคนตายจะกลายเป็นศพ เจ้าของร่วมทั้งหมดต้องไม่ยอมให้ห้องชั้นแปดห้องเดียวทำลายตึกทั้งหลัง --------- ณพชัยไล่สายตาไปตามแผ่นกระดาษที่ติดไว้ อ่านข้อความช้าๆ แล้วหันหน้าส่งยิ้มจางๆ ไปทางชมนาด รอยยิ้มของช่างภาพหนุ่มแฝงด้วยความขบขันแกมสมเพช ขณะสีหน้าของหญิงสาวทั้งเศร้าและหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่ยากคาดหมายในอนาคตอันใกล้ แผ่นกระดาษในมือแผ่กว้างเผยให้เห็นข้อความ ...ภายใน 24 ชั่วโมงถ้าไม่ย้ายศพออกจากตึก มีเรื่อง ณพชัยมองผ่านแล้วไม่ออกความเห็นใดๆ ตามหญิงสาวเข้าไปในลิฟต์ และเมื่อถึงชั้นที่แปด เขาพยามใช้จมูกสัมผัสกลิ่นที่แปลกไปจากการมาครั้งก่อน ครั้นเห็นว่าทุกอย่างปกติ เขาปลอบหญิงสาวด้วยสายตา ช่องทางเดินของตึกที่มีคนตายช่วงกลางวันเปล่าโล่ง...

มหากาพย์มหัศจรรย์ของสุพรรณิการ์ : ตอนที่ 7

-๗- ............. อีกรุ่งเช้าที่ณพชัยเดินทางมาถึงคอนโดมิเนียมซึ่งมีศพคนตายขนาดมหึมานอนสงบอยู่ในห้องชั้นแปด ทันทีที่ชมนาดมาเปิดประตูรับเขาเข้าสู่ภายใน ช่างภาพหนุ่มก้มมองแผ่นกระดาษในมือของหญิงสาว ยังไม่ทันได้อ่านข้อความแรก ชมนาดก็ชี้ไปยังกระดานที่ติดไว้บนผนัง ข้อความซึ่งเขียนด้วยลายมือบนกระดาษขนาดเอสี่เกลื่อนไปทั่วราวกับแผ่นป้ายประท้วง คอนโดไม่ใช่ที่เก็บศพ เอาศพออกไป ให้เวลา 2 วัน ถ้าไม่นำศพออกไปจากอาคาร ญาติคนตายจะกลายเป็นศพ เจ้าของร่วมทั้งหมดต้องไม่ยอมให้ห้องชั้นแปดห้องเดียวทำลายตึกทั้งหลัง --------- ณพชัยไล่สายตาไปตามแผ่นกระดาษที่ติดไว้ อ่านข้อความช้าๆ แล้วหันหน้าส่งยิ้มจางๆ ไปทางชมนาด รอยยิ้มของช่างภาพหนุ่มแฝงด้วยความขบขันแกมสมเพช ขณะสีหน้าของหญิงสาวทั้งเศร้าและหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่ยากคาดหมายในอนาคตอันใกล้ แผ่นกระดาษในมือแผ่กว้างเผยให้เห็นข้อความ ...ภายใน 24 ชั่วโมงถ้าไม่ย้ายศพออกจากตึก มีเรื่อง ณพชัยมองผ่านแล้วไม่ออกความเห็นใดๆ ตามหญิงสาวเข้าไปในลิฟต์ และเมื่อถึงชั้นที่แปด เขาพยามใช้จมูกสัมผัสกลิ่นที่แปลกไปจากการมาครั้งก่อน ครั้นเห็นว่าทุกอย่างปกติ เขาปลอบหญิงสาวด้วยสายตา ช่องทางเดินของตึกที่มีคนตายช่วงกลางวันเปล่าโล่ง...
error: Don\'t copy !!!