พันทิวา

About

นักเขียนลูกนาวีวัยใกล้เกษียณอยู่ในบรรณาพิภพมากว่า 40 ปี เริ่มเขียนหนังสือมาตั้งแต่เป็นนักเรียนนุ่งขาสั้น มีผลงานรวมเล่มเป็นครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 2526 และเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน
33 โพสต์

/

0 ความคิดเห็น

Articles

คู่พยัคฆ์หัวใจมหากาฬ ตอนที่ 32 :: งานนอกเวลากับคุณป้ามหาภัย

◊ งานนอกเวลากับคุณป้ามหาภัย ◊ ........... “แน่ใจหรือคะว่าจะไม่ขึ้นไปด้วยกัน” “แน่ใจครับ” ชายหนุ่มในเครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์พยักหน้า “บอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยชอบสอบปากคำผู้ต้องสงสัยที่มีอายุมากๆ โดยเฉพาะผู้หญิง” “เพราะเธอจะทำให้ผู้กองนึกถึงคุณแม่หรือคุณยายอย่างนั้นหรือ” “อาชีพตำรวจทำให้ผมไม่ค่อยมีเวลาให้กับทั้งสองท่าน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเวลาสำหรับพวกท่านนับถอยหลังลงไปทุกที” “ท่านอายุเท่าไหร่แล้วคะ” ธณิศรยิ้มเล็กน้อย “แม่ผมจะครบ 70 เดือนหน้า ส่วนคุณยาย 92 แล้ว” “อายุยืนทั้งคู่เลย คงจะยังแข็งแรงอยู่นะคะ” “แข็งแรงยังไงก็คงไม่เท่าคุณป้าอายุ 73 ที่ต้องผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมตกตึกที่เราได้รับคำสั่งให้มาคลี่คลาย” “จะว่าไปฉันชอบนะคะที่เรามีงานนอกเวลา ระหว่างที่หน่วยพิทักษ์ประชายังไม่มีภารกิจ” แวววาวเป็นฝ่ายยิ้มบ้างขณะที่ก้มลงสำรวจเครื่องแบบของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย “อย่างน้อยมันก็ช่วยให้ได้ออกจากที่ตั้งปกติได้ใช้สมองและมีงานทำ ดีกว่าการอยู่เฉยๆ” “ถ้ามีอะไรฉุกเฉินจำเป็นจะต้องใช้ผู้ช่วยรีบส่งข่าวมาเลยนะครับ ผมจะได้ตามขึ้นไปสมทบ” “ขอบคุณค่ะ” นายตำรวจสาวพยักหน้า “แต่ไม่ต้องห่วง ฉันมั่นใจว่าเอาอยู่การสอบปากคำคุณป้าคนโสด คงไม่มีอะไรซับซ้อนมากนักหรอกค่ะ” นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่แวววาวบอกกับธณิศรก่อนที่หล่อนจะเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในคอนโดมิเนียมสูง 30 ชั้นซึ่งเพิ่งเกิดคดีการเสียชีวิตปริศนาของผู้ชายคนหนึ่ง จังหวะที่นายตำรวจสาวเพื่อนร่วมทีมก้าวเข้าไปในอาคารสูง ธณิศรก็แหงนหน้าขึ้นมองคอนโดหรูที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 20 เมตร อย่างพินิจพิจารณา แล้วแว่บหนึ่งที่ความคิดอะไรบางอย่างแล่นเข้าสู่สมอง...

คู่พยัคฆ์หัวใจมหากาฬ ตอนที่ 31 :: ดรีมทีม (2)

◊ ดรีมทีม (2) ◊ ........... เสียงแผดสนั่นจากปืนสงครามของแก๊งยาเสพติดข้ามชาติบังเกิดขึ้นพร้อมกับวิถีกระสุนแดงวาบปลิวเข้าใส่บ้านทั้งหลังราวกับห่าฝน พร้อม ๆ กับที่มฤตยูหลายขนาดกระหน่ำเข้ามาเป็นพายุบุแคมจนกระจกหน้าต่างทะลุปรุพรุน ข้าวของที่อยู่ภายในบ้านรวมทั้งจอมอนิเตอร์ของแวววาวแตกกระจัดกระจายปลิวว่อน แต่ในทันทีที่ผู้บุกรุกเว้นจังหวะการยิง แวววาวก็ผงกหัวขึ้นเพื่อตวัดปืนสู้ชนิดไม่ยอมจำนนง่ายๆ และกระสุนที่สายลับของไทยยิงสาดออกไปจับเปาะเข้าสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำ ยังผลให้ปรปักษ์อีกสองคนที่วิ่งออกมาจากที่กำบังล้มกลิ้ง          “ภูคำ! ด้านหลังเป็นไงบ้าง!” แวววาวร้องถามเสียงลั่นขณะที่สาละวนบรรจุแม็กกาซีนอันใหม่ ก่อนจะได้ยินสายข่าวตอบคำถามนั้นด้วยเสียงปืนที่แผดลั่นในวินาทีที่กระสุนพุ่งออกไป          ปัง! ปัง! ปัง! แม้ภูคำจะเหนี่ยวไกโดยมั่นใจว่าจะไม่พลาด แต่สิ่งที่สายข่าวมองเห็นก็คือสะเก็ดไฟสีส้มซึ่งแตกกระจายออกมาเมื่อลูกตะกั่วร้อนจี๋กระทบแผ่นเหล็กกันกระสุนที่ฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นปราการกำบังขณะเคลื่อนที่เข้ามาทางด้านหลัง มิหนำซ้ำ ศัตรูที่เกาะหลังตามกันมาเป็นแถวตอนยังเสือกประกอบปืนโผล่พ้นด้านข้างโล่ป้องกันแล้วพ่นกระสุนออกมาดังสนั่นหวั่นไหว เจ้าหน้าที่กังฉินซึ่งเป็นพวกเดียวกับแก๊งค้ายาเสพติดยิงแล้วก็รุกคืบไปข้างหน้าโดยไม่หวั่นเกรงต่อวิถีแดงโร่ที่พุ่งสวนออกมาจากฝ่ายตั้งรับ “ผู้หมวดครับ ข้างหลังบ้านกำลังจะต้านไม่ไหว!” ประโยคที่ได้ยินจากฝ่ายเดียวกันทำให้แวววาวตัดสินใจควักระเบิดมือออกมาแล้วใช้ปากคาบห่วงนิรภัยก่อนจะกระตุกมือเพื่อให้อุปกรณ์ล็อคสลักหลุดออก จากนั้นอาวุธสังหารหมู่ที่มีขนาดเล็กจิ๋วเท่าผลส้มก็ถูกขว้างผ่านหน้าต่างออกไปข้างหน้าสุดแรงเกิด            ตูม! มีเสียงระเบิดดังสนั่นในวินาทีที่สะเก็ดพิฆาตสาดกระจายรอบทิศจากตำแหน่งที่ลูกไฟสว่างวาบ ยังผลให้ฝ่ายตรงข้ามแดดิ้นโดยไม่มีโอกาสเห็น แวววาวเผ่นพรวดไปยังช่องยิงด้านหลังหมายจะช่วยสายข่าวภูคำรับมือศัตรู แต่แล้วเสียงแผดระรัวเหมือนประทัดตับก็บังเกิดขึ้นสนั่นหวั่นไหว         ...

คู่พยัคฆ์หัวใจมหากาฬ ตอนที่ 30 :: ดรีมทีม (1)

◊ ดรีมทีม (1) ◊ ........... ประเทศไทย ชายแดนภาคตะวันออก เวลา 10.30 นาฬิกา สองสัปดาห์หลังเกิดเหตุร้ายสะเทือนขวัญที่จังหวัดนครราชสีมา “พบรถคนร้ายจอดอยู่ที่ท่าเรือประมงแหลมหลวง ขณะนี้กำลังสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์เบื้องต้น ทุกคนให้การตรงกันว่าหลังปล่อยเหยื่อค่าไถ่ คนร้ายได้หลบหนีลงเรือประมงชื่อโชควารี-2” “ถ้าเป็นแบบนี้ละก็ แสดงว่ามันตั้งใจจะหนีข้ามเขตไทยเข้าสู่เขมรแน่” ร้อยตำรวจเอกธณิศรจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ “สู้ไพรินทร์” ซึ่งอยู่บน ฮ. วิเคราะห์ก่อนจะแจ้งความตั้งใจของตน “ผมจะลองสุ่มบินออกไปในทะเลขนานกับชายฝั่งเพื่อค้นหาเรือประมงต้องสงสัย เพราะนี่ไม่ใช่เวลาที่ตังเกจะออกหากิน ถ้าลำไหนแล่นไปทางตะวันออกละก็ ผมจะโฉบลงไปดูว่าลำนั้นเป็นเรือโชควารี-2 ที่พาผู้ต้องหาหลบหนีหรือเปล่า” “โอเคครับผู้กอง” บรรลือวงษ์ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งโจรค่าไถ่คิดว่าตนเองน่าจะมีโอกาสรอดพ้นเงื้อมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสามารถซุกหัวกบดานอยู่ในประเทศกัมพูชาได้เช่นเดียวกับผู้ต้องหาชาวไทยอีกหลายคนที่ก่อคดีก่อนหน้านี้ แต่ด้วยเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารแบบ “เรียลไทม์” เชื่อมโยงกับกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตามท้องถนนเกือบทุกสายของจังหวัดระยองรวมทั้งการที่ฝ่ายผู้รักษากฎหมายมี “อากาศยาน”...

คู่พยัคฆ์หัวใจมหากาฬ ตอนที่ 29 :: พยานปากเอก

◊ พยานปากเอก ◊ ........... “ซาหวัด... ดี.. ค้าบ” “ครับ สวัสดี” คนที่อยู่ในเครื่องแบบยกมือวันทยหัตถ์ “ที่นี่... โรงพักช่ายมั้ย” “ใช่ครับ โรงพัก” “ดีเลย... ผมจะได้เข้าพ้าก...” ชายร่างอ้วนพูดเสียงอ้อแอ้ “ขอสักสองคืน... จะได้ไม่ต้องกลับบ้าน” “ไม่ใช่ครับ คุณเข้าใจผิด”                  สิบตำรวจตรียังใจเย็น “โรงพักคือสถานีตำรวจ ไม่ใช่ที่พักของคนทั่วไปอย่างที่คุณเข้าใจ” “แต่ผมอยาก... พ้าก... ไม่อยากกลับบ้าน” “ท่าทางจะคุยกันไม่รู้เรื่องเสียแล้ว” สิบเวรฯ ร่างเล็กโคลงศีรษะก่อนจะถามต่อ “กินเหล้าป่าว” “ผมกินมาแล้ว แม่โขงสุราของไทย” พูดพลางยกมือไหว้ “ขอบคุณครับที่ชวน” “ไม่ใช่... ไม่ได้ชวนกินเหล้า ผมถามว่ากินเหล้ามาหรือเปล่า” “ก็บอกว่าโผมกินแล้ว... กินมาสองกลมกับหนึ่งแบน” “แล้วชื่อไรเนี่ย... รู้จักตัวเองหรือเปล่า” “โผ้ม...อ้วนค้าบ” “รู้แล้วว่าอ้วน หุ่นตุ้ยนุ้ยยังงี้ไม่เรียกผอมหรอก” สิบเวรฯ พยักหน้าหงึกๆ “ผมถามว่าคุณชื่อไร ไม่ได้ถามว่าหุ่นแบบไหน”                 ...

คู่พยัคฆ์หัวใจมหากาฬ ตอนที่ 28 :: เหตุบังเอิญ… จากหัวใจ

◊ เหตุบังเอิญ... จากหัวใจ ◊ ........... ห้องพาโนรามา ชั้นที่ 10 โรงแรมเดอะเกรท บีช ชายหาดสัตหีบ-ระยอง เวลาสิบโมงเช้า               “ว่าไง... ไอ้ที่ขอไปจะให้หรือไม่ให้” น้ำเสียงที่ตะคอกใส่สมาร์ทโฟนเกรี้ยวกราด “ฉันเอาจริงนะโว้ย ถ้าไม่จ่ายเงินมา รับรองว่าตัวประกัน 57 คนที่อยู่ในกำมือฉันตายแน่” “ใจเย็นๆ โจ๊กเกอร์” อีกฝ่ายตอบกลับมา “ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอน แต่ต้องใช้เวลาเพราะเงินสด 50 ล้าน ไม่ใช่น้อยๆ ส่วนเฮลิคอปเตอร์จากกองบินตำรวจก็ต้องบินมาจากกรุงเทพฯ อีกนานกว่าจะถึงที่นี่” “อย่าอ้างหน่อยเลย พวกแกคิดจะถ่วงเวลางั้นหรือ ทำไมไม่ใช้...

คู่พยัคฆ์หัวใจมหากาฬ ตอนที่ 27 :: ทลายแก๊งข้ามชาติ

◊ ทลายแก๊งข้ามชาติ ◊ ........... กาแฟในถ้วยที่ธงอินทร์ถืออยู่ยังมีควันกรุ่นขณะที่นาวาโทหนุ่มได้รับโทรศัพท์จากนาวาเอกนายแพทย์มโนเป็นสายแรกของเช้าวันต่อมา “อรุณสวัสดิ์ครับผู้พัน” “หวังว่าคงโทรมาหาผมพร้อมด้วยข่าวดีนะครับ” “แน่นอน... ประมาณว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่เลยทีเดียว” น้ำเสียงนั้นไม่ต่างอะไรกับนักกรีฑาที่เพิ่งวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง “พนันเลยว่าผู้กองต้องไม่เชื่อเรื่องที่จะได้ยินจากผมแน่ๆ นี่มันเหมือนกับแจ็กพ็อตแตกตอนเราโยกสล็อตแมชชีนไม่มีผิด” “หมออย่ามัวแต่ไหว้ครู... ชกได้แล้ว” “ดวงตาเจ้าของรูปที่ผู้กองให้ผมมาเมื่อวานเข้ากันได้ดีกับดวงตาลึกลับที่เราได้รับก่อนหน้า” “หมายความว่าไงครับ” ธงอินทร์หูผึ่ง “ผมลองสแกนภาพดวงตาลึกลับแล้วนำขึ้นจอเปรียบเทียบกับภาพสแกนดวงตาของผู้หญิงในรูป...” นายแพทย์นิติเวชมือหนึ่งของกองทัพเรือเริ่มต้นอธิบาย “ผลที่ได้ก็คือเห็นได้ชัดว่ามันเป็นดวงตาคู่เดียวกัน โดยเฉพาะตอนที่เราทำภาพเชิงซ้อน” “หมอแน่ใจได้ยังว่าเป็นเธอ” “เพราะม่านตาของมนุษย์แต่ละคนจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว แม่นยำกว่าการตรวจดีเอ็นเอด้วยซ้ำ” นายแพทย์มโนพูดตามหลักวิชา “ถึงแม้ภาพที่เราได้มาเมื่อขยายแล้วจะเป็นเม็ดหยาบๆ มุมของภาพก็ไม่ดี แต่ในทางทฤษฎีแล้วมันเป็นดวงตาคู่เดียวกัน” “ตกลงว่าดวงตาของคนในรูปกับดวงตาที่เราได้มาเป็นอวัยวะชิ้นเดียวกันใช่ไหมครับ” ธงอินทร์ถามย้ำอีกครั้ง “ในฐานะแพทย์นิติเวช ผมยืนยันว่าตรงกัน 100 เปอร์เซ็นต์ ครับ” น้ำเสียงที่ตอบหนักแน่น “น่าสงสารที่คนสวยๆ อย่างผู้หญิงคนนี้ต้องมาถูกควักดวงตาทั้งที่ไม่เต็มใจ” “ขอบคุณมากครับ” ธงอินทร์พูดจากใจจริง “ผมไม่มีความรู้ในด้านกายวิภาค แต่ก็เชื่อในการวิเคราะห์ของหมอ 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนกันครับ” “วันนี้ผู้พันไปสืบคดีที่ไหนหรือเปล่า ถ้าว่าง ผมอยากให้เข้ามาดูภาพเชิงซ้อนด้วยตัวเองในโอกาสแรก” “ถึงหมอไม่บอกผมก็ต้องไปดูอยู่แล้วครับ” นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ธงอินทร์พูดกับนาวาเอกนายแพทย์ทางโทรศัพท์ ก่อนที่เขาจะขับรถออกจากที่พักอย่างกระตือรือร้น แม้จะยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าของดวงตานิรนามว่าหล่อนเป็นใคร แต่ธงอินทร์ก็อดไม่ได้ที่จะส่งใจไปถึงอีกฝ่ายที่อยู่กันคนละโลก “ไม่ต้องกังวลนะครับ” ธงอินทร์พึมพำกับตนเอง “ผมกำลังช่วยเต็มที่เพื่อจับคนที่ฆ่าคุณมาลงโทษให้ได้” ราวกับว่าวิญญาณมีจริงและหญิงสาวเคราะห์ร้ายรับรู้ในความตั้งใจของยอดพยัคฆ์ธงอินทร์ เพราะไม่กี่อึดใจต่อมาสมาร์ทโฟนของธงอินทร์ก็มีเสียงเรียกเข้าอีกครั้ง “ผู้พันอยู่ไหนครับ” คนที่ถามมาคือเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที “ผมกำลังจะเข้าที่ทำงาน มีอะไรครับ” “งั้นรีบมาเจอกันที่ห้องคอมฯ...

คู่พยัคฆ์หัวใจมหากาฬ ตอนที่ 26 :: สืบจากศพ

◊ สืบจากศพ ◊ ........... “จ่าของเราตายแล้วนะ...” น้ำเสียงที่ได้ยินจากคมจักรยังก้องอยู่ในโสตประสาท ขณะที่ธงอินทร์ขับรถไปยังสถานที่เกิดเหตุ “ฉันเฝ้าอยู่หน้าบ้านจนได้ยินเสียงปืน แต่พอเข้าไปดูก็ไม่มีคนร้าย เพราะจ่าฆ่าตัวตายด้วยการยิงหน้าอกตัวเอง” “ศพยังอยู่ในบ้านใช่มั้ย” “ถูกต้อง เจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรเบื้องต้น นายรีบมาเถอะ เรามีอะไรต้องคุยกันเยอะ” ประโยคสุดท้ายที่เหมือนเร่งรัดก่อนวางสาย ทำให้ธงอินทร์ต้องนึกทบทวนข้อมูลต่าง ๆ ที่เคยรู้มา ฆ่าตัวตาย... โรคซึมเศร้า... จิตเวช สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกันและเป็น “ภัยเงียบ” ที่คร่าชีวิตผู้คนอย่างน่าตกใจ          คนไทยฆ่าตัวตายปีละเกือบ 4,000 ราย ผู้ฆ่าตัวตายส่วนใหญ่เป็นชายมากกว่าหญิง สาเหตุมีทั้งเกิดจากโรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ ความเครียด ปัญหาเศรษฐกิจ...

คู่พยัคฆ์หัวใจมหากาฬ ตอนที่ 25 :: ปริศนาดวงตามรณะ

◊ ปริศนาดวงตามรณะ ◊ ........... เสียงเคาะประตูห้องที่ดังขึ้นทำให้นายพลเรืออาวุโสเหลือบตามองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังห้อง เพื่อที่จะรู้ว่าผู้ที่กำลังจะเข้าพบมาตรงตามเวลาไม่ช้าไปกว่าที่นัดหมายแม้แต่นาทีเดียว พลเรือเอกสุรจิตรจึงร้องบอกด้วยเสียงที่ไม่ดังจนเกินไป “เข้ามาได้” สิ้นประโยคนั้นคนที่อยู่ด้านนอกก็เปิดประตูเดินตามกันเข้ามาก่อนจะหยุดชิดเท้าตรงก้มศีรษะทำความเคารพและเอ่ยออกมาพร้อมๆ กัน “สวัสดีครับ” “เชิญนั่งก่อนสิ... คมจักร ธงอินทร์” “ครับผม” “ภารกิจล่าสุดของพวกคุณที่อิรักได้รับคำชมเชยอย่างมาก โดยเฉพาะจากท่านนายกฯ และรัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้กำลังพลที่ปลดประจำการได้มีอาชีพรองรับ” นายพลเรืออาวุโสกล่าวโดยไม่อ้อมค้อม “ต้องขอโทษด้วยที่เรียกคุณสองคนมารับงานใหม่ทั้งที่เพิ่งเสร็จจากงานในต่างประเทศสดๆ ร้อนๆ” “ด้วยความยินดีครับ” ธงอินทร์กล่าวเสียงเรียบ “ว่าแต่ภารกิจใหม่ที่จะมอบหมายให้เราสองคนคืออะไรครับ” “ผมต้องการให้พวกคุณสืบหาความจริงเพื่อคลี่คลายคดีดวงตาปริศนา” “ดวงตาปริศนา...”  คมจักรทวนคำ “เรื่องราวเป็นยังไงหรือครับ ทำไมเคสนี้ถึงเข้ามาเกี่ยวข้องและกลายเป็นงานของพวกผม” “เมื่อสองวันที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์พัสดุจากต่างประเทศส่งผิดบ้าน บังเอิญว่าลูกชายเจ้าของบ้านซึ่งอยู่ในฐานทัพเรือสัตหีบยังอ่านหนังสือไม่เก่ง เลยเข้าใจว่าเป็นของที่ส่งมาให้คนในบ้านเจ้าหนูวัยหกขวบ นั่นก็เลยมือซนแกะออกตามประสาเด็กที่ยังไม่รู้อะไรมากนัก” “ก็เลยเจออวัยวะมนุษย์?” “ใช่” นายพลอาวุโสพยักหน้า “มีนัยน์ตาของใครก็ไม่รู้หุ้มด้วยเจลเก็บความเย็นอยู่ในกล่องพัสดุใบนั้น ทำให้แกร้องลั่นบ้านแล้วโยนกล่องลงพื้นด้วยความตกใจชนิดที่ว่าจนป่านนี้ยังขวัญผวาไม่หาย” “ถ้าไปรษณีย์ไม่ส่งผิดบ้าน กล่องบรรจุนัยน์ตาคู่นั้นจะต้องส่งไปที่ไหนครับ” “ผู้รับตัวจริงอยู่บ้านเลขที่ 77/9 หลังตรงข้ามกับบ้านที่ส่งผิดนั่นแหละ” นายพลเรืออาวุโสตอบก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วพูดต่อ “แต่ที่เรื่องมาเกี่ยวกับคุณสองคนก็เพราะรายชื่อผู้รับคือจ่าเอกบรรลือศักดิ์ ประจำอยู่แผนกข่าวกรองด้านความมั่นคง ซึ่งตอนนี้เราส่งเขาไปอบรมเรื่องข่าวกรองต่อต้านการก่อการร้าย” “ผมกับคมจักรต้องช่วยกันไขปริศนาคดีนี้ใช่มั้ยครับ” “ถูกต้อง” พลเรือเอกสุรจิตรเปลี่ยนสายตาไปยังธงอินทร์ “ในเบื้องต้นดวงตาปริศนาถูกส่งไปที่แผนกนิติเวชของกองทัพเรือแล้ว คุณสามารถติดต่อความคืบหน้าได้โดยตรงกับหมอมโน ซึ่งผมคิดว่าป่านนี้แกคงมีเบาะแสเพิ่มเติมแล้วละ” “แล้วจ่าเอกบรรลือศักดิ์รู้หรือยังครับว่ามีใครบางคนส่งของพรรค์นี้มาให้” “ยังเลย” ผู้มียศสูงกว่าสั่นศีรษะ “เรายังติดต่อเขาไม่ได้...

คู่พยัคฆ์หัวใจมหากาฬ ตอนที่ 24 :: มิคสัญญีแดนเดือด

◊ มิคสัญญีแดนเดือด ◊ ........... นาญัฟ ประเทศอิรัก               เวลาบ่ายสองโมง กัมปนาทการยิงยังคงดังสนั่นหวั่นไหวขณะที่วิถีกระสุนแดงโร่พุ่งเข้ามายังอาคารที่ทำการสำนักงานบริหารกิจการอิรักราวกับห่าฝน ยังผลให้ผนังอาคารแตกกระจายเศษปูนปลิวว่อน แม้ฝ่ายที่ตั้งรับจะมีกำลังน้อยกว่า แต่ทุกคนก็มิได้เสียขวัญ และยังคงปักหลักยิงต่อสู้อย่างเหนียวแน่นด้วยอาวุธทุกชนิดที่มีอยู่ “ผู้พัน...!” เบนจามิน พีท ตะโกนแข่งกับเสียงปืน “มีสไนเปอร์ข้าศึกยิงมาจากโรงแรมร้างด้านตรงข้าม ช่วยจัดการให้ที ไม่งั้นเราลำบากแน่” “โอเค คุณจะได้ตัวช่วยนั้นเดี๋ยวนี้!” คมจักรร้องบอกราวกับอยู่ในเกมโชว์ทางทีวี จากนั้นจึงหันไปทางธงอินทร์ “มากับฉัน... สไนเปอร์ต้องมีคนชี้เป้า ไม่งั้นไม่ครบสูตร” “ได้เลยเพื่อน” ธงอินทร์ตอบก่อนที่วิ่งก้มตัวคู่ไปกับคมจักรโดยไม่ชักช้าเมื่อไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ คมจักรก็พาดปืนกับกำแพงคอนกรีต ขณะที่ธงอินทร์ใช้กล้องส่องทางไกลกวาดเป้าไปทางโรงแรมร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จ และแล้วเขาก็เห็น “พลซุ่มยิง” ของกองทัพมะห์ดีย์คนหนึ่งปักหลักอยู่ที่ชั้นสามของอาคารกำลังเล็งยิงมายังฝ่ายตรงข้าม “คมจักร เป้าหมายบนโรงแรมชั้น 3 ตรงหน้าต่างช่องที่ 4...
error: Don\'t copy !!!