น.นพรัตน์

About

น.นพรัตน์ สุดยอดนักแปลนิยายกำลังภายในของประเทศไทย สามารถแปลผลงานของกิมย้ง ได้ครบทั้ง 15 เรื่อง ทั้งแปลงานของโก้วเล้ง ได้มากกว่าผู้แปลท่านอื่น ๆ ด้วย
18 โพสต์

/

0 ความคิดเห็น

Articles

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 7 ตอนที่ 18 :: ประสบจ้าวแมงป่อง

๑๘ ♦ ประสบจ้าวแมงป่อง ♦ ............... กี้เฮียงเค้งคราแรกพอพบว่ากิมเม้งตี้อยู่ในภาวะอันตราย สติสัมปชัญญะเลอะเลือนอลวน บัดนี้นางพอได้รับความตื่นตระหนกจากสภาพของซิเล้ง ก็กลับฟื้นสติปัญญาขึ้น ยามนี้อารมณ์ของนางยังสงบกว่าปรกติอีก ครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว จากนั้นกรีดร้องไปว่า “อิงม่วยม่วย” ฉี้อิงขณะจู่งโจมแส้อ่อน พลันชะลอความเร็วลงชั่ววูบ กิมเม้งตี้จึงสามารถหลบรอดได้ กี้เฮียงเค้งนับว่าช่วยชีวิตของกิมเม้งตี้ได้คราหนึ่ง จากนั้นรีบพุ่งปราดมาด้านซิเล้ง อึ้งไถ่ขณะจะจู่โจมใส่ซิเล้ง พลันเหลือบเห็นเงาร่างของนางถลันเข้ามา ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเป้าหมาย รั้งดาบจี้ใส่นาง ผู้กล้าหาญดาบทองพลันกล่าวว่า “ซือเฮียมิอาจทำร้ายนาง” อึ้งไถ่งงงันไปวูบ เบือนศีรษะมายังผู้กล้าหาญดาบทองเป็นเชิงไถ่ถาม กี้เฮียงเค้งคำนวณอยู่ก่อนว่าสภาพการณ์ต้องเป็นเช่นนี้ ได้คำนึงในใจ “...อึ้งไถ่หากสังหารเรา กิมเม้งตี้ย่อมเข้ากับซิเล้งจัดการฝ่ายตรงข้าม นี่เป็นข้อวิตกของผู้กล้าหาญดาบทองอยู่แล้ว...” ขณะนี้นางรวมรั้งพลังภายใน ใช้วิชาส่งเสียงทางลมปราณ กล่าวกับซิเล้งหลายประโยค ซิเล้งรับฟังอย่างจดจ่อ จึงถูกดาบทองของคู่ต่อสู้ โหมรุมกระหน่ำ มีสภาพน่าหวาดเสียว...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 6 ตอนที่ 17 :: ปะทะดาบทอง

๑๗ ♦ ปะทะดาบทอง ♦ ............... ประตูห้องพลันเปิดผางออก กิมเม้งตี้กวาดสายตามองไป เห็นมีบุรุษผู้หนึ่งกำลังสวมใส่เสื้อคลุม บนเตียงมีสตรีนางหนึ่งนอนเหยียดยาวอยู่ บุรุษผู้นั้นพอได้ยินสำเนียงพังทลาย จึงเบือนศีรษะมองมา กลับมิรู้จักมักคุ้นมาก่อนจึงกระชากเสียงอย่างขุ่นเคืองว่า "อสูรร้ายกลับหาญกล้ามิน้อย สามารถไล่ล่าถึงที่นี่" พลางยื่นมือตะปบคว้ากระบี่ยาว สะบัดวูบหนึ่งปลอกกระบี่ก็ร่วงหล่นลงบนพื้นดิน คมกระบี่สาดประกายอันเจิดจ้า กิมเม้งตี้ขมวดคิ้วจับจ้องมัน คำนวณได้ว่าฝ่ายตรงข้ามต้องเป็นมือกระบี่อันดับสูง แต่หาใช่บุคคลที่กำลังเสาะแสวงหาไม่ มือกระบี่อายุเยาว์ผู้นั้นตวาดอีกว่า "เซียวเอ็ง รีบลุกขึ้น พวกเรามีสหายมาเยือนแล้ว" สตรีบนเตียงนอนส่งเสียงในลำคอ ผุดลุกขึ้นนั่ง กลับเป็นอิสตรีที่ตกแต่งอย่างฉูดฉาดบาดตา แสดงว่ามิใช่บุคคลอันดีงาม กิมเม้งตี้พลันกล่าวอย่างเสียงเย็นชา "เราคือกิมเม้งตี้ วันนี้มารบกวนท่านทั้งสอง ความจริงไม่มีเจตนา" มือกระบี่อายุเยาว์ผู้นั้นแค่นหัวร่อกล่าวว่า "เหลวไหล คนบัดซบมิรู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ กลับแอบอ้างเป็นท่านผู้กล้าหาญกิมเม้งตี้ด้วย วาจานี้ยามรับฟังรู้สึกมิเกรงใจ แต่กิมเม้งตี้กลับรู้สึกพึงพอใจยิ่ง ร้องว่าจะพิสูจน์ให้รู้แจ้ง...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 6 ตอนที่ 16 :: ชะตาชีวิตซิเล้ง

๑๖ ♦ ชะตาชีวิตซิเล้ง ♦ ............... กล่าวถึงซิเล้ง ร่างที่จมดิ่งสู่ส่วนลึกของสายน้ำ แข็งทื่อราวกับซากศพที่ตกตายไปแล้วซากหนึ่ง แต่ความเย็นยะเยียบพอคุกคามใส่ สติสัมปชัญญะของซิเล้งก็ฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางพลังกดดันจากรอบกาย กระตุ้นจนซิเล้งกวัดแกว่งสองแขนในท่าแหวกว่าย พร้อมกับลืมตาขึ้น แลเห็นสายน้ำลอยกระเพื่อม สาหร่ายทะเลงอกเงย มัจฉาใหญ่น้อยแหวกว่ายไปมา สร้างความประหลาดใจอย่างใหญ่หลวง แต่ซิเล้งยังคงเคลื่อนไหวร่างกาย ลอยกระเพื่อมอยู่ใต้น้ำ พร้อมกับเริ่มขบคิดลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมา หลังจากตนกลืนยาเม็ดซึ่งกี้เฮียงเค้งมอบให้ จากนั้นก็บังเกิดอาการง่วงเหงา ทุกสัดส่วนมีอาการเมื่อยขบ จากนั้นหลับไหลไป สำหรับเหตุการณ์ต่อมา ซิเล้งก็มิอาจล่วงรู้ มิทราบว่าตัวเองไฉนจมอยู่ในน้ำ มีกี้เฮียงเค้งกับกิมเม้งตี้อยู่ที่ใดแล้ว ซิเล้งได้อาศัยวิชาทางน้ำที่เชี่ยวชาญ กลั้นลมหายใจไว้ แต่ยามเคลื่อนไหวร่างกายรู้สึกว่าบริเวณชายโครงมีอาการเจ็บแปลบปลาบ ซิเล้งหาทราบไม่ว่า ตำแหน่งนี้ที่แท้ถูกกิมเม้งตี้ใช้เท้าแตะใส่ ยังประเสริฐที่ฝ่ายตรงข้ามมิได้ใช้กำลังภายในรุนแรง...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 5 ตอนที่ 15 :: ซิเล้งสิ้นชีพ?

๑๕ ♦ ซิเล้งสิ้นชีพ? ♦ ............... ยามนั้นปรากฏเงาร่างสายหนึ่ง พุ่งปราดมาดุจสายฟ้า สองมือของมันกระชับพัดจีบและขลุ่ยทอง (กลับเป็นกินเม้งตี้นั่นเอง!) กี้เฮียงเค้งพอพบเห็น ถึงกับระบายลมหายใจออกมา ความจริงนางพอขาดการติดต่อชี้แจง กิมเม้งตี้ได้อาศัยคนสองหน้า ล่อลวงให้นำพาออกจากค่ายกลและเร่งรุดมายังที่นี้ กิมเม้งตี้ยังมิทันรุดหน้า ก็ถูกขบวนบุรุษซึ่งกำลังกลุ้มรุมซิเล้งและแฮ่โฮ้วคงแยกย้ายกันออกมาขัดควางไว้ ดาบคมกริบสองเล่มตวัดใส่ด้วยท่าเพลงอันหักโหม กิมเม้งตี้หัวร่อแค่นๆ พัด ขลุ่ยใช้ออกพร้อมเพรียง ปะทะกับดาบยาวทั้งสองเล่มโดยมิผิดพลาด ขณะที่อาวุธของศัตรูถูกกดดันจนเบนเบือน พัดจีบขลุ่ยทองก็เสือกพุ่งออก ทำร้ายใส่ใบหน้าฝ่ายตรงข้าม บุรุษฉกรรจ์ชุดดำที่ขวางทางทั้งสอง ปรากฏโลหิตสาดกระจายเต็มใบหน้า แผดร้องออกมาสุดเสียง กระแทกลงบนพื้นดินแน่นิ่งไป เพียงกระบวนท่าเดียวก็ปลิดชีวิตคู่ต่อสู้ สร้างความแตกตื่นตระหนก ให้กับเหล่าบุรุษฉกรรจ์อย่างใหญ่หลวง กิมเม้งตี้ถลันปราดมายังเบื้องหลังบุรุษฉกรรจ์ที่กลุ้มรุมซิเล้งยามวาดมือจู่โจม ก็ปลิดชีวิตฝ่ายตรงข้ามไปผู้หนึ่ง...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 5 ตอนที่ 14 :: การหักล้างของปัญญาชน

๑๔ ♦ การหักล้างของประชาชน ♦ ............... ทางด้านกี้เฮียงเค้งได้ทดสอบผ่านตึกดนตรีลูกคิดและหมากรุกสามตึก บัดนี้เริ่มเข้าสู่ดินแดนแห่งความรู้ด้านที่เก้า ตึกอักษรศาสตร์ กี้เฮียงเค้งพลันลอบกล่าวกับซิเล้งว่า “พวกเราผ่านด่านติดต่อกันมาแปดตึก ทว่าตั้งแต่ตึกที่เก้าเป็นต้นไป ข้าพเจ้าก็มิมีความมั่นใจแล้ว!” ซิเล้งสะท้านใจอย่างรุนแรงกล่าวว่า “เพราะเหตุใด?” “สมมุติว่า ด่านแห่งความรู้ในตอนท้ายมีจิบโป้วอี่ (ตึกประมวลศาสตร์) ครอบคลุมวิชากาพย์ กลอน ตำรา บทวิจารณ์ จดหมายเหตุ หลักทฤษฎี ฝ่ายตรงข้ามหากต้องการให้เราบ่งบอกหลักวิชาของผู้หนึ่งผู้ใดตามสารบัญข้างต้นนี้ ข้าพเจ้าไหนเลยกระทำได้?” ซิเล้งพลอยหมกมุ่นกังวลด้วย ขณะนี้ได้เข้ามาในห้องโถงใหญ่แล้ว แฮ่โฮ้วคงกล่าวอย่างแช่มช้าว่า “ขอเรียนถาม ตำราจิวเอ๊ก (หนังสือเล่มที่ว่าด้วยหลักปรัชญา ประพันธ์ร่วมกันโดยขงจื้อ จิวกง บุ้นอ้วง)...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 5 ตอนที่ 13 :: สอบสิบสามตึก

๑๓ ♦ สอบสิบสามตึก ♦ ............... กี้เฮียงเค้งมีสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย กล่าวว่า “หรือซิเล้งตกเป็นเชลยอยู่ในบึงแจ้งอาคารกระจ่างแล้ว?” แฮ่โฮ้วคงเค้นเสียงกล่าวว่า “กี้โกวเนี้ยเมื่อเป็นชาญฉลาด เรื่องราวก็มิต้องเอื้อนเอ่ยใช้วกวน ความจริงเราผู้เป็นประมุขบึงแจ้งอาคารกระจ่าง มีเจตนาคบหากับประมุขบึงเร้นอาคารลับอยู่แล้ว นับตั้งแต่ท่านกับซิเล้งหลบเร้นมาถึงดงไม้และก่อตั้งค่ายกลขึ้น ก็ตกอยู่ในการติดตามของเด็กเสื้อขาวบริวารเรา จากนั้นจึงได้คร่ากุมตัวมากักขังไว้” กี้เฮียงเค้งลอบหวั่นไหวในใจ แต่สีหน้ามิมีแววผิดปกติแม้แต่น้อยกล่าวว่า “ซิเล้งเป็นบุคคลที่ท่านคิดคร่ากุมมาเพื่อข่มขู่ข้าพเจ้า แต่บัดนี้ข้าพเจ้าได้เร่งรุดมาอย่างบังเอิญ มันย่อมไม่มีความสำคัญกับท่านอีก ยังคงปลดปล่อยมันออกมาเถอะ” “เรื่องราวมิง่ายดายปานนั้น” “ท่านมีข้อข่มขู่ประการใด” แฮ่โฮ้วคงกล่าวเสียงเนิบนาบ “เรายินดีปลดปล่อยซิเล้งเป็นอิสระ แต่โกวเนี้ยต้องร่วมประลองความสามารถกับเรา โดยฝ่าสิบสามตึกความรู้ ทุกๆ ตึกจะมีปัญหาเพียงข้อเดียวคอยขัดขวางเท่านั้น สิบสามตึกของบึงแจ้งอาคารกระจ่าง สร้างขึ้นเพราะต้องการทดสอบกับบุคคลในสำนักท่านเท่านั้น หากแม้นมิอาจกักกันโกวเนี้ยไว้ได้ เราจะล้มล้างตึกเหล่านี้ทันที นับแต่นี้จะปราศจากนามบึงแจ้งอาคารกระจ่างอีก โดยนัยกลับ โกวเนี้ยหากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ขอให้ท่านลบล้างนามบึงเร้นอาคารลับไป พร้อมกันนั้นยอมสยบและอาศัยอยู่ในสถานที่นี้ด้วย?” กี้เฮียงเค้งสะท้านใจวาบ...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 4 ตอนที่ 12 :: บึงแจ้งอาคารกระจ่าง

๑๒ ♦ บึงแจ้งอาคารกระจ่าง ♦ ............... กิมเม้งตี้ใช้ความสังเกตพิจารณาทุกผู้คนที่ปรากฏเข้ามาในคลองจักษุ พร้อมกับคาคคะเนว่ากี้เฮียงเค้งคงปลอมแปลงเป็นสตรีชราภาพ แต่พริบตาเดียวก็ล่วงล้ำมาถึงหมู่บ้าน ยังมิพบเห็นผู้ชราสูงวัยเลย ผู้ที่เดินสวนทางผ่านไป มีเพียงบุรุษฉกรรจ์ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านสี่ห้าคน คำนวณจากมือเท้าที่หยาบกร้านเพราะตรากตรำและประกายตาซึ่งเซื่องซึม ดูเพียงผิวเผินก็ทราบว่ามิมีทางแปลกปลอมได้ ขณะจะผ่านหมู่บ้านไป กิมเม้งตี้พลันเหลือบเห็นสตรีชาวบ้านสิบกว่านาง นั่งชุมนุมกันใต้ร่มไม้ใกล้ลานกว้างกลางหมู่บ้าน กำลังทอสานเสื่อปูพื้นอย่างขะมักเขม้น กิมเม้งตี้ทราบว่านี่เป็นสินค้าออกประจำถิ่นนี้ นอกจากเสื่อแล้ว ยังมีหมวก ตะกร้า และกระสอบ จึงสาวเท้าเข้าใกล้ ประกายตาสำรวจเค้าหน้าทุกนวลนาง มีบ้างบางคนที่ก้มศีรษะอยู่ แต่กี้เฮียงเค้งหาได้ปะปนร่วมด้วยไม่ มันลอบแค่นหัวร่อในใจ คำนึงขึ้น ‘…นางย่อมมิกล้าปะปนอยู่ในกลุ่มสตรีชาวบ้าน เนื่องจากสตรีเหล่านี้สะดุดตาเกินไป แต่โดยนัยกลับ นางอาจเสี่ยงมาชุมนุมอยู่...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 4 ตอนที่ 11 :: อันตรายคุกคาม

๑๑ ♦ อันตรายคุกคาม ♦ .............. ผ่านการเดินทางประมาณหนึ่งชั่วยาม ฉี้อิงพลันระบายลมหายใจออกมา เปิดหน้าต่างเล็กๆ หลังอานรถ มุดกายเข้าสู่ตัวรถ ฉี้อิงรีบถลันกายเข้าหาซิเล้ง แลเห็นประกายตาบุรุษหนุ่มแตกซ่าน เหงื่อยะเยียบแตกชุ่มเต็มใบหน้า คล้ายดั่งกำลังข่มกลั้นความเจ็บปวดที่ได้รับ นางกล่าวอย่างหวั่นไหวใจ “ท่านเป็นอย่างไรแล้ว? กิมเม้งตี้กลับเจ้าเล่ห์นัก ถึงกับควบม้าสะกดรอยติดตามมา” ซิเล้งขบกรามกรอด คล้ายดั่งกำลังผนึกกำลังต้านทานความเจ็บปวด มิอาจโต้ตอบวาจา ฉี้อิงกล่าวสืบต่อ “มิหนำซ้ำขณะสะกดติดตาม กิมเม้งตี้ยังทุ่มเทใช้วิชาพิสดาร เรียกว่าซิมสีซิ้งเทีย (ใจส่องประสาทสดับ) “วิชาใจส่องประสาทสดับนี้ สามารถแลเห็นและได้ยินสุ้มเสียงในระยะห่างยี่สิบวา ดังนั้นข้าพเจ้าหากเข้ามาพบท่านหรือสนทนาด้วย ย่อมถูกมันรับรู้!” ซิเล้งกล่าวเสียงยากลำบาก “ท่านทราบได้อย่างไรว่า มันใช้วิชาใจส่องประสาทสดับ?” ฉี้อิงพบว่าสุ้มเสียงซิเล้งอ่อนล้า สภาพการณ์เลวร้ายต้องวิตกกังวลสุดแสน แต่ยังตอบคำไป “ประการที่หนึ่ง ข้าพเจ้าทราบว่ากิมเม้งตี้ฝึกฝนวิชาเช่นนี้ได้...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 3 ตอนที่ 10 :: วีรบุรุษพเนจร

๑o ♦ วีรบุรุษพเนจร ♦ ............ ซิเล้งกวาดสายตามองไปยังเงาร่างที่มาพลันบังเกิดความปีติอย่างใหญ่หลวงส่งเสียงร้องว่า “ผู้ที่มาคือเจียะฉั้งเฮียกระมัง” เงาร่างนั้นชะงักเท้าลงหันกลับมารับคำว่าถูกแล้ว ซิเล้งจึงพลิ้วกายเข้าหา จากนั้นนำพาเข้าสู่ตึกศิลาจุดโคมไฟขึ้น หลายเดือนที่ผ่านมามิเคยมีบุคคลที่สามอยู่ร่วมด้วย พอพบพานสหายคุ้นเคย ซิเล้งก็บังเกิดความตื่นเต้นยินดียิ่งนัก เจียะฉั้งฮ้งสำรวจการตบแต่งที่สมถะไม่ฟุ่มเฟือยภายในห้อง ถึงกับรำพันว่า “ซือแป๋ท่านถึงกับพำนักในสถานที่เช่นนี้มาหลายสิบปี แสดงว่าท่านผู้เฒ่าเป็นยอดคนที่ปราศจากจิตละโมบแม้แต่น้อย น่าเสียดายที่มิมีวาสนาได้กราบ พบเพียงแต่โบราณกาลมามังกรเทพยดาก็ปรากฏเศียรโดยมิอาจเห็นหางได้ง่ายดาย” ซิเล้งถามว่า “มิทราบเจียะฉั้งเฮียเร่งรุดมาครั้งนี้เพียงแวะผ่านหรือมีคำแนะนำประการใด?” “เรามาเยือนโดยเฉพาะเพื่อบอกเล่าข่าวคราวต่อท่าน เกรงว่า...” หยุดเล็กน้อยเปลี่ยนเป็นกล่าวว่า “ท่านคงจดจำห้าจ้าวฉลามในสังกัดเทพไตรทะเลได้ พวกเราประหารไปสามคน หลงเหลือจ้าวฉลามเหลืองและเชียว เมื่อสองเดือนก่อนเราใช้ความสามารถทั้งมวลสร้างหลุมพรางกับดักขึ้น ใช้สุรานารีลดพลังฝีมือของจ้าวฉลามเหลือง จากนั้นยังต้องสูญเสียชีวิตของบริวารอีกสี่คนจึงปลิดชีวิตมันสำเร็จ “แต่จ้าวฉลามเขียวกลับกลอกกลิ้งเจ้าเล่ห์นัก มิเพียงไม่ตกหลุมล่อลวง หนำซ้ำกลับสืบสวนเรื่องที่วังวารีถูกทำลายล้าง จนล่วงรู้ความจริง “เราคิดกลับสู่ประเทศดังเดิมเพื่อหลบหลีกเภทภัย แต่ท่านเองต้องระวังมากไว้ ฝ่ายตรงข้ามหากดำเนินอุบายลอบประทุษร้าย ท่านย่อมมิอาจป้องกันได้” ซิเล้งรับฟังด้วยดวงใจที่ตื่นเต้นตระหนกกล่าวว่า “ท่านกล่าวได้มิผิด ...
error: Don\'t copy !!!