น.นพรัตน์

About

น.นพรัตน์ สุดยอดนักแปลนิยายกำลังภายในของประเทศไทย สามารถแปลผลงานของกิมย้ง ได้ครบทั้ง 15 เรื่อง ทั้งแปลงานของโก้วเล้ง ได้มากกว่าผู้แปลท่านอื่น ๆ ด้วย
12 โพสต์

/

0 ความคิดเห็น

Articles

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 4 ตอนที่ 12 :: บึงแจ้งอาคารกระจ่าง

๑๒ ♦ บึงแจ้งอาคารกระจ่าง ♦ ............... กิมเม้งตี้ใช้ความสังเกตพิจารณาทุกผู้คนที่ปรากฏเข้ามาในคลองจักษุ พร้อมกับคาคคะเนว่ากี้เฮียงเค้งคงปลอมแปลงเป็นสตรีชราภาพ แต่พริบตาเดียวก็ล่วงล้ำมาถึงหมู่บ้าน ยังมิพบเห็นผู้ชราสูงวัยเลย ผู้ที่เดินสวนทางผ่านไป มีเพียงบุรุษฉกรรจ์ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านสี่ห้าคน คำนวณจากมือเท้าที่หยาบกร้านเพราะตรากตรำและประกายตาซึ่งเซื่องซึม ดูเพียงผิวเผินก็ทราบว่ามิมีทางแปลกปลอมได้ ขณะจะผ่านหมู่บ้านไป กิมเม้งตี้พลันเหลือบเห็นสตรีชาวบ้านสิบกว่านาง นั่งชุมนุมกันใต้ร่มไม้ใกล้ลานกว้างกลางหมู่บ้าน กำลังทอสานเสื่อปูพื้นอย่างขะมักเขม้น กิมเม้งตี้ทราบว่านี่เป็นสินค้าออกประจำถิ่นนี้ นอกจากเสื่อแล้ว ยังมีหมวก ตะกร้า และกระสอบ จึงสาวเท้าเข้าใกล้ ประกายตาสำรวจเค้าหน้าทุกนวลนาง มีบ้างบางคนที่ก้มศีรษะอยู่ แต่กี้เฮียงเค้งหาได้ปะปนร่วมด้วยไม่ มันลอบแค่นหัวร่อในใจ คำนึงขึ้น ‘…นางย่อมมิกล้าปะปนอยู่ในกลุ่มสตรีชาวบ้าน เนื่องจากสตรีเหล่านี้สะดุดตาเกินไป แต่โดยนัยกลับ นางอาจเสี่ยงมาชุมนุมอยู่...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 4 ตอนที่ 11 :: อันตรายคุกคาม

๑๑ ♦ อันตรายคุกคาม ♦ .............. ผ่านการเดินทางประมาณหนึ่งชั่วยาม ฉี้อิงพลันระบายลมหายใจออกมา เปิดหน้าต่างเล็กๆ หลังอานรถ มุดกายเข้าสู่ตัวรถ ฉี้อิงรีบถลันกายเข้าหาซิเล้ง แลเห็นประกายตาบุรุษหนุ่มแตกซ่าน เหงื่อยะเยียบแตกชุ่มเต็มใบหน้า คล้ายดั่งกำลังข่มกลั้นความเจ็บปวดที่ได้รับ นางกล่าวอย่างหวั่นไหวใจ “ท่านเป็นอย่างไรแล้ว? กิมเม้งตี้กลับเจ้าเล่ห์นัก ถึงกับควบม้าสะกดรอยติดตามมา” ซิเล้งขบกรามกรอด คล้ายดั่งกำลังผนึกกำลังต้านทานความเจ็บปวด มิอาจโต้ตอบวาจา ฉี้อิงกล่าวสืบต่อ “มิหนำซ้ำขณะสะกดติดตาม กิมเม้งตี้ยังทุ่มเทใช้วิชาพิสดาร เรียกว่าซิมสีซิ้งเทีย (ใจส่องประสาทสดับ) “วิชาใจส่องประสาทสดับนี้ สามารถแลเห็นและได้ยินสุ้มเสียงในระยะห่างยี่สิบวา ดังนั้นข้าพเจ้าหากเข้ามาพบท่านหรือสนทนาด้วย ย่อมถูกมันรับรู้!” ซิเล้งกล่าวเสียงยากลำบาก “ท่านทราบได้อย่างไรว่า มันใช้วิชาใจส่องประสาทสดับ?” ฉี้อิงพบว่าสุ้มเสียงซิเล้งอ่อนล้า สภาพการณ์เลวร้ายต้องวิตกกังวลสุดแสน แต่ยังตอบคำไป “ประการที่หนึ่ง ข้าพเจ้าทราบว่ากิมเม้งตี้ฝึกฝนวิชาเช่นนี้ได้...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 3 ตอนที่ 10 :: วีรบุรุษพเนจร

๑o ♦ วีรบุรุษพเนจร ♦ ............ ซิเล้งกวาดสายตามองไปยังเงาร่างที่มาพลันบังเกิดความปีติอย่างใหญ่หลวงส่งเสียงร้องว่า “ผู้ที่มาคือเจียะฉั้งเฮียกระมัง” เงาร่างนั้นชะงักเท้าลงหันกลับมารับคำว่าถูกแล้ว ซิเล้งจึงพลิ้วกายเข้าหา จากนั้นนำพาเข้าสู่ตึกศิลาจุดโคมไฟขึ้น หลายเดือนที่ผ่านมามิเคยมีบุคคลที่สามอยู่ร่วมด้วย พอพบพานสหายคุ้นเคย ซิเล้งก็บังเกิดความตื่นเต้นยินดียิ่งนัก เจียะฉั้งฮ้งสำรวจการตบแต่งที่สมถะไม่ฟุ่มเฟือยภายในห้อง ถึงกับรำพันว่า “ซือแป๋ท่านถึงกับพำนักในสถานที่เช่นนี้มาหลายสิบปี แสดงว่าท่านผู้เฒ่าเป็นยอดคนที่ปราศจากจิตละโมบแม้แต่น้อย น่าเสียดายที่มิมีวาสนาได้กราบ พบเพียงแต่โบราณกาลมามังกรเทพยดาก็ปรากฏเศียรโดยมิอาจเห็นหางได้ง่ายดาย” ซิเล้งถามว่า “มิทราบเจียะฉั้งเฮียเร่งรุดมาครั้งนี้เพียงแวะผ่านหรือมีคำแนะนำประการใด?” “เรามาเยือนโดยเฉพาะเพื่อบอกเล่าข่าวคราวต่อท่าน เกรงว่า...” หยุดเล็กน้อยเปลี่ยนเป็นกล่าวว่า “ท่านคงจดจำห้าจ้าวฉลามในสังกัดเทพไตรทะเลได้ พวกเราประหารไปสามคน หลงเหลือจ้าวฉลามเหลืองและเชียว เมื่อสองเดือนก่อนเราใช้ความสามารถทั้งมวลสร้างหลุมพรางกับดักขึ้น ใช้สุรานารีลดพลังฝีมือของจ้าวฉลามเหลือง จากนั้นยังต้องสูญเสียชีวิตของบริวารอีกสี่คนจึงปลิดชีวิตมันสำเร็จ “แต่จ้าวฉลามเขียวกลับกลอกกลิ้งเจ้าเล่ห์นัก มิเพียงไม่ตกหลุมล่อลวง หนำซ้ำกลับสืบสวนเรื่องที่วังวารีถูกทำลายล้าง จนล่วงรู้ความจริง “เราคิดกลับสู่ประเทศดังเดิมเพื่อหลบหลีกเภทภัย แต่ท่านเองต้องระวังมากไว้ ฝ่ายตรงข้ามหากดำเนินอุบายลอบประทุษร้าย ท่านย่อมมิอาจป้องกันได้” ซิเล้งรับฟังด้วยดวงใจที่ตื่นเต้นตระหนกกล่าวว่า “ท่านกล่าวได้มิผิด ...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 2 ตอนที่ 9 :: ฝ่ามือมหรรณพ

๙ ♦ ฝ่ามือมหรรณพ ♦ .............. จ้าวฉลามขาวและดำส่งเสียงรับคำ สะอึกกายออกไป ขยับดาบยาวในมือ ซิเล้งเหลือบมองท่าเท้าเคลื่อนไหวและการกระชับดาบของจ้าวฉลามขาว ก็ทราบว่าบุคคลนี้มีฝีมือสูงล้ำ แม้เจียะฉั้งฮ้งมีอาวุธอยู่ในมือยังพอจะหักล้างกันบัดนี้มันมือเปล่าเท้าเปลือยไหนเลยเป็นคู่มือได้? ยามนั้นเทพไตรทะเลได้สั่งจ้าวฉลามขาวหลายประโยค ทำให้ปฏิกิริยาของมันชักช้าไปเล็กน้อย ขณะเดียวกันจ้าวฉลามดำก็สะบัดดาบจู่โจมใส่อาเฮ็กหมายทำร้ายส่วนสัดสำคัญของนาง อาเฮ็กกุมกระบี่สั้น สาดประกายเจิดจ้าออกไป จ้าวฉลามดำทราบว่ากระบี่นี้มิใช่อาวุธสามัญ เป็นของวิเศษในวังมีนามฮุงปอ (แยกประกาย) สามารถทำลายศาสตราวุธธรรมดา จึงมิกล้าเลินเล่อตวัดดาบพลิกแพลงเปลี่ยนเป้าหมาย แต่อาเฮ็กพอมีพลังฝีมืออยู่บ้าง รีบกรีดกระบี่ใส่ตัวดาบที่พุ่งมา ได้ยินเสียงระเบิดเบาๆ เมื่ออาวุธทั้งสองปะทะกัน อาเฮ็กรู้สึกพลังภายในจากคมดาบของฝ่ายตรงข้ามเข้มแข็งยิ่งนัก จนสลายกำลังส่วนใหญ่ที่แผ่ออกไป ทำให้มิอาจทำลายอาวุธของคู่ต่อสู้ นางสะท้านใจอย่างรุนแรง คิดรั้งกระบี่ล่าถอยพลันคำนวณว่าฝ่ายตรงข้ามต้องกระหน่ำซ้ำเติมตามสภาวะ จึงได้แต่ผนึกพลังหักโหมกับจ้าวฉลามดำอย่างดุเดือด ในยามนั้น...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 2 ตอนที่ 8 :: เผชิญวิกฤตการณ์

๘ ♦ เผชิญวิกฤตการณ์ ♦ ............ เทพเจ้าไตรทะเลกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าหากมิมีจิตคิดทรยศไฉนไม่รายงานเสียก่อน ทุกตำแหน่งในวังวารีล้วนจัดสร้างปุ่มสัญญาณถ่ายทอดภัยโดยไร้สุ้มเสียงเจ้าที่แท้มีความคิดประการใด?” “ข้าพเจ้าคราแรกเกรงว่าจะถูกฝ่ายตรงข้ามปลิดชีวิต จึงมิกล้าวู่วาม พร้อมกับนั้นก็ต้องการทราบสาเหตุที่มันเข้าสู่วังวารีด้วย” “เจ้ากระทำอย่างไร?” “ข้าพเจ้าจำต้องสร้างความเชื่อถือต่อฝ่ายตรงข้าม ทราบว่ามันคิดช่วยเหลือเจียะฉั้งฮ้ง จึงนำพาไปพบพานภายหลังยังผสมยาผงลงในชามหมี่น้ำให้มันรับประทาน” เทพไตรทะเลผงกศีรษะรับทราบพึมพำว่า “ยานึ่งเฮียงซั่ว (ยาผงหอมอ่อนล้า) ที่เจ้าผสมไปจะออกฤทธิ์เมื่อหนึ่งชั่วยามให้หลัง พวกมันคงไม่ระแวงหรอก” อาเฮ็กก็กล่าวว่า “นอกจากใช้ยาผงหอมอ่อนล้าแล้ว ข้าพเจ้ายังลอบใส่ทำเอี้ยม (เกลือโมหะ) อีกด้วย ทั้งสองคนหนึ่งมิอาจฝ่าด่านนงคราญอีกหนึ่งก็ไม่สามารถผ่านระเบียงสมบัติ” เทพไตรทะเลถึงกับระเบิดเสียงหัวร่อดังกึกก้อง รั้งมือกลับมากล่าวขึ้นว่า “เจ้าติดตามเรามา” ทั้งสองติดตามถึงห้องหับหลังหนึ่ง เทพไตรทะเลกดไปที่ผนังห้อง ก็ปรากฏประตูบานหนึ่งเลื่อนออกจากกันภายในมืดมิดยิ่งนัก เทพไตรทะเลบงการมิให้นางส่งเสียง แล้วจึงกุมมือนางเดินเหินอยู่ในความมืดเป็นระยะทางหลายวา จากนั้นเทพไตรทะเลเบี่ยงกายมาด้านข้างแลเห็นแสงสว่างลำหนึ่งสาดมาจากรูวงกลมทางผนัง อาเฮ็กเคลื่อนดวงตาประชิดกับรูผนัง พบเห็นสภาพภายในที่คุมขัง มองจากด้านบนสู่เบื้องล่างจึงสังเกตอิริยาบถของสองบุรุษในห้องกักขังอย่างชัดเจน แลเห็นซิเล้งนั่งอยู่ในซอกมุมหลังประตู ตระเตรียมทำร้ายผู้คนที่ผลักประตูเข้ามาอย่างกะทันหัน ส่วนเจียะฉั้งฮ้งนั่งเอนกับผนังห้องดวงตาพริ้มลง อาเฮ็กรับทราบว่ามีรูสังเกตการณ์จากเทพไตรทะเลมาก่อน...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 2 ตอนที่ 7 :: สู่วังวารี

๗ ♦ สู่วังวารี ♦ ......... ซิเล้งครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยก็ปลดกระบี่ที่คาบในปากเหวี่ยงลงสู่ทะเล  จากนั้นถลันกายถึงหน้าประตูท้องเรือ  เงี่ยหูลอบรับฟังกลับมิมีสำเนียงผิดปรกติ  จึงพลิ้วร่างเข้าไปอย่างฉับไว โดยอาศัยบันไดไม้ที่ทอดลงไป ซิเล้งพาตัวเข้าสู่ท้องเรือ  หลังจากก้าวเดินตามทางสายหนึ่งอยู่เล็กน้อย  ก็ได้ยินเสียงปรุงอาหารดังแว่วมา ซิเล้งรักษาความสงบก้าวไปเบื้องหน้า  ลอบกวาดมองจากประตู  พบว่านี่เป็นห้องครัว  มีคนสองคนกำลังปรุงอาหารอยู่ นอกจากนั้นยังมีชาวญี่ปุ่นร่างเตี้ยอีกสี่ห้าคนนอนหลับอยู่ ห้องครัวนี้มีประตูหลายบานทอดติดต่อกัน ซิเล้งพุ่งความสนใจไปยังประตูที่ปิดสนิทบานหนึ่ง เข้าใจว่าคงเป็นห้องเสบียงกักตุนอาหาร จึงลอบโคจรลมปราณเคลื่อนไหวร่างโดยปราศจากสุ้มเสียงจนมาถึงหน้าประตู ประตูบานนี้เปิดออกได้อย่างไร  และจะสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนที่กำลังปฏิบัติงานหรือไม่ ซิเล้งล้วนมิขบคิด มีแต่ทดสอบเสี่ยงดู  ยื่นมือผลักเบาๆ ประตูก็เปิดออกทันที สำเนียงผิดปรกติเล็กน้อยดังขึ้น  ขณะที่ประตูถูกเปิด  แต่ซิเล้งรีบถลันร่างเข้าไปราวกับสายฟ้าแลบพุ่งกระชากประตูปิดลงดังเดิม  ทางหนึ่งสังเกตการเคลื่อนไหวจากภายนอก ...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 2 ตอนที่ 6 :: ภัยบนทะเลกว้าง

๖ ♦ ภัยบนทะเลกว้าง ♦ ................ ยามนี้ทั้งสองฝ่ายต่างอยู่ในสภาวะยืนประจันหน้า ฝ่ายหนึ่งกระชับดาบอีกฝ่ายหนึ่งสองมือเปล่าเปลือย คบเพลิงบนพื้นดินถูกพลังฝ่ามือเมื่อครู่ พัดดับไปแล้วฝ่ายเจียะฉั้งฮ้งที่กุมดาบอยู่บังเกิดความรู้สึกอันฮึกเหิมประเดประดังขึ้นตลอดเวลา หลายปีที่ผ่านมา มันอาละวาดแถบน่านน้ำผืนแผ่นดินตงง้วน มิเคยเผชิญพบคู่มืออันเข้มแข็งเช่นนี้ ยิ่งกระตุ้นให้มันมีความต้องการทดสอบฝีมือ วินาทีนั้น ทางโจรสลัดญี่ปุ่นปรากฏเงาร่างสี่สายปรากฏกายออกจากการหมอบซุ่ม คุกคามมาทางด้านหลังของซิเล้งหมายประทุษร้าย ซิเล้งคล้ายกับมิรู้สึกว่ามีศัตรูลอบเร้นมาถึงเบื้องหลัง ยังใช้ดวงตาทั้งคู่จับจ้องเจียะฉั้งฮ้ง  ในสายตาสาดเป็นประกายเกรี้ยวกราดก่อเกิดอำนาจข่มขู่ไร้สภาพจนเจียะฉั้งฮ้งไม่กล้าสะบัดดาบจู่โจม โจรสลัดสี่คนที่แสดงตัวขึ้น  มีอยู่สองคนพลันตวาดเสียงที่ดุร้ายสยบขวัญคู่ต่อสู้พากันตวัดดาบพุ่งใส่ชายโครงทางซ้ายขวาของซิเล้งโดยพร้อมเพรียง ซิเล้งรีบเบี่ยงกายหลบหลีกดาบที่เสือกแทงมาฝ่ามือขวากวาดกระแทกออก  เสียงโครมโครมดังต่อเนื่องสองครั้ง  ผู้ประทุษร้ายก็ล้มฟุบอยู่บนพื้นดินเสียแล้ว ยามนี้ เจียะฉั้งฮ้งเห็นเป็นโอกาสลงมือส่งเสียงคำรามดังสะเทือนแก้วหูประกายตาพลันกระจายจ้าเข้าใส่อย่างฉับพลัน ซิเล้งสูดลมหายใจพุ่งกายถอยปราดมาวาเศษส่งเสียงว่า “ดาบของข้าพเจ้าอยู่ใต้เท้าของท่าน” เจียะฉั้งฮ้งก้มศีรษะลงมองดูแล้วกล่าวว่า “คืนให้ท่าน” พลางใช้ปลายเท้าสะกิดเบาๆ ดาบยาวก็พุ่งขึ้นกรีดตรงเข้าหา  ซิเล้งยื่นมือรับไว้  เจียะฉั้งฮ้งพลันกล่าวว่า “สหายมีเพลงดาบมิทัดเทียมกับวิชาฝ่ามือ  ไฉนจึงสละปมเด่นใช้ปมด้อย?” ซิเล้งกล่าวอย่างองอาจ “ข้าพเจ้ารับทราบมาว่า เพลงดาบของชาวทะเลบูรพามีอานุภาพอีกแบบหนึ่ง  วันนี้มีโอกาสได้พบพาน จึงต้องการทดสอบดู” เจียะฉั้งฮ้งยิ้มอย่างเคร่งขรึมกล่าวว่า “เรายินดีน้อมสนอง สหายหากมีชีวิตรอดจากคมดาบไปได้ ...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 2 ตอนที่ 5 :: เริ่มวิถีชีวิตนักสู้

๕ ♦ เริ่มวิถีชีวิตนักสู้ ♦ ............. ตัวเมืองอุ้ยไฮอ้วย (บารมีเกริกไกร) เพิ่งถูกสถาปนาขึ้นเมื่อมินานมานี้ มีชาวเมืองอาศัยอยู่ไม่มากนัก แต่เนื่องจากมีทหารหลวงประจำการตลอดปีจึงรู้สึกคึกคักจอแจมิน้อย ซิเล้งในที่สุดรอนแรมถึงจุดหมายปลายทาง และรับทราบว่า ขุนพลไร้กรอาวเอี้ยงง้วนเจียงพำนักที่นอกเมืองใกล้ชายหาด จึงมิมีอารมณ์ทัศนาความงามของบ้านเมือง พอไต่ถามทิศทางจากชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ก็มุ่งตรงไปทันที จากปากคำชาวบ้าน นอกตัวเมืองมีชายหาดขนานนามว่า เล่านั้งทัว (หาดผู้ชรา) ซึ่งไร้ผู้คนพำนัก นอกจากนี้มีตัวตึกหลังหนึ่งปลูกสร้างอย่างโดดเดี่ยว ตามชายหาดมิมีทหารหลวงคอยรักษาการณ์ แม้เป็นเช่นนั้น โจรสลัดญี่ปุ่นก็มิกล้าอาละวาดในแถบนั้น เนื่องจากครั้งหนึ่งสลัดญี่ปุ่นเกือบสองร้อยคนระดมกำลังขึ้นชายหาดหมายรุกราน แต่ถูกผู้อาศัยอยู่แถบนั้น สังหารตกตายเป็นซากศพเกลื่อนกลาด นับแต่นั้นมาก็มิมีโจรร้ายกล้าคุกคามเข้าใกล้อีก ซิเล้งดั้นด้นถึงริมชายหาด เห็นทะเลอันไพศาล...

วีรบุรุษผู้พิฆาตเล่ม 1 ตอนที่ 4 :: ผจญปิศาจไพร

๔ ♦ ผจญปิศาจไพร ♦ ............. ซิเล้งเดินทางอย่างเร่งร้อนมุ่งสู่ทิศบูรพา ตนทราบดีว่าผู้กล้าหาญดาบทองมีอานุภาพไพศาลยิ่ง ดังนั้นจึงปลอมแปลงรูปโฉมเป็นขอทาน ทอดทิ้งอาชาเดินเหินด้วยเท้าเผชิญแต่ความยากลำบาก จวบจนวันนี้ มาถึงหมู่บ้านนอกตัวเมืองแห่งหนึ่ง มีครอบครัวอาศัยกว่าห้าร้อยหลังคาเรือน แต่พอเหยียบย่างเข้ามา กลับพบแต่ความรกร้างสงบสงัด ซิเล้งจึงคำนึงด้วยความสงสัย ‘...หมู่บ้านละแวกใกล้เคียงอีกสองแห่ง เราก็ผ่านมา ล้วนมีสภาพวิเวกวังเวงเช่นนี้ด้วย มิทราบเป็นเพราะสาเหตุใด...?’ ยามนั้นพลันเหลือบเห็นที่หน้าประตูบ้านหลังหนึ่ง ปรากฏสตรีชรานางหนึ่งกำลังแหงนมองท้องฟ้าถอนหายใจรำพันว่า “ท้องฟ้าใกล้มืดค่ำแล้ว” ซิเล้งรีบสาวเท้าเข้าปฏิสันถาร ประสานมือคารวะกล่าวว่า “ท่านผู้เฒ่ากลัดกลุ้มหม่นหมอง มิทราบมีความหวั่นวิตกในเรื่องใด?” สตรีชราจับจ้องซิเล้งครู่หนึ่ง จึงกล่าว “เมื่อค่ำมืดลง พวกเราในละแวกนี้ต่างหวาดผวากันทั้งสิ้น เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมา ปรากฏปิศาจภูตพรายมาก่อกวนอาละวาดจนครอบครัวทุกครัวเรือนไม่อาจสงบสุขได้” “อ้อ ปิศาจนั้นก่อกวนอย่างไร?” สตรีชราสีหน้าพลันประหวั่นพรั่นพรึง กล่าวด้วยสำเนียงที่มิเป็นปรกติ “เมื่อสองเดือนก่อน ปรากฏปิศาจประหลาดคุกคามหมู่บ้านทั้งสี่ในละแวกใกล้เคียง มีผู้คนประสบเคราะห์กรรมไปสิบหกคน “ปิศาจตัวนี้คร่ากุมมนุษย์ไปในแถบรกร้าง...
error: Don\'t copy !!!