หมีดำผู้เหี้ยมโหด

0
99

มีเรื่องเล่าขานกันมาในหมู่ผู้ที่ชอบฟังเรื่องประหลาดๆ เกี่ยวกับตุ๊กตาหมีสีขาวขนฟูฟ่องตัวหนึ่ง หน้าตามันจิ้มลิ้มน่ารัก ดวงตากลมโตสีดำใสแจ๋วเหมือนลูกแก้ว รูปร่างตุ้ยนุ้ยน่ากอด ราวทูตสวรรค์น้อยๆ ตัวสูงแค่เข่า ขาเล็กๆ สั้นๆ ปุกปุยของมันมักก้าวเตาะแตะตามลำพังยามค่ำคืน ขนสีขาวของมันสว่างเรืองในความมืด

แม้หน้าตาจะน่ารักน่าเอ็นดู ใครเห็นต้องตกหลุมรักอยากอุ้มมากอด แต่สิ่งที่เจ้าหมีน้อยปรารถนาที่สุดกลับไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ ห้องนอนน่าเอ็นดูที่หอมสะอาดนุ่มนิ่ม หรือเด็กน้อยน่ารักที่จะอุ้มกอดมันได้ทั้งวัน

ทั้งที่มีแต่คนมารุมรักและมอบความเมตตาเอ็นดู แต่มันกลับไม่เคยรับรู้ รู้สึกได้ถึงสิ่งเหล่านั้นเลย ไม่เคยทั้งเศร้า ดีใจ เหงา หรือแม้แต่กังวล

มันจึงใฝ่ฝันอย่างหมดจิตหมดใจว่าอยากจะมีหัวใจเป็นของตัวเอง…

ในยามราตรีที่เงียบสงบมันจะเที่ยวเคาะประตูบ้านสักหลังที่ยังมีแสงไฟสว่างและมีกระแสความอบอุ่นแผ่ออกมา หากมีใครใจดีพอที่จะเปิดประตูรับมันเข้าบ้าน ไม่นาน มันจะสังหารคนคนนั้น ใช้อุ้งมือที่มีขนนุ่มนิ่มปกคลุมแทรกเข้าไปกลางทรวงอก ควักหัวใจที่ยังเต้นตุบตับออกมา แล้วยัดใส่หน้าอกของตัวเอง

หัวใจแต่ละดวงที่เจ้าหมีได้มานั้น มีทั้งหัวใจของคนที่กำลังรัก เศร้า เหงา หวาดกลัว ดีใจ สุข ทุกข์ แต่ไม่ว่าหัวใจดวงไหน เมื่อถูกควักออกมาจากร่างแล้ว ก็เต้นต่ออยู่อีกเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่จะหยุดไป

ข่าวลือเรื่องตุ๊กตาหมีที่ตามฆ่าคนชิงหัวใจสร้างความหวาดผวาต่อเนื่องหลายปี และบอกเล่ากันปากต่อปากว่า หากใครได้พบตุ๊กตาหมีหน้าตาน่ารักมายืนเคาะประตูอยู่หน้าบ้าน อย่าได้เปิดประตูรับมันเข้าบ้านเด็ดขาด

หมีน้อยขนปุยฆ่าคนไปมากมาย จนขนสีขาวชุ่มเลือดเหนียวคาวกลายเป็นหมีสีแดงคล้ำ ขนไม่นุ่มนิ่มฟูฟ่องเหมือนเคย นานวันเข้าคราบเลือดก็แข็งตัวเกรอะกรัง และสีคล้ำลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นสีดำสนิทตั้งแต่หูจรดเท้า

แต่น่าแปลกที่ในดวงตาของมันยังคงใสแจ๋ว หน้าซื่อใสไร้เดียงสา ราวกับไม่เคยมีความโหดร้ายใดๆ แผ้วพานความน่ารักของมันได้ หลังจากนั้นมันจึงถูกเรียกในชื่อว่า “หมีดำผู้เหี้ยมโหด”

 

แล้วค่ำคืนหนึ่งที่ไม่มีแม้แสงจันทร์สาดส่อง หมีดำผู้เหี้ยมโหดก็ออกเดินหาเหยื่ออีกครั้ง ครั้งนี้มันใช้เวลาไม่นานนักก็พบบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่ห่างจากชุมชน เปิดไฟสว่างท่ามกลางความมืดมิดของฤดูหนาว มีควันไฟโชยออกมาจากปล่องควันเหมือนบ้านยุคเก่า

คืนนี้อากาศหนาว แม้ร่างกายใต้ขนหนาไม่ค่อยมีความรู้สึกหนาวร้อนใดๆ แต่บางครั้งมันก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นประหลาดหน้าเตาผิงที่มีมนุษย์มากกว่าหนึ่งคนซุกตัวอยู่ด้วยกัน

มันเอื้อมมือเคาะประตูเบาๆ  ยืนรออย่างอดทนเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามา

เมื่อประตูเปิดออก เจ้าหมีพบหญิงสาวคนหนึ่ง ท่าทางซูบซีดอิดโรย ก้มลงมองตุ๊กตาหมีสีดำน่ารักที่ยืนอยู่หน้าบ้านด้วยความประหลาดใจ เธอยิ้ม ค่อยๆ นั่งลงพูดกับมัน

“ว่าไงเจ้าหมีน้อย หนาวเหรอจ๊ะ เข้ามาข้างในก่อนสิ”

เจ้าหมีเดินเตาะแตะต้วมเตี้ยมเข้าไปในบ้านด้วยความดีใจ บ้านหลังนี้มีความอบอุ่นแบบพิเศษที่มันสัมผัสได้ สิ่งนั้นอ่อนละมุนอวลอยู่ในเนื้ออากาศ นอกเหนือจากความอุ่นร้อนที่เกิดจากเปลวไฟเตาผิง

ภายในห้องนั้น ที่กลางห้อง มีเตียงคอกไม้สำหรับเด็กเล็กวางอยู่เตียงหนึ่ง บนเบาะนอนนุ่มนิ่มมีเด็กน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่งนอนหลับตาหน้าแดงก่ำอยู่

หญิงสาวเดินกลับเข้ามาพร้อมผ้าห่มผืนเล็กยื่นให้เจ้าหมีพร้อมนมในถ้วยเล็กๆ “นั่งตรงนี้ไปก่อนแล้วกันนะจ๊ะ พอดีว่าลูกของฉันไม่สบาย ฉันต้องดูแลลูกก่อน ทำตัวตามสบายนะ”

เด็กน้อยเริ่มตื่นมาร้องไห้งอแงเพราะไม่สบายตัว หญิงสาวอุ้มขึ้นมากอดแนบอก ร้องเพลงปลอบใจ สักพัก เธอเอามือแตะที่หน้าผากลูกแล้วก็สะดุ้งตกใจ ลูกตัวร้อนจี๋อีกแล้ว เธอรีบวางลูก วิ่งไปเตรียมน้ำและผ้าขนหนูมาเช็ดตัวลูกอย่างเร่งด่วน

ในระหว่างที่หญิงสาวเตรียมของ เจ้าหมีมองลอดช่องเตียงคอกเข้าไป เด็กน้อยยังร้องไห้จ้า ร่างเล็กกระจ้อยบอบบางตะเบ็งเสียงร้องจนตัวแดงก่ำ เจ้าหมีน้อยไม่เคยเห็นเด็กแบเบาะใกล้ๆแบบนี้มาก่อน มันจึงลองปีนเข้าไปในคอกนั้น

กลิ่นผิวเนื้อหอมหวาน พลังชีวิตอ่อนอุ่นละมุนละไมที่แผ่ออกมา และความน่าเอ็นดูของเจ้าหนู ทำให้หมีน้อยอยากอยู่ใกล้ๆ มันพยายามชวนเจ้าหนูเล่น ทั้งเต้นด้วยท่าทางตลกๆ ปิดตาจ๊ะเอ๋

เด็กน้อยแม้ยังป่วยไม่สบายมากแต่ก็มองตามด้วยความพิศวง จ้องเจ้าหมีแสดงท่าทางต่างๆ อย่างตั้งอกตั้งใจไม่วางตา และในที่สุดก็หยุดร้องไห้ ระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

เจ้าหมีน้อยตัวดำเมื่อมรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก มันไม่เคยมีเพื่อนจริงๆ มาก่อนเลย และคิดว่าหัวใจเล็กดวงนี้น่าจะเข้ากับมันได้มากกว่าหัวใจทุกดวงที่มันเคยควักมา มันจึงลุกยืนขึ้น และตั้งใจจะล้วงมือเข้าไปในอกเด็กน้อยเพื่อชิงหัวใจดวงกระจิ๋วหลิวที่เต้นตุบตับอยู่ในนั้น

“อย่านะ!” เสียงตวาดดังขึ้นจากด้านหลัง เจ้าหมีน้อยหรือหมีดำผู้เหี้ยมโหดหันกลับไปมอง มันเห็นหญิงสาวยืนกำกะละมังใส่น้ำอุ่นที่จะเช็ดตัวลุกมองมาที่มัน หน้าซีด ปากสั่น ตัวสั่นเทาด้วยความตระหนก

“เธอสินะ ตุ๊กตาหมีนักล่าหัวใจที่เขาเล่าลือกัน เธอ…มีจริงสินะ”

หมีดำเอียงคอ ดวงตาใสแจ๋ว ก่อนหันกลับมาที่เด็กน้อยผู้กำลังมองมาที่มันด้วยดวงตาเป็นประกายไร้เดียงสาเช่นเดียวกัน ฝ่ามือของมันยังวางแปะอยู่ที่อกด้านซ้ายของหนูน้อย รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นตุบตับอยู่ใต้ผิวเนื้อบอบบางและแถวซี่โครงเล็กๆ เรียงราย เพียงขยับอีกนิด มันก็จะได้ครอบครองหัวใจดวงนี้แล้ว

“เธอจะมาเอาหัวใจของลูกฉันไปไม่ได้นะ ฉันขอร้องละ” เธอพูดปนสะอื้น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว

เพราะอะไรก็ไม่รู้ นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าหมียอมหยุดแล้วยกฝ่ามือออกจากหน้าอกเล็กๆ นั่น ดูเหมือนมันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าทำแบบนี้แล้วต่อไปจะเป็นยังไง

หญิงสาวรีบวางกะละมังน้ำ ผวาเข้ามาหาลูกน้อยของเธอ ดึงตัวเขาออกไป อุ้มมากอดไว้แนบอก ถอนหายใจพลางสะอื้นด้วยความโล่งอก

“ฉันยินดีมอบหัวใจที่เธอปรารถนาให้โดยจะไม่ต่อสู้หรือร้องขอชีวิตเลย ขอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ขอให้ฉันได้ดูแลลูกจนกว่าจะหายป่วย หลังจากนั้นเธอจะฆ่าฉันฉันก็ยอม” หญิงสาวใบหน้าอิดโรยมีแววตามุ่งมั่นแรงกล้าจนเจ้าหมีไม่อาจปฏิเสธ อีกทั้งเหยื่อรายนี้เป็นรายแรกที่ไม่เรียกร้องขอชีวิตเมื่อรู้ว่าความตายมาเยือนตรงหน้า แต่กลับต่อรองแลกชีวิตและขอโอกาสที่จะดูแลคนอื่นก่อนตาย

เจ้าหมีอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปหากมันยอมไว้ชีวิตเธอ บางทีหัวใจที่มีไว้เพื่อคนอื่นอาจแตกต่างจากหัวใจดวงที่มันเคยได้มา มันคิด

หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างยินดี เมื่อเห็นตุ๊กตาหมีดำพยักหน้าตกลง

หลังจากนั้น เจ้าหมีดำได้แต่นั่งเงียบๆ ที่เก้าอี้เฝ้ามองหญิงสาวเวียนป้อนข้าวป้อนยา เช็ดตัวเด็กน้อยคนนั้น จนไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืน แม้ว่าเธอจะดูเหนื่อย และมีแววกังวลในดวงตาอาทร แต่ทุกกิริยาอาการกลับดูเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขอย่างน่าประหลาด

หนูน้อยมีอาการดีขึ้น ไข้ลดลง และเริ่มกินอาหารที่แม่ป้อนได้ เขาตื่นเต้นดีใจที่เห็นตุ๊กตาหมีหน้าตาน่ารักขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวเองได้ ทุกครั้งที่ตื่นขึ้น เจ้าหนูน้อยจะกวักมือเรียกหมีดำตาใสแจ๋วที่นั่งเฝ้าดูอยู่ไม่ไกล เพื่อให้มาเล่นด้วยกัน

หญิงสาวเห็นว่าเจ้าหมีเนื้อตัวสกปรกเลอะเทอะขนเหนียวแข็งติดเป็นสังกะตัง จึงขออนุญาตพามันไปซักล้างทำความสะอาดขัดสีฉวีวรรณใหม่จนขนที่มีเลือดเก่าๆ สีคล้ำเกรอะกรังค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ

จากดำ กลายเป็นสีน้ำตาล กลายเป็นสีแดงคล้ำ กลายเป็นสีแดงสด และจางลงเป็นสีชมพูอ่อนๆ ในที่สุด

หลังจากนั้นแล้ว ไม่ว่าซักอย่างไรสีของเจ้าหมีก็ไม่อาจเปลี่ยนกลับไปเป็นสีขาวฟูฟ่องเหมือนที่มันเป็นก่อนจะเริ่มฆ่าคน แต่หมีน้อยก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจแต่อย่างใด

เมื่อเนื้อตัวมันสะอาดขึ้น หญิงสาวก็อนุญาตให้มันเข้าไปนอนกอดเล่นกับลูกของเธอได้ และดูแลมันราวกับว่าเป็นลูกชายอีกคนหนึ่ง หมีน้อยเริ่มชินกับการถูกกอดรัด ถูกฟัด ถูกกัดหู และสบายใจที่จะถูกลากไปมาบนที่นอนนุ่มนิ่มในคอกเด็กหอมสะอาด มันรู้สึกเหมือนตัวเองมีชีวิตมากกว่าที่เคยมี รู้สึกถึงบางสิ่งที่อบอุ่น อ่อนโยน ไหลเวียนไปทั่วร่างกายของมันทีละน้อย

จนกระทั่งวันหนึ่ง แม่ของหนูน้อยกล่อมลูกจนหลับสนิท จูบลาเขาที่หน้าผาก และอวยพรทั้งน้ำตาให้ลูกรักของเธอสุขภาพแข็งแรง มีความสุขเสมอ และมีชีวิตที่ดี

“เจ้าหมีน้อย ถึงเวลาที่ฉันสัญญากับเธอเอาไว้แล้ว ลูกชายของฉันหายดีแล้ว เพื่อตอบแทนที่เธอไว้ชีวิตลูกฉัน ฉันยินดีมอบหัวใจของฉันให้เธอ มารับเอาไปเถอะ ฉันพร้อมแล้ว” หญิงสาวสบตาและนั่งคุกเข่าลงกับพื้น รอคอยอย่างสงบ

เจ้าหมีน้อยก้าวเข้าไปใกล้ แวบหนึ่งมันลังเล แต่ในที่สุดมันก็ตัดสินใจที่จะทำตามความตั้งใจเดิม

วินาทีที่อุ้งมือของมันจะทะลุผิวเนื้อที่ทรวงอกหญิงสาว จู่ๆ ประตูด้านหลังก็เปิดออก ชายสองคนสวมหมวกไหมพรมปิดใบหน้าพุ่งเข้ามาในบ้าน แล้วใช้ด้ามปืนสั้นฟาดเข้าที่หัวของหญิงสาวจนล้มลงกองกับพื้นแน่นิ่งไป

ชายอีกคนตรงไปที่คอกเด็ก ทำท่าจะอุ้มตัวทารกน้อยที่ตกใจตื่นมาร้องไห้จ้า เจ้าหมีน้อยเข้าต่อสู้ด้วยกำลังมหาศาลเกินตัว จนในที่สุดก็ควักหัวใจสีดำสนิทของคนร้ายออกมาได้คนหนึ่ง

มันพุ่งตัวไปยังชายคนที่เหลือด้วยความรู้สึกร้อนไปทั้งร่าง ด้วยความโกรธแค้นและต้องการปกป้องสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตที่มันเพิ่งเคยได้พบแม้ยังไม่รู้ว่าคืออะไร

พลังมหาศาลของมันทำให้มันควักหัวใจชายคนที่สองได้สำเร็จ แต่ทว่า…

ชายคนร้ายเสียหลักล้มลงและทำให้เจ้าหมีน้อยที่อยู่ในมือถูกเหวี่ยงกระเด็นเข้าไปตกในเตาผิงที่ไฟกำลังโหมโชติช่วง!

ไฟลุกติดเส้นใยไฟเบอร์ เนื้อผ้าสักหลาด และปุยขนสีชมพูของมันอย่างรวดเร็ว!

เจ้าหนูที่ตื่นเต็มตัวร้องไห้ด้วยความตื่นตกใจเรียกหาแม่ที่เริ่มขยับเคลื่อนไหว ยกมือขึ้นกุมหัวตัวเอง และยิ่งกรีดร้องจนสุดเสียงเมื่อเห็นเจ้าหมีที่เขารักกำลังมอดไหม้ในเปลวไฟ มือเล็กๆ ทั้งสองลอดรั้วคอกออกมาไขว่คว้าหา แต่ก็เกินจะเอื้อมถึง

เจ้าหมีน้อยพยายามปีนหนีออกจากเตาผิง แต่ก็ช้าเกินไปเสียแล้ว ขาทั้งสองข้างของมันมอดไหม้เป็นจุณอย่างรวดเร็ว

วาระสุดท้ายมาถึงแล้วสินะ มันรับรู้อย่างสงบเช่นเดียวกับหญิงสาวตอนที่เสนอชีวิตตนเองแลกกับชีวิตของลูก

เจ้าหมีมองไปยังร่างเล็กจ้อย พยายามยกขาหน้าที่เริ่มติดไฟไปทางเด็กน้อย ปรารถนาจะถูกลากหูไปมารอบๆ ที่นอนนั่นอีกสักครั้ง

ตอนนั้นเองมันก็ได้รับรู้ถึงบางอย่างที่เต้นตุบอยู่ในอกด้านซ้ายที่ทำให้รู้สึกสุขล้นอย่างที่ไม่เคยจินตนาการถึง ก่อนที่ไฟจะลุกโหมแรงขึ้นอีกครั้ง และเผาทำลายขนเส้นสุดท้ายของเจ้าหมีดำผู้เหี้ยมโหดจนไม่เหลือเถ้าถ่าน

นทธี ศศิวิมล
เกิดและเติบโตที่ อ.เมือง จ.ตาก ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เขียนหนังสือได้หลายแนวทั้งนิยาย นิทาน เรื่องสั้น วรรณกรรมเด็ก เรื่องแนวสยองขวัญได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ มีการแปลและวางขายในต่างประเทศ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here