-๘-

เด็กดีแห่งสยาม
…………..

กระดานไฟฟ้าดิ้นอยู่ในกระเป๋าซิ่นติดต่อกัน คงมีสายเรียกเข้า อย่างไรก็ตาม เยียรยงไม่ได้สนใจดึงมันขึ้นมาดู เพราะขณะนี้กำลังอยู่ในแถวเคารพธงชาติ

แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง

ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตแดนสง่า

สืบเผ่าไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา–

ความตั้งใจยืนตรงมีอันสิ้นสุดเพราะถูกคนข้างๆ สะกิด “สุรามันเป็นอะไรวะ”

การเข้าแถวของแต่ละห้องเรียนนั้นจัดแบบหน้ากระดาน ตามหลักการแล้วต้องเรียงตามส่วนสูง คนเตี้ยสุดอยู่ทางซ้าย เยียรยงกับกระปุกอยู่ช่วงกลางแถว ยืนติดกันเพราะความสูงไล่เลี่ย ส่วนสุราลัยควรต้องต้องกระเถิบห่างไปด้านขวาเพราะสูงกว่ามาก ทว่ารายหลังไม่ชอบใจ ถือว่าเพื่อนอยู่ตรงนี้จึงจำหลักอยู่ตรงนี้ เยียรยงเคยอึดอัดใจที่เพื่อนไม่รักษากฎ ต่อเมื่อเห็นเพื่อนคนอื่นและครูไม่อินัง จึงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เพื่อความสบายใจของทุกคน

วันนี้สุราลัยที่ยืนอยู่ทางขวาของเธอทำหน้ามุ่ยขยุกขยิก – หมายถึงหน้ามุ่ยกว่าทุกวันที่ก็มุ่ยอยู่แล้ว

สุราลัยไม่ใช่คนที่จะพอใจอะไรง่ายๆ เจ้าหล่อนไม่เห็นด้วยกับการต้องเข้าแถว ต้องเคารพธงชาติ เรื่อยไปถึงต้องสวมชุดเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งถูกดัดแปลงมาจากชุดไทยสักสมัยในอดีตอันไกลโพ้น ของนักเรียนชายเป็นเสื้อขาวราชปะแตน นุ่งโจงสำเร็จ สวมถุงเท้าและรองเท้าขัดมัน ขณะที่นักเรียนหญิงอย่างพวกเธอเป็นเสื้อกระบอกแขนยาวกับโจงสำเร็จ ห่มตาด สวมถุงเท้าและรองเท้า กระปุกเคยเข้าใจว่าสุราลัยตัวใหญ่ใส่ออกมาแล้วไม่สวย แต่เจ้าตัวอธิบายว่าไม่เกี่ยว ที่ไม่ชอบเพราะมันไม่ใช่เรื่องจะต้องใส่ แล้วค่าชุดค่าอะไรก็แพงกว่าการหยิบขยะรีทรายโก้สักชิ้นมาประดิษฐ์เองตั้งเยอะ

อันที่จริง ก่อนหน้านี้มีโรงเรียนหลังรั้วกำแพงพวกฝาถังผลักดันนโยบายให้นักเรียนสามารถใส่ชุดไปรเวตบางวันได้ นั่นกลายเป็นข่าวฮือฮาชั่วข้ามคืน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบออกมาให้ข่าวว่าโรงเรียนในสังกัดทางการจะไม่ได้รับอนุญาตให้แต่งไปรเวตเด็ดขาด เพียงครึ่งวันถัดมา พวกชังถังก็แปะข้อมูลลงโลกอรลาย ว่าด้วยงบประมาณการจัดสรรชุดนักเรียนก้อนมโหฬารที่ถูกแบ่งออกไปจากภาษีชาวโรงงาน และบอกว่านั่นอาจเป็นเหตุผลที่แท้ของการขัดขวาง ชนิดหัวเด็ดตีนขาดทางการก็จะไม่มีวันยอม

เยียรยงเองไม่มีปัญหากับการใส่ชุดนี้ เธอส่ายหน้าให้กระปุกที่ด้านซ้ายแทนคำตอบ ไม่รู้สุรามันเป็นอะไร ต่อให้รู้เธอก็คงไม่พูด เพราะตอนนี้เรากำลังเข้าแถว

เพื่อนฝั่งขวาคงได้ยิน จึงเบี่ยงหน้ามาทางเธอกับกระปุกน้อยๆ กระซิบตอบเองว่า “ก็อีพวกไอโออะดิ–”

ไอโอ หรือ อินทร์ฝ่อไม้ฉัน ออบเปลฉัน คือการนำข้อมูลข่าวสารมาใช้ต่อสู้ต่างอาวุธ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและได้เปรียบให้กับฝ่ายตนเอง รวมไปถึงปลุกปั่นก่อความสับสนระส่ำระสายในฝ่ายตรงข้าม สุราลัยมีปัญหากับคำคำนี้มานาน หาว่ามันเป็นยุทธการที่พวกฝาถังใช้ตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม และหลอกลวงครอบงำชาวขยะทุกคน

“—มันไปขุดสุโนกปีมะโว้ของเลฟทิสท์มาเยาะเย้ยว่าพี่เขาเคยไปกินข้าวที่ร้านของพวกใคร่ถัง!”

คำว่า Leftist นั้นถูกออกเสียงด้วยสำเนียงต่างชาติ สุราลัยต่อต้านการออกเสียงทับศัพท์ตามรูปแบบที่แผนแม่บทฯ แนะนำ คำนี้แปลว่าพวกนิยมฝ่ายซ้าย มันถูกใช้เป็นชื่อบัญชีสุโนก และผู้ใช้รายนั้นก็โด่งดังในหมู่นิยมฝ่ายซ้าย หรือที่ถูกขนานนามว่าพวกชังถัง

“แล้วยังไง” กระปุกถามงงๆ

“ก็มันตั้งใจจะทำให้พวกเราแตกกันเอง มีพวกซ้ายโง่ๆ บางคนเริ่มออกมาด่าแล้วว่าพี่เขาไม่ใช่ซ้ายจริง เป็นพวกซ้ายสร้างภาพ!”

“แกก็เลยหงุดหงิดที่ไม่ได้โพสต์ด่ามันทันทีเหรอ”

“ก็เออสิ!”

“ใจเย็นน่า แกไม่ได้ด่า แต่เขาคงด่าคืนไปแล้ว ปกติก็ไวตลอดนี่”

สุราลัยเป็นผู้ติดตามตัวยงของเละฝืดทิตย์ เวลามีประกาศรุนแรงสาแก่ใจ เจ้าหล่อนจะกดชะลอลงแสดงในหน้าบัญชีของตัวเองแล้วเรียกเพื่อนๆ มารุมดู เยียรยงติดจะรำคาญเพราะรู้สึกว่าเจ้าของบัญชีรายนั้นเป็นพวกคิดเล็กคิดน้อย ไม่ค่อยมีน้ำใจ ส่วนกระปุกไม่พึงใจที่เละฝืดทิตย์มักใช้คำหยาบคายกับคำต่างชาติมากเกินจำเป็น อาทิ ‘ขี้หีวันนี้ แค่เห็นต่าง is the new ความเห็นส่วนตัว จ้า’ หรือ ‘Generalize คนเห็นต่างว่าควายทุกคน Seriously, what kind of a world am I living in? อีดอก’ หรือ ‘even เอา political aspect ควยไรออก เธอก็เป็นแค่ decent human being ไร้ sympathy empathy แหละ Eคว้าย’ เป็นต้น

สุราลัยกระแทกเสียงตอบว่า “อันนี้ยัง! คนนะไม่ใช่โปรแกรมตอบคำถามออโตเมติก เขาก็ต้องขี้ต้องเยี่ยวเหมือนกัน หรืออาจจะโดนใครบังคับให้ต้องเคารพธงชาติแบบนี้อยู่ก็ได้!”

หน้าบัญชีชื่อปิดฟ้าด้วยฝ่ามือซ้ายของสุราลัยก็เพียบไปด้วยประกาศถากถางไยไพฝ่ายที่เจ้าตัวประเมินว่าอยู่ฝั่งตรงข้ามเช่นกัน กระปุกเตือนหลายครั้งให้ใช้ภาษาที่ดีกว่านั้น แต่เพื่อนกระตุกปากเหยียด บอกว่า ‘ในสังคมที่รังแกคนไม่มีทางสู้ คนฉีกกฎหมายยังลอยหน้าลอยตา อย่ามาดัดจริตเรื่องคำหยาบ!’

เสียงไม้คลอฝนหอนแหลมเรียกความสนใจของทั้งสามให้หันกลับไปที่เวทีหน้าเสาธง เพลงชาติจบแล้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนยุรยาตรขึ้นประจำแท่นปราศรัย กระปุกทำหน้าเมื่อยทันที “วันนี้ร้อนอะ ผอ.อย่าพูดนานได้มั้ย”

“ก็เนี่ยแหละ” สุราลัยเบ้ปาก “การมีคนรู้จักต้านอำนาจนิยมซะบ้างมันถึงเป็นเรื่องดี ไม่งั้นก็ต้องทนไปแบบนี้ ใส่ชุดนี้ ตัดผมทรงนี้ อีห่า ตัดบ่อยก็แพง ได้ให้เงินกูรึก็เปล่า!”

“บ้านแกตัดผมกันเองไม่ใช่เหรอ” กระปุกถามงงๆ ครั้นได้รับตาเขียวจากเพื่อนจึงใช้ไหล่สะกิดไหล่เยียรยง กระซิบเบาลงกว่าเดิม “สุรามันไปร้านตัดผมเหรอ”

เยียรยงไม่ตอบ พยักเพยิดให้เพื่อนตั้งใจฟังคนบนเวที

“—วันนี้โรงเรียนของเราได้รับเกียรติจากผู้ใหญ่ในหน่วยงานที่ดูแลการศึกษา” ผู้อำนวยการว่าพลางขยับไม้คลอฝนหลบแดด ทั้งที่บริเวณที่พูดนั้นก็มีชายคาบังอยู่พอสมควรแล้ว มือขยับแว่นกันแดดนิดหนึ่งก่อนพูดต่อว่า “ท่านมาเยี่ยมลูกๆ ด้วยความเป็นห่วง ขอเชิญท่านอาจารย์กรุณา ไกรปืนเที่ยง ลูกๆ ปรบมือต้อนรับอาจารย์ด้วยครับ”

เสียงปรบมือดังทั่วสนามกีฬาซึ่งขณะนี้แปรสภาพเป็นพื้นที่เข้าแถวของเด็กๆ ถึงกระนั้น เยียรยงก็ยังได้ยินเสียงหนึ่งลอยชัดมาจากในแถวเดียวกันเอง

“นี่มันยาย ‘กรุณานะค่ะ’ นี่หว่า”

‘กรุณานะค่ะ’ คือฉายาที่เจ้าตัวได้มาจากการลงข้อความส่วนตัวในโลกอรลาย แล้วลงท้ายด้วยการสะกดผิดเสมอมาว่า ‘นะค่ะ’ แทนที่จะเป็น ‘นะคะ’ ครั้นเข้ามาประจำตำแหน่งงานการศึกษาแล้วโดนกระแสทักท้วงถล่มทลาย กลุ่มวิจัยเฉพาะกิจจึงถูกจัดขึ้นเพื่อสืบหาที่มาที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ และแล้วได้ผลสรุปว่า คำดังกล่าวสามารถเขียนได้ทั้งสองแบบมาแต่โบราณกาล เช่นเคย พวกชังถังออกมาตั้งกระทู้ทวงถามถึงหลักฐานอ้างอิง และการตรวจสอบความถูกต้องอีกที เรื่องนี้กลายเป็นกระแสที่ซัดกลบงบประมาณก้อนมหึมาอีกก้อนที่ถูกใช้ไปสำหรับการทำวิจัย

อันที่จริง ยายกรุณานะค่ะนั้นโด่งดังตั้งแต่ได้เข้ามารับตำแหน่ง พวกชังถังขุดคุ้ยว่าบรรพบุรุษฝ่ายหญิงรายหนึ่งของเจ้าหล่อนเคยรับตำแหน่งว่าการการศึกษามาแล้ว แถมยังสร้างตำนานรื้อฟื้นให้เด็กสยามท่องอาขยานและสูตรคูณ ในขณะที่ประเทศอื่นบรรจุให้เด็กคิดค้นโคตรดิ้น หรือการเขียนรหัสคณิตกรณ์แล้ว ตอนนั้นพวกชังถังถึงกับลอบส่งพวงหรีดรูปเครื่องคิดเลขไปให้หลายพวง

ระหว่างที่ร่างระหงพร้อมด้วยรอยยิ้มประดับลักยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของยายกรุณานะค่ะค่อยยุรยาตรขึ้นไปบนเวที สุราลัยไม่วายกระแหนะกระแหน

“ทำเป็นแซะอีนั่น ตัวเองก็พวกเดียวกันนั่นแหละ!”

กระปุกและเยียรยงหันตามสายตาเพื่อน ผู้ที่สุราลัยพูดถึงกำลังส่ายหน้าเหมือนไม่อยากฟังคนบนเวที และทั้งที่ทำทีเอือมอย่างนั้น ผลออกมาคือครองแครงยังสวยหวาน น่ารักน่ามองอยู่นั่นเอง

นั่นอาจเป็นสิ่งที่ยิ่งย้ำให้สุราลัยหมั่นไส้ ครองแครงเป็นเด็กสาวมารยาทงาม ดูเรียบร้อยกะล่อยกะหลิบ แต่งตัวทำผมถูกระเบียบ (ถึงขั้นตัดทรงปีก!) ตรงข้ามกับแนวคิดหัวขบถ สุราลัยเห็นว่ามันเป็นความผิดฉกรรจ์ ราวกับทำให้ฝ่ายซ้ายมัวหมอง

“พวกชนชั้นบนรวยล้นฟ้า ทำเป็นหวังดีกับบ้านเมือง เฮอะ! ได้ข่าวอีป้ากรุณานี่ส่งลูกเรียนนอกนะ ถ้าวางระบบการศึกษาให้กูดีจริงทำไมไม่ให้ลูกมึงเรียนกะกูล่ะ”

“สุรา!” กระปุกปรามเสียงเบา

แต่เจ้าตัวไม่อินัง “อีครองแครงนั่นก็เหมือนกัน พวกซ้ายตามกระแสแหละว้า เมื่อเช้าตอนลงจากรถยังเห็นพ่อมันยัดเยียดให้ห้อยสร้อยรูปทวดไอ้ กดอ.อยู่เลย พอลงมาก็แกล้งถอดเก็บ ไม่แปลกใจเล้ยที่ตอนนั้นเห็นอ่านหนังสือของไอ้นักเขียนซ้ายใจกว้าง”

“ใครวะ ซ้ายใจกว้าง”

“ก็ไอ้คนที่เรื่องเอาไปทำละครแล้วได้เรตติ้งน้อยๆ นั่นไง ตอนแรกก็นั่งด่าพวกใคร่ถังอยู่หรอก ไปๆ มาๆ พอมีคนขุดเจอว่านักแสดงนำในละครมันก็ใคร่ถังเหมือนกัน ไอ้หอก กลับลำซะเรือแทบคว่ำ บอกว่าอย่าด่าพวกใคร่ถังเพราะนั่นเท่ากับทำตัวไม่ต่างกันเลย กูอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง–”

“เดี๋ยวนะ” กระปุกหรี่ตา ยกนิ้วนึก “แกก็เคยบอกว่าชอบอ่านงานเขาไม่ใช่เหรอวะ”

“เอาไปเผาทิ้งละ! พวกดูถูกคนจน”

“ไอ้สุโนกเชื่องไม่เชื่องนั่นน่ะนะ”

เยียรยงจำได้เหมือนกัน สุราลัยเองนั่นละที่เป็นคนเรียกให้ดู ตอนนั้นนักเขียนนั่นประกาศลงสุโนกว่า ‘การโฆษณาว่าตัวเองเงินเดือนนิดเดียว แต่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเมืองนี้ได้สบายแค่ไหน ในทางหนึ่งมันคือการประกาศให้คนข้างบนรู้ว่า คุณเชื่องมากขนาดไหน’ ทันใดมีพวกใคร่ถังเข้ามาถล่ม หาว่าเหยียดคนจน สุราลัยหัวเราะชื่นชมคนเขียน แถมยังผสมโรงต่อตีพวกใคร่ถังด้วยซ้ำว่าพวกโง่ แค่นี้ก็ตีความไม่แตก

คนเคยผสมโรงตอนนั้นคงเท่าทันว่าเยียรยงและกระปุกกำลังคิดอะไร เจ้าตัวจึงลอยคอพูดต่อ “คนเราก็งี้แหละ ต้องดูกันนานๆ ตอนนี้ชัดแล้วว่ามันเป็นพวกเห็นคนไม่เท่ากัน นับเอาแต่พวกพ้อง เฮอะ เล่มล่าสุดของมันน่ะขายไม่ออกแน่ ได้ข่าวว่าแซะทุกฝั่ง แล้วก็แกล้งแซะตัวเองด้วย นึกว่าคนเขาจะขำกับมึงรึไง–!”

คนบ่นไม่ทันบ่นต่อ เพราะกระปุกผลัดความสนใจมาที่เยียรยงแทน “เฮ่ย คนที่เดินตามยายนะค่ะมานั่นมันพี่แกไม่ใช่เหรอวะ เยีย”

“หืม?” เยียรยงไม่แน่ใจ ระยะไกลมองไม่ถนัดนักเพราะแถวด้านหน้ามีคนตัวสูงกว่าบัง

สุราลัยที่เห็นชัดกว่าเป็นคนให้คำตอบ “จริงด้วย พี่แกน่ะเยีย มาทำอะไรวะ เดี๋ยวนี้ภาษีพ่อแม่ฉันจ้างพี่แกมาคุ้มกันคนแบบนี้รึไง”

“ม่ะ…ไม่รู้สิ เมื่อคืนเขาก็ไม่ได้กลับบ้าน”

เยียรยงตอบเรียบๆ ทว่าเนื้อเสียงเริ่มสั่น

ไม่ใช่เพราะโกรธสุราลัย เธอรู้จักเพื่อนมานาน เรียนอยู่ห้องเดียวกันตั้งแต่ชั้นประถม ครั้นสอบเข้าที่นี่ได้จึงมารวมกลุ่มกัน กลุ่มเด็กจน เจ้าตัวขนานนามอย่างนั้น และบอกว่าพวกเราต้องเกาะเกี่ยวเหนียวแน่นกันไว้ หาไม่จะถูกรังแก เยียรยงยังไม่เคยถูกรังแกจริงๆ สักที แต่ต้องยอมรับว่า ข้อดีของสุราลัยคือเป็นคนรักเพื่อนอย่างยิ่ง เพียงเห็นเค้าว่าเพื่อนจะถูกเอาเปรียบ สุราลัยก็รีบโต้แทน

นอกจากนั้น อาจเพราะเยียรยงเข้าใจเพื่อน สุราลัยเติบโตมาในครอบครัวอัตคัดยิ่งกว่าเธอ แต่ก่อนพ่อของเพื่อนเป็นนักมวยดาวรุ่ง เงินทองไหลมาเทมา ทว่าในสังเวียนหนึ่ง หมัดคู่ต่อสู้ทำเจ้าตัวล้มคว่ำ ตามด้วยอาการสมองบวมและเสียชีวิต ความช่วยเหลือซึมเข้ามาหาสุราลัยกับแม่ช่วงหนึ่ง แต่แล้วก็ลับเลือน คนทำไม่ต้องโทษ เพราะถือว่าอยู่บนเวทีกีฬา เยียรยงเดาว่านั่นน่าจะเป็นประกายแรกของความโกรธแค้นที่เพื่อนมีต่อสังคมนี้

หลังพ่อตาย แม่ของสุราลัยมีคู่ชีวิตใหม่ เป็นชายใจดี ไม่ช้าทั้งคู่มีลูกชายอีกสอง ครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นสุราลัยก็ยังรู้สึกถูกเอาเปรียบ

ตรงข้ามกับเยียรยง การเรียนดีและรู้จักจัดสรรเวลากลับเป็นโทษ เมื่อแม่เห็นว่าลูกสาวทำการบ้านเสร็จตั้งแต่ที่โรงเรียน และผลการเรียนก็ไม่น่าเป็นห่วง – ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญให้อ่านหนังสือ งานทุกอย่างในบ้านก็ถูกประเคนมา จากตอนแรกบอกว่าช่วยแม่ ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นหน้าที่ประจำ ทำดีไม่มีใครชม พอตกหล่นทุกคนจะจ้องด่า ครั้นเงยหน้ามองขึ้นไป สุราลัยพบว่าชีวิตของแม่กับพ่อใหม่ก็ไม่ต่าง การเป็นพนักงานต้อยต่ำในแผนกกำจัดขยะเปียกทำให้ต้องยอมเขาทุกอย่าง สองคนถึงไม่เคยอารมณ์ดี ความอยุติธรรมถูกกดทับซ้ำซ้อนเช่นนี้ ทางออกเดียวที่เพื่อนเห็น จึงเป็นการรื้อทิ้งทั้งระบบ!

สุราลัยไม่เคยคิดว่าการแก้ปัญหาหยุมหยิมทีละอย่างจะขจัดความพินาศทุกอย่างในชีวิตตัวเองและชาวขยะทุกรายในสยามอลังการได้ นั่นทำให้เจ้าตัวหมกมุ่นกับข้อมูลใต้ดินต่างๆ ยิ่งหมกมุ่นก็เหมือนยิ่งขุดตัวเองดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ สุราลัยเป็นเลิศในวิชาด้านสังคมวิทยา สามารถสอนและเลยไปถูกเป่าหูน้องๆ จนมีอุดมการณ์เดียวกัน แต่แน่นอน นั่นไม่ใช่เรื่องดี อายุ ๑๔ น้องชายคนกลางถูกหน่วยงานของพวกฝาถังจับได้ว่าเข้าร่วมกลุ่มหัวรุนแรงเตรียมก่อเหตุอันตรายกลางเมืองด้วยแนวคิดกระด้างกระเดื่อง ทุกวันนี้ยังถูกจำตรุ ส่วนตัวสุราลัยเอง ความเก่งด้านสังคมวิทยาก็ไม่ได้รับการให้ค่าเท่าที่ควร สยามอลังการเทิดทูนสายวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มากกว่า วิธีถ่วงน้ำหนักของหน่วยงานกลาง ทำให้คะแนนจากวิชาที่สุราลัยถนัดไม่เคยพาติดอันดับการเรียนเป็นเลิศได้เลย ในเมื่อเธอเรียนวิชาสายวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ได้เพียงระดับปานกลางถึงดีเพียงเท่านั้น

ด้วยปูมหลังเหล่านี้ เพื่อนหัวซ้ายซึ่งยืนอยู่ด้านขวาของเยียรยงจึงมักมีเรื่องกระทบกระทั่งเธอเสมอ แขวะอาชีพพี่ชายเธอ เหน็บแนมบ้านใหม่ของเธอ กระแหนะกระแหนไปถึงผลการเรียนระดับดีเลิศอันมีส่วนเกิดจาก ‘ที่เรียนใกล้บ้าน’ ของเธอ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม เยียรยงมักทำหูทวนลม เห็นเธอไม่ใส่ใจกระปุกก็แสร้งไม่ได้ยินเหมือนกัน สุราลัยหงุดหงิด บางทีเจ้าตัวก็แสร้งลอยหน้าแก้ต่างให้ตัวเองด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเจ้าของภาษา ‘ฟรีดอม ออฟ สปีช!

หนนี้ สุราลัยวิพากษ์วิจารณ์ยรรยงต่ออย่างเคย แต่เยียรยงไม่ได้ฟังเนื่องจากมัวชะเง้อจดใจหน้าเวที พี่ชายยกขาตั้งอะไรสักอย่างมาวางข้างๆ อาจารย์กรุณา เจ้าหล่อนยิ้มพลางทาครีมกันแดดรอ ต่อเมื่อกระดานไฟฟ้าถูกวางลงบนขาตั้งเรียบร้อย จึงเก็บขวดครีมแล้วยกมือไหว้ชดช้อย สมค่าที่เคยเป็นนางงามตำแหน่งขวัญใจถังขยะเมื่อสิบกว่าปีก่อน

“สวัสดีค่ะ ลูกๆ ทุกคน ครูขอพูดด้วยภาษาบ้านๆ กับพวกเราเพื่อความเข้าใจง่ายนะคะ” เสียงพูดของอาจารย์กรุณามีเอกลักษณ์ ค่อนข้างเนือยและยืดยาน ยิ้มเห็นฟันเรียงซ้อนๆ กัน “วันนี้ครูดีใจที่ได้มาพบพวกเราที่นี่ เป็นยังไงกันบ้างคะ แดดวันนี้–”

“ร้อนค่ะ” กระปุกอุบอิบ

แต่เจ้าของคำถามพูดต่อไปว่า “—ลูกๆ คิดว่ามันทำให้ครูสวยรึเปล่า”

โดยไม่มีเสียง เยียรยงเห็นว่าสุราลัยขยับปาก ‘อีดอก!’

“ไม่ใช่แค่ลูกๆ ที่นี่เท่านั้นน้า เพื่อนๆ ที่ชมไล้อยู่ที่โรงเรียนอื่นก็จะได้เห็นครูเหมือนกัน ใช่มั้ยค้า เป็นยังไงบ้างเอ่ย” คนพูดโบกมือยิ้มให้กล้อง เยียรยงเดาว่าก่อนหน้านี้ คงมีคำสั่งจากส่วนกลางให้ทุกโรงเรียนเตรียมรับการออกอากาศของแก

“ลูกๆ บางคนน่าจะได้ผ่านตาภาพเคลื่อนไหวน่ากลั๊วน่ากลัวที่ถูกเผยแพร่ทางโลกอรลายกันไปบ้างแล้ว เป็นยังไงบ้างคะ–”

“เขาพูดถึงคลิปที่มีแกด้วย ยกมือตอบดิเยีย” สุราลัยใช้ไหล่เขี่ยเธอ

“–ทางบ้านก็เห็นครูสวยใช่มั้ยลูก”

อีกครั้ง สุราลัยขยับปาก ‘ดอก!’

“ค่ะ วันนี้ครูจัดเต็มมา เพราะห่วงว่าเดี๋ยวจะต้องให้ลูกๆ ได้ดูภาพน่ากลัวพวกนั้น ความสวยของครูจะได้บรรเทาความรู้สึกของหนูๆ ได้นะคะ เอาละค่ะ แดดก็เริ่มร้อนแล้วเนอะ ครูให้พี่ รปภ.เขาช่วยเปิดภาพเคลื่อนไหวเลยดีกว่า ลูกๆ ที่นี่กดเข้าไปดูพร้อมกันได้ที่หน้าแรกของเว็จไซร้หน่วยงานการศึกษานะคะ”

จบคำนั้น เด็กนักเรียนก็ดึงกระดานไฟฟ้าประจำตัวขึ้นมา แต่เห็นได้ชัดว่าหลายคนใช้มันบังแดดแทนที่จะดูภาพเคลื่อนไหวดังกล่าว

เยียรยงเปิดกระดานไฟฟ้าของตัวเองแบ่งดูกับเพื่อน ขณะที่กระปุกกับสุราลัยช่วยบังแดดให้เธอ ตอนที่เห็นสัญลักษณ์สายที่โทรเข้ามาแต่ไม่ได้รับ รายแรกบอกว่า “พี่ยรรโทรหานี่”

“จะ…จริงด้วย” เสียงตอบรับสั่นขึ้นอีก คราวนี้ไม่อาจกลบเกลื่อนตัวเองได้ มันสั่นเพราะความลับที่อยู่ในใจ!

เมื่อคืน ใครคนนั้นส่งข้อความมาหาอีกแล้ว ทันทีที่เห็น เยียรยงถึงกับตะลึงค้าง

‘เมื่อเช้าฉันเห็นเธอกับธนลภย์ที่ซอยพิชัย ช่วงนี้ทำอะไรก็ระวังๆ ไว้หน่อยล่ะ’

ขุนระเบ็งจั่วหัวเข้ามาราวกับเท่าทันว่าเธอกำลังปกปิดเรื่องนั้นจากพี่ชาย ด้วยเหตุนี้ เยียรยงจึงต้องรีบเข้าไปตอบเขา ขอร้องให้เขาเก็บเป็นความลับ ตามด้วยคำถาม ‘เหตุใดท่านว่าให้ระวัง’

ปลายทางแถลงไขเรื่องเกี่ยวกับตัวเธอ พี่ชาย และพวกฝาถังเสียยืดยาว เป็นเรื่องยืดยาวที่น่าเหลือเชื่อ! เธอไม่เชื่อ จนกระทั่งได้เห็นพี่ชายกับหนึ่งในพวกฝาถังมาเยือนโรงเรียนของตัวเองวันนี้

แต่มันก็ยังไม่น่าเชื่อ ไม่ใช่หรอก มันคงไม่ใช่…

เด็กสาวตอบเพื่อนแค่ “สงสัยพี่ยรรจะโทรบอกว่าเขามาที่นี่มั้ง”

ปลายนิ้วอวบกดเข้าเว็จไซร้ของหน่วยงานการศึกษา เปิดภาพเคลื่อนไหวที่คนบนเวทีว่า

แน่นอน มันคือภาพเดียวกับที่เยียรยงได้ดูไปแล้วเมื่อวานกับธนลภย์ เด็กนักเรียนส่วนใหญ่รวมทั้งเพื่อนสนิททั้งสองก็ได้ดูไปแล้วเหมือนกัน ถึงกระนั้นก็ยังมีเสียงวิจารณ์กันงึมงำ

ขณะเดียวกัน อาจารย์กรุณาบรรยายด้วยเสียงชวนรำคาญของเธอ “เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ ที่สถานีรถไฟฟ้าแถวแหล่งเรียนพิเศษของลูกๆ ลูกบางคนอาจตกใจและไม่เคยผ่านตา นั่นเพราะว่ายังไม่มีสถานีข่าวไหนรายงานเรื่องนี้ แต่พอครูเห็นแล้วไม่สบายใจ รีบให้ลูกน้องตรวจสอบกันอย่างหนักทั้งคืนว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพื่อจะได้มาแจ้งข่าวแล้วก็ให้คำแนะนำว่าลูกๆ ควรทำตัวยังไงนะคะ”

“แล้วทำไมจะต้องมาพูดที่นี่ด้วยวะ” สุราลัยเริ่มหัวเสียเพราะแดดร้อนแรงขึ้นทุกที “ป่านนี้โรงเรียนอื่นมันก็ได้เดินกลับขึ้นไปดูบนห้องเรียนกันแล้ว”

“ลูกๆ คงจะเห็นว่าในเหตุการณ์น่าสะเทือนขวัญนี้มีคนนึงที่คนร้ายแทบไม่ยุ่งด้วยเลย — คือยุ่ง แต่ยุ่งแค่นิดเดียวนะค้า” คนพูดหัวเราะคิกคักเหมือนเอ็นดูความน่ารักของตัวเอง “เธอเป็นน้องสาวคนเก่งของพี่ รปภ.ยรรยงคนนี้ และเรียนอยู่ที่นี่เหมือนพวกเรานั่นเอง–”

“เฮ่ย! นางหมายถึงแก” สุราลัยตกใจ

กระปุกก็ตื่นเต้น “สงสัยที่พี่ยรรโทรมา คงจะบอกว่าให้เตรียมตัวขึ้นเวทีแน่เลยเยีย!”

“–ครูขอเชิญ นางสาวเยียรยง ลุ่มกระโทก ขึ้นมาให้ความรู้กับเพื่อนๆ ทุกคนด้วยค่า!”

หัวใจเต้นระทึกแทบโลดออกนอกอกเยียรยงแล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นตามที่ระเบ็งบอกไว้ ‘—พวกผู้ปกครองจะเข้ามาหาเธอแน่ๆ เพราะว่า–’

ด้วยนิสัยไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตา เยียรยงรู้สึกอับอายมากกว่าจะภาคภูมิ ตอนที่ทุกคนจับจ้องมาเป็นตาเดียว กระปุกบอก “ไปสิเยีย”

“อย่างน้อยตรงนั้นก็แดดร่ม!” สุราลัยไม่วายจิก

นั่นเองเด็กสาวจึงได้สติ ออกจากแถวแล้วสาวเท้าไวๆ ก้มหน้างุดตรงไปยังเวทีหน้าเสาธง

โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตรีทรายโก้ สภาพแวดล้อมและสิ่งก่อสร้างจึงค่อนข้างสวยงามและสะอาด เวทีก่อปูนแข็งแรงและปูกระเบื้องอย่างดี ตอนที่เธอก้าวผ่านพี่ชายซึ่งยืนตรง เยื้องไปทางด้านหลังอาจารย์กรุณา ยรรยงนิ่วหน้ามองเธออย่างจะกล่าวโทษ สัญชาตญาณระหว่างพี่น้องทำให้เธอโล่งอกขึ้นมาเปลาะหนึ่ง พี่ยรรหงุดหงิดที่เราไม่รับสาย เขายังไม่รู้เรื่องขุนระเบ็งนั่น!

อาจารย์กรุณาใช้น้ำปรุงสังเคราะห์กลิ่นฉุนบาดจมูก รอยแย้มที่เจ้าหล่อนมอบให้ มองจากระยะใกล้แล้วก็ระบุได้ว่าสังเคราะห์ไม่ผิดกัน ดวงตาคู่นั้นมีแววคาดโทษ เดาว่ารายนี้คงเป็นคนสั่งให้พี่ชายโทรหาเธอเพื่อเตรียมตัวเรื่องบนเวทีนี่ การที่เธอไม่รับสายอาจเป็นต้นเหตุให้ทุกอย่างผิดพลาดและทำให้เจ้าตัวเสียหน้า

ถ้าเป็นตามที่ขุนระเบ็งคาดการณ์จริง ก็ไม่แปลกที่มันเป็นเรื่องด่วน และต้องฉุกละหุกกันขนาดนี้

โชคดีที่บุคลิกของเยียรยงดูเป็นคนหัวอ่อน เฉพาะรูปร่างของเธอก็ทำให้ศีรษะค่อนข้างค้อมไปด้านหน้าเป็นปกติอยู่แล้ว อาจารย์กรุณาเข้าใจว่าเธอยินยอมตามคำสั่งโดยดี จึง ‘หวาน’ ต่อไปว่า “สวัสดีค่ะลูก ไม่น่าเชื่อว่าตัวจริงน่ารักกว่าในรูปที่พี่ยรรเขาให้ครูดูอีกนะคะ ไหนเราแนะนำตัวให้เพื่อนๆ ทั้งที่นี่และที่โรงเรียนอื่นรู้จักกันก่อนซีคะ”

“สะ…สวัสดีค่ะ หนูชื่อ นางสาวเยียรยง ลุ่มกระโทก ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้นม.๖/๑ แผนกวิทย์ – คณิตค่–”

ราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดปากเรื่องอื่นที่เจ้าตัวไม่อยากให้พูด อาจารย์กรุณาดึงไม้คลอฝนกลับไปยิงถามต่อ “น้องเยียไม่ใช่แค่เรียนห้องหนึ่งนะคะ แต่ว่าผลการเรียนก็ระดับหนึ่งด้วยใช่มั้ยคะ”

“ก็ไม่ทุกครั้งค่ะ–”

“แต่ว่าเป็นส่วนใหญ่!” คนชิงพูดขยิบตา เป็นผลให้เยียรยงต้องหุบปาก “นอกจากตั้งใจเรียนจนได้คะแนนดีเด่น น้องเยียยังเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันด้านวิชาการหลายครั้ง” แค่สองครั้ง “แล้วก็ได้รับรางวัลมาทุกครั้งด้วย” แค่รางวัลชมเชยครั้งเดียว “พี่ยรรบอกครูว่าครอบครัวภูมิใจในตัวน้องเยียมากๆ เพราะเวลาอยู่บ้านก็พยายามพูดเป็นกลอน” เปล่า “แถมช่วยทำงานบ้านทุกอย่าง” ไม่เลย “ถือว่าเป็นเด็กดีมากๆ ยังกับเดินออกมาจากแผนแม่บทสยามติงสติวรรษเลยนะคะ”

คนถูกป้อยอด้วยการปดกำลังคิดว่า ป่านนี้สุรามันคงด่ากับกระปุกว่าเกี่ยวอะไรกับเรื่องเมื่อวานด้วย!

“ลูกๆ คงกำลังสงสัยว่าทำไมครูถึงชมน้องเยียขนาดนี้ นั่นก็เพราะว่า ความดีของน้องเยียนี่ละค่ะช่วยยืนยันให้เรารู้ว่า คนร้าย ไม่ว่าจะฟั่นเฟือนยังไง ก็จะไม่ทำอันตรายเด็กดีเป็นอันขาด ไม่ว่าลูกๆ จะเป็นชาวขยะเปียก ขยะทั่วไป หรือขยะรีทรายโก้ก็ตาม วันนี้ครูจะขอมอบเหรียญรุ่นมงคล ๔๔ ให้น้องเยียเป็นที่ระลึกด้วย ลองเข้าไปใกล้ๆ กล้องให้เพื่อนได้เห็นซีคะ ตัวเหรียญเป็นรูปบรรพชนของท่าน กดอ.ของเรา ศักดิ์สิทธิ์มากๆ เลยค่ะ ถ้าหนูท่องอาขยานบทสวดบูชาก่อนนอนทุกวัน หนูจะมีสมาธิ ผ่อนคลายจิตใจ และยิ่งเรียนเก่งรู้มั้ยลูก”

“ขอบคุณค่ะ” เยียรยงรับมา ดวงหน้ายิ้มน้อยๆ ไม่บ่งบอกความรู้สึกที่แท้

และคนข้างๆ ก็คงไม่ได้อยากรับรู้เช่นกันว่าเธอรู้สึกเช่นไร อาจารย์กรุณาหันเข้าไม้คลอฝนอีกครั้ง พูดต่อไปว่า “คราวนี้ลูกๆ คงจะรู้แล้วว่าในสยามอลังการของเรานั้น ที่จริงไม่ได้อันตรายอย่างที่ใครๆ ว่าเลย ความปลอดภัยของลูกๆ ขึ้นอยู่กับว่าลูกๆ จะประพฤติปฏิบัติตัวยังไง และเชื่อฟังผู้ใหญ่ที่หวังดีรึเปล่า เรายังมีอีกกรณีที่น่าดูไว้เป็นนิทานสอนใจนะคะ”

พูดถึงตรงนี้ ยรรยงก็ก้าวมากดบางปุ่มบนหน้าจอกระดานไฟฟ้าให้ ภาพที่แสดงขึ้นกลายเป็นชายหญิงหน้าตาระทมทุกข์คู่หนึ่ง

“บนหน้าจอที่ลูกๆ เห็นอยู่นี้ เป็นภาพที่เราถ่ายทอดสดมาจากหน่วยงานกลางนะคะ พวกเขาคือพ่อกับแม่ของน้องวันเนาว์ เด็กที่จู่ๆ ก็ฟั่นเฟือนและก่อเหตุอุกอาจขึ้นมา จากการสอบปากคำเบื้องต้น ตอนนี้เราทราบว่าเด็กหญิงคนนั้นเป็นเด็กที่…ไม่น่าชื่นชมเลยจริงๆ ทั้งขี้เกียจ สอบตก ออกไอเดียพานไหว้ครูประหลาดๆ ไม่ท่องสูตรคูณกับอาขยาน แถมทำตัวอันธพาลชอบเข้าเว็จไซร้กับใช้แอบประเคนฉันใต้ดินด้วย เห็นมั้ยคะว่าสิ่งที่เด็กคนนี้ทำน่ะส่อเค้าฟั่นเฟือนมาแต่แรกแล้ว เราลองไปฟังคำพูดของคุณพ่อกับคุณแม่ของเธอกันหน่อยนะคะ”

เสียงจากปลายทางดังหวึ่งๆ ประหลาด ราวกับว่าพ่อแม่ของวันเนาว์ (ถ้าใช่พ่อแม่ของวันเนาว์จริงๆ) ถูกจับไปนั่งใกล้เครื่องข่มขวัญหรือส่งกระแสสะกดจิตอะไรสักอย่าง คนหลังกล้องของฝั่งนั้นยื่นไม้คลอฝนถามว่า “คงสบายอกคึ่นแล้ว ซีหนอ มีลูกลูกกลับทร- ยศร้าย ฝาถังช่วยลากคอ จับเค่า จำตรุ แลรักษ์รอผลท้าย อาจได้ลูกดี”

ต่อคำถามยกตนข่มท่านด้วยการใช้โคลงสี่สุภาพ ผู้เป็นพ่อเถียงถามกลับ “คุณพูดอะไร”

เจ้าของคำถามแรกถึงกับกระแอม “คุณพ่อคุณแม่สบายใจขึ้นแล้วใช่มั้ยคะ ที่ตอนนี้ลูกสาวถูกทางการจับไปขังและช่วยหาทางรักษา”

ลักษณะคนเป็นแม่คล้ายอยากจะพูดอะไร ต่อเมื่อเงยขึ้นเห็นบางอย่างหลังกล้อง ตาบวมช้ำเพราะการร้องไห้หนักหน่วงก็กลับหลุบลง คำตอบกระปอดกระแปด “ค่ะ”

“คุณพ่อคุณแม่อยากจะฝากบอกทางบ้านไว้เป็นอุทาหรณ์อะไรบ้างมั้ยคะ เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้”

คนเป็นแม่ยังก้มหน้า เม้มปากแน่น แต่คนเป็นพ่อช้อนตาขึ้นจ้องกล้องเต็มตา “ลูกผมเป็นคนดี!”

ทันใดนั้น สัญญาณภาพถูกตัดกลับมาที่หน้าเวที อาจารย์กรุณาคงไม่ทันระวัง แวบแรกจึงหลุดหน้านิ่วโทโส แต่พอรู้ตัวก็แสร้งทำเป็นจามได้เกือบแนบเนียน

“ขอโทษค่ะ ท่าจะเริ่มเป็นหวัดแดด” คนพูดโบกมือมีจริตจะก้าน “เห็นมั้ยคะว่าท่านทั้งสองน่าสงสารขนาดไหน เราก็รู้กันใช่มั้ย คุณพ่อคุณแม่ของเด็กที่หลงผิดส่วนใหญ่ก็พูดแบบนี้กันทั้งนั้น ‘ลูกฉันเป็นคนดี’ !”

. . . . . . . . .

 

‘กรุณานะค่ะ’ คือฉายาที่เจ้าตัวได้มาจากการลงข้อความส่วนตัวในโลกอรลาย แล้วลงท้ายด้วยการสะกดผิดเสมอมาว่า ‘นะค่ะ’ แทนที่จะเป็น ‘นะคะ’ ครั้นเข้ามาประจำตำแหน่งงานการศึกษาแล้วโดนกระแสทักท้วงถล่มทลาย กลุ่มวิจัยเฉพาะกิจจึงถูกจัดขึ้นเพื่อสืบหาที่มาที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ และแล้วได้ผลสรุปว่า ดังกล่าวสามารถเขียนได้ทั้งสองแบบมาแต่โบราณกาล เช่นเคย พวกชังถังออกมาตั้งกระทู้ทวงถามถึงหลักฐานอ้างอิง และการตรวจสอบความถูกต้องอีกที เรื่องนี้กลายเป็นกระแสที่ซัดกลบงบประมาณก้อนมหึมาอีกก้อนที่ถูกใช้ไปสำหรับการทำวิจัย

 

เยียรยงจำได้เหมือนกัน สุราลัยเองนั่นละที่เป็นคนเรียกให้ดู ตอนนั้นนักเขียนนั่นประกาศลงสุโนกว่า ‘การโฆษณาว่าตัวเองเงินเดือนนิดเดียว แต่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเมืองนี้ได้สบายแค่ไหน ในทางหนึ่งมันคือการประกาศให้คนข้างบนรู้ว่า คุณเชื่องมากขนาดไหน’ ทันใดมีพวกใคร่ถังเข้ามาถล่มหาว่าเหยียดคนจน สุราลัยหัวเราะชื่นชมคนเขียนแถมยังผสมโรงต่อตีพวกใคร่ถังด้วยซ้ำว่าพวกโง่ แค่นี้ก็ตีความไม่แตก

……………………………………


 อ่านทุกตอนคลิ๊กที่รูป 

ปราบต์
ปราปต์รักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก และเริ่มจรดดินสอเขียนเรื่องทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเรื่องที่เขียนนั้นเรียกว่า ‘นวนิยาย’ งานเขียนของปราปต์ได้รับรางวัลและผ่านเข้ารอบการประกวดทางวรรณกรรมหลากหลาย อาทิ กาหลมหรทึก นิราศมหรรณพ ลิงพาดกลอน ฯลฯ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here