อุปสรรคที่มักเจอในชีวิตของหลายๆ คนคือ ‘ความขัดสน’ ซึ่งส่งผลให้ชีวิตต้องประสบความลำบาก ‘ลิซ เมอร์เรย์’ เป็นหนึ่งคนที่เผชิญกับภาวะดังกล่าว ทว่าสิ่งที่ฉุดรั้งให้ชีวิตของเธอตกต่ำไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ‘ยาเสพติด’ ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ลิซเติบโตในสภาพแวดล้อมซึ่งพ่อแม่ติดยาเสพติด เงินทองที่หาได้หมดไปกับการซื้อยา จนแทบไม่เหลือพอเป็นค่าอาหารประทังชีวิตในแต่ละวัน ทั้งยังต้องนอนข้างถนนอย่างคนจรจัด ชีวิตไร้ซึ่งความหวังและอนาคต แต่ความใฝ่ดีด้านการศึกษาพลิกชีวิตเธอให้มีอนาคตอันสดใส เธอสามารถเข้าเรียนในฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของอเมริกา พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ยากไร้อีกมากมาย

ลิซ เมอร์เรย์ เกิดและอาศัยในเขตบร็องซ์ รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นย่านชุมชมแออัด เธอมีพ่อและแม่ที่เป็นฮิปปี้หรือบุปผาชน ผู้รักอิสรเสรี หลงใหลการเต้นดิสโก้ จนถลำไปสู่การเสพยาเสพติด ลิซมักพูดบ่อยครั้งว่าพ่อแม่รักเธอมากและเธอก็รักพ่อแม่มากเช่นกัน ทว่าการที่ทั้งสองติดยาทำให้เงินที่หาได้มักเสียไปกับการซื้อยามาเสพ จนบ่อยครั้งเหลือไม่พอเป็นค่าอาหาร แม่เคยถึงกับขโมยเงินที่เป็นของขวัญวันเกิดของเธอ เคยขายโทรทัศน์ หรือแม้แต่ขายไก่งวงที่ได้รับจากโบสถ์ในวันขอบคุณพระเจ้าเพื่อซื้อยามาเสพ

ลิซและแม่

เหตุการณ์ความอดอยากที่เธอจำได้แม่นคือ วันที่ไม่มีเงิน เธอและพี่สาวต้องกินน้ำแข็งก้อนเพราะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกว่าได้กินอะไรสักอย่าง สองพี่น้องยังเคยแบ่งยาสีฟันกินเป็นมื้อค่ำกันลิซในวัย 9 ขวบ หาเลี้ยงครอบครัวด้วยการตระเวนขออาหารตามร้านขายของชำ ขณะที่พ่อแม่เสพโคเคนอยู่กับบ้าน ที่โรงเรียนลิซถูกเพื่อนร่วมชั้นกลั่นแกล้งเพราะกลิ่นตัวอันเกิดจากการไม่ได้อาบน้ำ เนื้อตัวที่สกปรกมอมแมม และผมเผ้ามีเหาขึ้น เธอจึงโดดเรียนบ่อยครั้งเพราะไม่อยากพบพานเหตุการณ์เลวร้ายนี้ แม้กระนั้น แม่ของเธอมักพูดอยู่เสมอว่า “วันหนึ่งชีวิตจะต้องดีขึ้น”

ลิซ เมอร์เรย์
ลิซ เมอร์เรย์

ในวัย 15 ปี เธอได้รับรู้ว่าแม่ติดเชื้อเอดส์ ต่อมาไม่นานแม่ก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ วันฝังศพแม่ ลิซยืนดูอยู่ห่าง ๆ ด้วยความอนาถใจ ร่างแม่นอนในโลงกระดานไม้อัดสำหรับศพยากไร้ แม้แต่ป้ายหลุมศพยังเขียนด้วยปากกาเคมี ส่วนพ่อนั้นต้องย้ายไปพำนักยังสถานที่พักพิงสำหรับคนไร้บ้าน เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ สมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวกระจัดพลัดพรายไป ต่างหาวิธีเอาตัวรอดกันเอง พี่สาวอาศัยนอนตามโซฟาบ้านเพื่อน ส่วนลิซต้องนอนตามม้านั่งในสวนสาธารณะ สลับกับนอนตามสถานีรถไฟใต้ดิน หรือในขบวนรถไฟใต้ดินที่วิ่งตลอด 24 ชั่วโมง เธอเริ่มใคร่ครวญถึงชีวิตว่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไปจุดจบของเธอคงไม่ต่างกับผู้เป็นแม่ มีฝันแต่ไปไม่ถึง แล้วตายจากไปโดยไม่สามารถเติมเต็มความฝันได้ ทว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาของเธอ ทางเลือกมีแค่ลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น หรือปล่อยไปโดยไม่ทำอะไรเลยตลอดชีวิต

ลิซตัดสินใจสมัครเข้าเป็นนักเรียนในโปรแกรมพิเศษสำหรับผู้ยากไร้ แล้วกลับไปเรียนม.ปลายอีกครั้ง เธอทั้งทำงานและเรียนหนังสือไปพร้อมกัน ขณะที่รับจ้างล้างจานเธอก็แขวนหนังสือเรียนไว้กับผนังเพื่ออ่านไปด้วย แม้ว่าจะดูทุลักทุเล แต่ลิซยังได้เกรดเอทุกวิชา เธอรักการอ่านหนังสือเพราะได้รับอิทธิพลจากพ่อ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหนุ่มอนาคตไกลจบการศึกษาด้านจิตวิทยา ก่อนจะทำลายชีวิตด้วยยาเสพติด พ่อกับเธอเคยใช้เวลาว่างวันเสาร์ด้วยการเข้าห้องสมุด และพ่อมักหยิบหนังสือออกไปโดยไม่นำมาคืนอีกเลย

ผลการเรียนของลิซจัดว่าดีเยี่ยม ครูถึงกับชมว่าเธอเป็นนักเรียนที่ฉลาดและตั้งใจที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ลิซฝันอยากเรียนต่อในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่รู้ดีว่ามันไม่ง่ายสำหรับเธอ ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานครอบครัว ประวัติการศึกษา หรือทุนทรัพย์ที่ต้องใช้ ล้วนไม่พร้อม โอกาสที่คณะกรรมการของมหาวิทยาลัยจะเลือกเธอจึงมีน้อยมาก แต่ลิซไม่ยอมแพ้ เธอสมัครชิงทุนการศึกษาของหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส ซึ่งมีโครงการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กยากจนที่เรียนดี จำกัดเพียงหกทุน และเธอสามารถเป็นหนึ่งในนั้นเรื่องราวชีวิตของลิสต์ได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือ และขายดีมีผู้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์

ลิซใช้เวลา 8 ปีจึงสำเร็จการศึกษาด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เธอต้องหยุดเรียนไประยะหนึ่งเพื่อดูแลพ่อที่ป่วยเป็นโรคเอดส์เช่นเดียวกับแม่ ปัจจุบันลิซเป็นแม่ลูกสอง เธอให้คำปรึกษาแก่เยาวชนที่ยากไร้และต้องเผชิญความยากลำบาก เป็นนักพูดให้กำลังใจที่บรรยายตามชุมชมแออัด พร้อมกับก่อตั้งองค์กรไม่แสวงหากำไรที่เน้นให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเยาวชน

ลิซกล่าวว่าเธอไม่รับพรจากนางฟ้าองค์ใด ความสำเร็จเกิดจากการมีเป้าหมายชีวิตที่แน่นอน เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง รวมทั้งความอุตสาหะ อย่าคิดว่าทำไม่ได้ ทุกคนมีศักยภาพความเป็นมนุษย์เท่ากัน เพียงใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ เพราะตัวคุณเป็นผู้กำหนดอนาคตเอง เธอยังบอกอีกว่า อยากให้คนมองภาพกว้าง มนุษย์ทุกคนเชื่อมโยงกัน ผู้คนสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตผู้คน ความฝันที่ปราศจากการเกื้อหนุนไม่ต่างกับเครื่องบินที่ไร้ปีก

สุดท้ายสิ่งที่เธอพยายามจะบอกทุกคนเสมอคือ‘ต่อให้ชีวิตทุกข์ทรมานเพียงไร จงอย่าสิ้นหวัง’


เรียบเรียงจาก :

www.theguardian.com/world/2010/sep/26/liz-murray-bronx-harvard

www.scholarship.in.th/homeless-to-harvard/


เรื่อง: สตูล / ภาพ: อินเตอร์เน็ต

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here