ช่วงสายของปลายเดือนมีนาคม เป็นช่วงที่คนไทยกำลังอบอุ่นกับอุณหภูมิของฤดูร้อน แถมพ่วงด้วยบรรยากาศการเมืองที่ระอุไม่แพ้กัน ทว่า ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันนี้ดูจะอบอุ่นมากกว่าปกติ มิใช่เพราะอากาศหรือความดุเดือดของอะไร แต่มาจากการรวมตัวอย่างอุ่นหนาฝาคั่งของคณาจารย์และนักศึกษาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมทั้งบุคคลทั่วไป ที่มาร่วมแสดงมุทิตาจิตในวาระครบ 6 รอบนักษัตร “72 ปี ของศาสตราจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์” จนห้องประชุมใหญ่ดูคับแคบไปในทันที

ศาสตราจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์

เนื่องในวาระครบรอบ 70 ปีของการสถาปนาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2562 คณะเศรษฐศาสตร์ได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ ครูผู้สร้างคุณูปการต่อวงวิชาการเศรษฐศาสตร์ไทยให้ดำเนินการคัดเลือกบทความและจัดพิมพ์หนังสือ 72 ปี รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ โดยจัดงานเสวนาเปิดตัวหนังสือ พร้อมแสดงมุทิตาจิตครบ 72 ปีด้วย


ภายในงานมีปาฐกถาพิเศษจากศาสตราจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ปกป้อง จันวิทย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิ วันโอวัน เปอร์เซนต์ จำกัด ดำเนินรายการโดยอาจารย์ ดร.ธร ปีติดล

รองศาสตราจารย์ ดร.ชยันต์ ตันติวัสดาการ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ได้กล่าวเปิดงานว่า อาจารย์รังสรรค์ เป็น “นักวิชาการผู้ดำรงพรหมจรรย์” ได้ตลอดการเป็นนักวิชาการ นั่นก็คือการเป็นนักวิชาการผู้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับตำแหน่งทางการเมืองแต่อย่างใด มุ่งเน้นทำงานการศึกษา สร้างปัญญาให้ประชาชนไทยเป็นสำคัญ ปาฐกถาในวันนี้ยังเป็นวาระพิเศษที่หาได้ยาก เพราะอาจารย์รังสรรค์ไม่ได้พูดในที่สาธารณะมานานหลายปี จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำข้อคิดจากอาจารย์ไปปรับใช้กับชีวิต


ลำดับถัดมาคือปาฐกถาของอาจารย์รังสรรค์ ซึ่งแบ่งเนื้อหาออกเป็น โหมโรง ชีวิตครอบครัว สถานศึกษา และการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย อาจารย์เริ่มต้นกล่าวขอบคุณคณาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่จัดงาน 72 ปีให้ และมาร่วมงานในวันนี้ จากนั้นเล่าถึงชีวิตในวัยเด็กว่าเป็นผู้รักการอ่านหนังสือมาตลอด มักเข้าห้องสมุดเป็นประจำ ทว่าห้องสมุดที่เปิดโลกการอ่านอย่างแท้จริงคือห้องสมุดธรรมศาสตร์ เมื่อครั้นเป็นอาจารย์แล้วก็ยังไม่ขาดจากการเข้าไปศึกษาค้นคว้าในนั้น และยังแนะนำหนังสือที่น่าสนใจควรนำเข้ามาไว้ในห้องสมุดด้วย



สถานศึกษาที่มีส่วนสร้างอิทธิพลในการดำเนินชีวิตและทำงานของอาจารย์รังสรรค์ ได้แก่ โรงเรียนวัดบวรนิเวศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เหตุผลที่เลือกคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ของอาจารย์คืออาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ “เดิมผมอยากเข้ารัฐศาสตร์ เพราะผมติดตามฟังไฮด์ปาร์คตั้งแต่ยังเป็นเด็กมัธยม ชื่นชมดาวไฮด์ปาร์คที่ชอบวิจารณ์เผด็จการ แต่ผมอาจจะชื่นชอบผิดคน เพราะดาวไฮด์ปาร์คหลายคนในเวลาต่อมากลายเป็นสมุนของรัฐบาลเผด็จการ แม่ผมจึงบอกให้ไปเป็นลูกศิษย์อาจารย์ป๋วย” ด้วยกิตติศัพท์ ความรู้ ความสามารถของอาจารย์ป๋วย จึงเปลี่ยนใจอาจารย์รังสรรค์ให้เบนเข็มมาเรียนเศรษฐศาสตร์แทน ส่วนมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ที่ได้ทุนไปศึกษาต่อนั้น ก็เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้ในเรื่องการจัดการการศึกษา ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในเวลาต่อมา


อาจารย์รังสรรค์เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2511 จนถึง 2552 ได้รับรางวัลครูดีเด่น สาขาสังคมศาสตร์ ปี 2540 ตลอดเวลากว่า 40 ปีอาจารย์เขียนบทความเผยแพร่ความรู้และแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ไว้หลายเรื่อง อีกทั้งยังมีบทวิจารณ์หนังสือ หนังสือวิชาการ งานวิจัย รวมทั้งคอลัมน์ “จากท่าพระจันทร์ถึงสนามหลวง” ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ หนังสือ 72 ปี รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ ที่แจกให้แก่ผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ เป็นหนังสือที่รวบรวมบทความของอาจารย์จำนวน 38 บทความ ตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักศึกษา แบ่งหมวดหมู่ไว้ 11 หมวด ได้แก่ ธรรมศาสตร์, เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์, ป๋วย อึ๊งภากรณ์, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย, การเมืองไทย, รัฐธรรมนูญ, ทักษิโณมิกส์, การศึกษาไทย, ทุนวัฒนธรรม, เศรษฐกิจโลก และสื่อมวลชน งานเขียนของอาจารย์มิใช่แค่บทวิเคราะห์เศรษฐกิจตามหลักเศรษฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังนำการเมือง สังคม มาวิเคราะห์ร่วมด้วย

อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อาจารย์ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ และอาจารย์ปกป้อง จันวิทย์ ซึ่งเป็นผู้ร่วมวงเสวนานอกจากจะร่วมรำลึกถึงความทรงจำประทับใจที่มีต่ออาจารย์รังสรรค์แล้ว ยังได้พูดถึงบทความที่ชื่นชอบ และอยากแนะนำต่อว่า บทความของอาจารย์รังสรรค์นั้น ไม่เพียงลุ่มลึกในการวิเคราะห์ ยังมีลีลาสำนวนภาษาเจนจัดชัดเจน เช่น บทความข้อคิดบางประการเกี่ยวกับนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเขียนไว้ตั้งแต่เป็นนักศึกษา แต่สำนวนที่ใช้สละสลวยเกินวัย รวมทั้งมหาวิทยาลัยในทศวรรษ 2540 เขียนไว้ในปี 2536 เป็นการเขียนเชิงจินตนาการถึงอนาคตที่จะเกิดกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2540

การจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ของคณะเศรษฐศาสตร์ จึงเป็นการแสดงมุฑิตาจิตในวาระครบ 6 รอบนักษัตรของอาจารย์ และสืบสานให้งานเขียนอันทรงคุณค่าไม่เลือนหายไปจากบรรณพิภพ หลงเหลือให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษากันต่อไป


สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือ 72 ปี รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ สามารถดาวน์โหลดฉบับออนไลน์ได้ทาง
http://www.rangsun.econ.tu.ac.th

ภิญญ์สินี
กองบรรณาธิการ ศิษย์เก่าเอกปรัชญาและศาสนา ชอบติดตามกระแสสังคม และเทรนด์แฟชั่น สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสีมงคล ลายนิ้วหัวแม่มือคือลายมัดหวาย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here