รักแรกพบของศพไร้หัว (ตอนแรก)
……..

อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าฉันก็จะได้เห็นหน้าเขาแล้ว… ตื่นเต้นจัง!

            ต้องขอบคุณอาจารย์ธนา ชายคนรักคนแรกในชีวิต ผู้เป็นเจ้าของดอกไม้พรหมจรรย์ของฉัน ก่อนที่จะโยนมันไปกองรวมไว้กับดอกอื่นๆ ที่เขาเคยได้ อย่างน้อย เขาก็เป็นคนมอบโอกาสเข้าถึงประสบการณ์มหัศจรรย์นี้ให้ฉัน โอกาสที่ฉันไม่คิดว่าจะมีใครได้รับง่ายๆ

มันแปลกประหลาดน้อยเสียเมื่อไหร่ที่ฉันได้รับรู้ว่ายังคงรู้สึกและรับรู้ได้ ยังคงจดจำทุกสิ่งทุกอย่างแม้จะตายแล้ว ที่แปลกกว่านั้น คือยังรับรู้ได้ครบถ้วน ทั้งที่ร่างกายส่วนหัว และส่วนต่ำกว่าคอลงไป อยู่กันคนละที่ ห่างหลายกิโลเมตร

จะว่าไปแล้ว นี่มันไม่เหมือนกับที่ฉันเคยรับรู้มาก่อนหน้านี้เลยว่า คนเราหากตายแล้ว วิญญาณจะต้องออกจากร่าง อาจจะเป็นคล้ายๆ ร่างมนุษย์แฝดที่บางโปร่งแสง หรือสภาพเหมือนตอนก่อนตาย ตายโหงอย่างฉัน ก็อาจจะต้องเร่ร่อนล่องลอยอยู่ในโลกนี้ไปจนกว่าจะหมดอายุขัยที่แท้จริง หรือวนเวียนอยู่กับห่วงนิวรณ์ก่อนตาย วนอยู่ในจุดที่ตาย ยึดติดอยู่กับกายเนื้อ วนอยู่กับคนที่อาฆาตแค้น หรือรอบตัวคนที่ยังรักและห่วง

ฉันเป็นคนชอบฟังเรื่องเล่าผีๆ แล้วถ้านี่เป็นเรื่องผีจริงๆ มันคงเป็นเรื่องผีที่ประหลาดเอามากๆ ประหลาดอย่างที่น่าจะไม่มีใครเคยฟังมาก่อนเลยด้วย เสียดายจัง ที่ฉันคงฟื้นไปเล่าให้ใครฟังไม่ได้เสียแล้ว

วันที่เกิดเรื่อง ใครจะไปคิด ว่าพิธีกรรมแห่งความปรารถนาของฉันกับคนรัก จะกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตขนาดนั้นขึ้นมาได้ วันนั้นฉันใส่ชุดนักศึกษาอย่างที่เขาชอบ ปล่อยผมสยาย ม้วนปลายด้วยแกนม้วนผมไฟฟ้าจนเป็นลอนสวย ทาลิปสติกสีชมพูฉ่ำ ฉันชอบเห็นรอยลิปสติกสีชมพูบนผิวเขา มันทำให้ดูเซ็กซี่มากขึ้น

อ.ธนา ซื้อของขวัญวันครบรอบสองเดือนที่เราคบกันให้ฉัน “พี่เป็นแค่ครูจนๆ เลยซื้อให้พิมได้แค่นี้ รู้ว่าพิมชอบกระต่าย เอาไว้รวยเมื่อไหร่จะซื้อแบบที่มีเพชรให้นะ”

ฉันยิ้ม หัวเราะ รับต่างหูเงินรูปกระต่ายน้อยมาลองใส่ มันน่ารักมากทีเดียว โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับครบคอลเลคชั่นกับแหวน และกระเป๋ารูปกระต่ายจากภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน

หลังจากนั้นก็เข้าสู่พิธีกรรมของเรา…

เริ่มจากการมัดข้อมือติดกับหัวเตียงตามปกติ แล้วมาเพิ่มผ้าที่มัดปาก มันตื่นเต้นดีอยู่ในรอบแรกๆ แต่กามรสก็เหมือนยาเสพติด หากเราใช้วิธีเดิม ปริมาณเดิม ความตื่นเต้นและผลลัพธ์ซึ่งเป็นความหฤหรรษ์ก็จะค่อยจืดจางลงเรื่อยๆ เราต้องเพิ่มความเข้มข้น เพิ่มวิธีการใหม่ๆ

มัดให้แน่นขึ้น ให้แรงขึ้น ให้ผิวเนื้อถูกรัดปลิ้น ย่นเป็นริ้วเหมือนเนื้อผ้า และเติมลิปสติกอยู่เสมอ อาจารย์ธนาศึกษาวิธีการมัดเชือกเพื่อสนองความปรารถนาแบบชิบาริเพื่อเรา ตอนนั้นฉันคิดว่าเราเกิดมาเพื่อกันและกัน เวลาที่ผิวหนังได้รับความเจ็บปวด ตึง ทรมานมากขึ้นอีกเล็กน้อย มันก็จะตอบแทนเราด้วยความรู้สึกซาบซ่านทางกายที่มากขึ้นในวินาทีต่อๆ มา ผิวหนังที่ได้รับบาดเจ็บอย่างพอเหมาะพอดี จะช่วยรับความรู้สึกจากสัมผัสได้มากขึ้น ทั้งการลูบไล้อย่างอ่อนโยน การเหวี่ยงมือฟาด จุมพิตผ่าวร้อน  ทุกการเคลื่อนไหวเชื่อมโยงไปทุกจุดสัมผัสใต้เส้นเชือก หลอมรวมทั้งร่างเป็นหนึ่ง ใช่ ฉันมีความสุขที่เจ็บ ส่วนเขาก็มีความสุขที่ได้เห็นฉันเจ็บ

มันก็แค่พิธีกรรมของความใคร่ระหว่างเราตามปกติ เจ้าของกล้ามเนื้อแข็งเกร็งกำลังควบขี่ฉันอยู่ด้านหลังราวกับคาวบอยหนุ่ม ถี่กระชั้น กระแทกกระทั้นที่เนื้อบั้นท้าย เปียกลื่นตึงแน่นเต็มซอกขา ผิวเนื้อทั้งร่างกายแทบฉีกปริ มันก็แค่สายบังเหียนที่รัดปากและคออาชาสาวอย่างฉันแน่นขึ้นกว่าเดิมโดยไม่ทันรู้ตัว

วินาทีที่คาวบอยกลัดมันปล่อยให้ตัวเองพุ่งทะยานสู่ความเคลิบเคลิ้มเพริดแพร้วไร้ขีดจำกัด สายไฟเส้นหนึ่งกดทับเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอนานไปนิด ฉันที่กำลังกำซาบความรู้สึกร้อนฉ่าบนใบหน้า ถูกแรงอัดสูบฉีดของเส้นเลือดในแก้วหูดังฟู่เหมือนลมเป่า  ตาเริ่มพร่า ประสาทการรับรู้อ่อนลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็วูบดับไป

ความมหัศจรรย์เริ่มขึ้นตรงนั้น ฉันได้ยินเสียงเขาร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าฉันหมดลมหายใจเสียแล้ว

เขาพยายามตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง เหงื่อชุ่มโทรมกาย พันธนาการรอบกายถูกคลี่ออกอย่างเร่งรีบ บางเส้นบาดผิวเนื้อจนเป็นแผล เขารีบแต่งตัวให้ฉันจนลืมกลับด้านกางเกงชั้นในลูกไม้สีชมพูที่ตนรูดออกโยนไว้ข้างเตียงเมื่อครู่ เสื้อชั้นในติดตะขอไม่ครบ กระดุมเงินของชุดนักศึกษากระเด็นหลุดหายไปเม็ดหนึ่ง แต่เข็มขัดที่มีหัวเป็นโลหะ ตราสถาบัน กับกระโปรงพลีทดำยาวครึ่งแข้งยังเรียบร้อยดี

“พี่ขอโทษนะพิม พี่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” อ.ธนาพูดขึ้น ก่อนที่จะวาดมือคล้องสายไฟแบนที่เราใช้เพื่อความบันเทิงกันเมื่อครู่ มัดเข้าที่ลำคอฉัน แล้วกะระยะความยาวด้วยสายตา ก่อนเดินออกไปสำรวจราวตากผ้าที่ระเบียง

อ้อ นึกออกแล้ว เขานี่ช่างหัวไวจริงๆ ในเมื่อฉันตายเพราะถูกเชือกรัดคอจนขาดอากาศหายใจ การที่ศพจะถูกพบในสภาพแขวนคอตายก็คงไม่น่าแปลกใจนักสินะ

และนักศึกษาสาวในวัยอย่างฉันก็มีเรื่องให้ต้องเครียดและกังวลใจตั้งมากมาย ทั้งเรื่องเรียน เรื่องส่วนตัว การปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ ปัญหาสังคม ภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์บ้านเมือง ข่าวนักศึกษาฆ่าตัวตายก็มีแทบจะรายวัน

อีกราวครึ่งชั่วโมงต่อจากนั้น ฉันเป็นฝ่ายพยายามเอาใจช่วย อาจารย์ธนา ให้อำพรางศพของฉันได้สำเร็จ ดูเขาเก็บหลักฐานพยานที่จะระบุตัวตนของเขาอย่างร้อนรน เก็บกระทั่งผ้าปูเตียงเปื้อนน้ำอสุจิของเขาพับใส่กระเป๋าเป้ไปด้วย ลบลายนิ้วมือที่ลูกบิด รอยเท้าบนพื้นห้อง สวมถุงพลาสติกที่มือและเท้าขณะลากศพของฉันไปที่ระเบียงอย่างทุลักทุเล

ฉันคอยลุ้นมองดูผู้ชายร่างผอมสูงที่ฉันเคยคิดว่าตัวเองรักเขา เดินไปปิดไฟในห้องเพื่อไม่ให้คนข้างนอกมองเข้ามาเห็น  คล้องสายไฟแบนอีกด้านเข้ากับราวเหล็กตากผ้าด้านหลังห้อง พยายามชักรอกตัวฉันขึ้นแขวนเต็มกำลังจนแขนสั่น แต่ก็ดึงขึ้นได้แค่ประคองตัวนั่ง คงเพราะฉันอ้วนขึ้นด้วยละพักนี้ ดูสิ ขนาดกระดุมเสื้อนักศึกษายังปริกระเด็นไปตรงพุงพอดี ทีนี้ความลับของขนาดพุงที่แท้จริงของฉันเวลาไม่ได้แขม่วก็ถูกเปิดเผยหมดแล้วสินะ น่าอายจัง

อาจารย์ธนาพยายามจนน่าเห็นใจ แต่ยังไงก็ดึงตัวฉันขึ้นแขวนไม่ได้ เขาเลยนั่งพักเหนื่อย จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบจนหมดมวนระหว่างนั้น คงคิดไปด้วยว่า จะแก้ปัญหาศพนักศึกษาน้ำหนักเกินค่ามาตรฐาน BMI นี่ยังไงดี ร่างเปลือยท่อนบนในวัย 40 ปีของเขา แม้ไม่ได้ดูเร้าใจเย้ายวนเหมือนพวกดาราวัยรุ่นหุ่นเป๊ะ พุง 6 แพ็ก แต่สำหรับฉันก็ยังคงน่ามองเสมอ ไหล่เปลือยเปล่านั่น ถ้าฉันยังไม่ตาย คงเอนไปนั่งซบอย่างที่เราเคยทำเสมอหลังเซ็กซ์ที่ระเบียง ท่าทางกังวลแต่ไม่สะทกสะท้านของเขาทำให้ฉันเสียวสันหลังวาบ นี่ฉันเป็นอะไรในสายตาเขากันแน่นะ อย่าไปพูดถึงคำว่ารักเลย ในเมื่อเราก็รู้ๆ กันอยู่ ว่าต่างคนต่างเป็นเครื่องสนองความปรารถนาทางร่างกายของกันและกันเท่านั้น

และในที่สุด ดูเหมือนเขาจะนึกวิธีออก เขามัดสายไฟด้านหลังต้นคอของฉันให้แน่นขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่ามันจะไม่ขาด แล้วค่อยๆ ดันตัวฉันออกไปให้พ้นราวระเบียง

อ้อ! ใช่ จริงด้วยๆ อย่างนี้เอง ในเมื่อห้อยด้านในไม่ได้ ห้อยออกไปด้านนอกเลยก็สิ้นเรื่อง

อาจารย์ธนาลุกขึ้นดันร่างของฉันสุดกำลัง มือของเขาแปะอยู่ที่หน้าอกซ้ายข้างหนึ่ง สะโพกขวาข้างหนึ่ง เสียดายจริง ที่เขาคงจำความรู้สึกตื่นเต้นวาบหวามตอนสัมผัสมันครั้งแรกไม่ได้แล้ว

และแล้ว ร่างของฉันก็หลุดหล่นลงจากราวระเบียงอย่างรวดเร็ว ฉันรู้สึกถึงแรงกระชากอย่างรุนแรงที่ต้นคอส่วนใต้คาง กระดูกต้นคอหักและหลุดออกจากข้อต่อเดิม สายไฟยืดออกนิดหนึ่งก่อนที่ฉนวนจะปริฉีกขาดบริเวณลำคอด้านหน้าเหลือแต่เพียงเส้นลวดทองแดงคมกริบ

ร่างฉันเด้งกลับจังหวะหนึ่ง ก่อนที่แรงดึงดูดของโลกจะกระชากกลับลงตามน้ำหนักตัว

เส้นลวดทองแดงบางคมกริบปาดเข้าไปที่ผิวหนังตรงลำคอที่มีแต่ผิวอ่อน กล้ามเนื้อบางๆ หลอดลม และหลอดอาหาร

เวลาเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเกิดอะไรขึ้นมากมายกับร่างกายของฉัน ความเย็น แข็ง คม ของโลหะ ชำแรกผิวคอของฉันอย่างรุนแรงและรวดเร็วจนฉีกเนื้อคอส่วนติดกับหัวดังควาก หลุดแยกออกจากร่าง หัวของฉันผงะหงายไปด้านหลังนิดหนึ่งก่อนที่ร่างจะร่วงหล่นลงไปสู่ขอบพื้นซีเมนต์ติดพงหญ้าเบื้องล่าง

ที่ความสูงของตึกห้าชั้น ศพฉันบิดเบี้ยวในท่าประหลาด ตะแคงขวา ขากางราว 45 องศาคล้ายกรรไกร กระโปรงเปิดขึ้นมาถึงต้นขา กระดูกของฉันหักหลายท่อน ซี่โครงหักทิ่มปอดและหัวใจ อวัยวะภายในถูกกระแทก หน้าแข้งด้านขวาที่ลงมากระแทกขอบปูนก่อนหักเป็นสองท่อน ตามมาด้วยไหล่ขวาที่กระแทกจนกระดูกหัวไหล่หลุดออกจากเบ้า เล็บอะคริลิกที่เพิ่งต่อมาเมื่อตอนเย็นหักเปิดเลือดซิป ดีนะที่ฉันตายแล้ว จากทั้งหมดนี่ ถ้ายังไม่ตายคงเจ็บน่าดู

ส่วนหัวของฉันมองตามต่างหูรูปกระต่ายสีเงินน่าเอ็นดูข้างขวาที่กระเด็นหลุดหล่นตามร่างลงไป มันสะท้อนแสงไฟวิบหนึ่งก่อนดับหายไปในความมืด ใจหายวาบ เสียดายจัง นั่นเป็นของขวัญครบรอบสองเดือนของเราแท้ๆ

อาจารย์ธนารัดสายไฟไว้แน่นดีมากจริงๆ สายไฟไม่ขาด สิ่งที่ขาดแทนคือหัวฉัน ข้อผิดพลาดคือเส้นผมยาวสยายขยุ้มหนึ่งดันไปพันติดอยู่ตรงปมสายไฟตอนมัดครั้งที่สอง ส่วนหัวติดลำคอของฉันเลยยังค้างอยู่ที่เดิม ห้อยต่องแต่งเหมือนโมบายล์ประดับงานเทศกาลฮาโลวีน เลือดข้นๆ ไหลหยดเป็นสาย

ฉันเห็นดวงตาเบิกกว้าง ตกตะลึงพรึงเพริดของเขาอยู่แวบหนึ่ง และเสียงอุทานแผ่วเบาออกจากริมฝีปากที่ฉันเพิ่งจูบไปเมื่อครู่

“เชี่ยยยย…”

เขาทำท่าเหมือนจะเป็นลมอยู่สักสิบวินาที ก่อนที่จะตั้งสติได้ วิ่งกลับไปคว้าถุงผ้าเก่าๆ มาใบหนึ่ง สวมหัวของฉันไว้ เอากรรไกรตัดผมตรงที่ติดออก แล้วห่อด้วยถุงพลาสติกใบใหญ่จากร้านสะดวกซื้อที่เราแวะซื้อขนมกินกันเมื่อครู่ แกะสายไฟใส่แยกอีกถุง เช็ดเลือด หยิบเงินทั้งหมดออกใส่กระเป๋าตัวเอง เช็ดลายนิ้วมือ โยนกระเป๋าถือรูปกระต่ายขนฟูที่บรรจุข้าวของส่วนตัวของฉันตามร่างลงไป แม่นยำเหลือเชื่อเพราะมันหล่นลงมาปิดหน้าอกฉันพอดี อาจารย์ธนารีบสะพายเป้ข้าวของตัวเองพร้อมถุงหัวฉันออกไปจากห้อง

จากบทสนทนาที่ได้ยินจากคนรอบข้าง พอจะเดาได้ว่า อาจารย์ธนาน่าจะตั้งใจเอาหัวฉันไปโยนทิ้งไว้ใกล้ๆ ลำตัวนั่นแหละ แต่เนื่องจากมีคนที่ได้ยินเสียงร่างกระแทกพื้น ชะโงกจากระเบียงห้องมาส่องไฟดู แล้วก็เกิดแตกตื่น พากันออกมามุงดู ถ่ายรูป ถ่ายคลิป เต็มไปหมด คงมีใครบางคนโทรแจ้งตำรวจอย่างรวดเร็ว เพราะตอนที่อาจารย์ธนากำลังจะปิดประตูรถแท็กซี่ เราก็ได้ยินเสียงหวอรถตำรวจดังใกล้เข้ามาพอดี

ในขณะที่ส่วนหัวของฉัน วางแนบซบอยู่บนตักของอาจารย์ธนา ความร้อนอบอ้าวและชื้นเหงื่อ ทำให้ฉันรู้ว่าเขากำลังตื่นเต้น แต่ก็วางใจได้ว่า คนอย่างเขาที่โกหกและเสแสร้ง แสดงตนเป็นผู้ทรงภูมิจนเชี่ยวชาญอย่างเขา ย่อมไม่หลุดออกอาการพิรุธให้ใครเห็น

ก่อนลงจากรถ เขายังอุตส่าห์ใจป้ำ ทิปให้คนขับรถอีกห้าสิบบาทด้วยเงินที่เพิ่งได้มาจากกระเป๋าสตางค์ฉัน

เขาฉลาดพอที่จะเลือกลงตรงหน้าหน้าหอพักแห่งหนึ่งท้ายซอยเปลี่ยวลึกร้าง ไฟทางทอดตัวห่างจนหลายจุดตกอยู่ในความมืดที่น่าขนลุกโดยเฉพาะกลางดึกแบบนี้ ตั้งแต่คบกันมา นี่เป็นครั้งแรกที่เราออกมาเดินด้วยกันที่อื่น ไม่ใช่เอาแต่ขลุกอยู่ด้วยกันเพื่อร่วมกิจกรรมเข้าจังหวะในที่รโหฐาน

“ขอโทษนะพิม พี่ไม่ได้เจตนาให้เรื่องมันบานปลายถึงขนาดนี้” น้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำ แหบเสน่ห์อย่างที่ฉันชอบพูดขึ้นพอให้ได้ยินแค่เราสองคน

เขาหยุดนิ่งกลางซอยเปลี่ยวสงัด สายลมฤดูร้อนพัดเอาความร้อนชื้นอบอ้าวมาด้วย กลิ่นดินกลิ่นหญ้าและท่อระบายน้ำโชยขึ้นมาอ่อนๆ
“แต่พี่รู้ว่าพิมชอบ พี่ได้ยินเสียงครางสุดท้ายของพิม ความสุขสุดยอดในวินาทีนั้น มันวิเศษใช่ไหม อย่างน้อย เราก็เคยมีช่วงเวลาที่ดีร่วมกันนะ”

    …………………………………………..
# (อ่านต่อตอนจบ)—->>>> คลิ๊กเลย

นทธี ศศิวิมล
เกิดและเติบโตที่ อ.เมือง จ.ตาก ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เขียนหนังสือได้หลายแนวทั้งนิยาย นิทาน เรื่องสั้น วรรณกรรมเด็ก เรื่องแนวสยองขวัญได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ มีการแปลและวางขายในต่างประเทศ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here