คอลัมน์คิดอย่างวิทยาศาสตร์เคยเขียนถึงคลิปวิดีโอมั่วๆ ทางอินเทอร์เน็ตมาแล้ว คลิปนั้นมีชื่อว่า “Shocking Secrets of the Food Industry” หรือ “ความลับน่าตกใจของอุตสาหกรรมอาหาร” ของเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า Blossom ซึ่งเป็นเพจชื่อดังเกี่ยวกับเทคนิคเคล็ดลับในการประดิษฐ์หรือทำงานฝีมือ แต่กลับทำคลิปรวมเรื่องไม่จริงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหาร สร้างความแตกตื่นหวาดกลัวไปทั่วทุกสารทิศ

มาคราวนี้ ทางเพจ Blossom ปล่อยคลิปมั่วอันใหม่อีกแล้ว ในชื่อว่า “Is your food fake or real? Find out with these 16 easy tests at home!” หรือ “อาหารของคุณนั้นปลอมหรือจริง มาทดลองง่ายๆ 16 วิธีนี้ที่บ้าน” คลิปนี้เริ่มเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ.2019 และมียอดผู้ชมถึงร้อยล้านคนภายในเวลาไม่กี่วัน แต่ได้ถูกลบออกไป หลังจากที่มีคนเข้ามาแย้งเป็นจำนวนมาก

การทดลอง  “อาหารปลอม” 16 อย่างในคลิปนี้ มีทั้งที่เป็นเรื่องมั่ว เรื่องบิดเบือน หรือเรื่องที่ลือต่อๆ กันมา รวมถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีต แต่ปัจจุบันนั้นไม่มีแล้ว หรือเกิดขึ้นในประเทศด้อยพัฒนา แต่ไม่มีในประเทศที่การผลิตอาหารนั้นเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยสากล

หน่วยงานผู้รับผิดชอบของประเทศสหรัฐอเมริกา คือ องค์การอาหารและยา (FDA)  ต้องออกแถลงการณ์ว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวอาจจะทำให้ผู้บริโภคสูญเสียความเชื่อมั่นในภารกิจของ FDA แต่ขอยืนยันว่า สหรัฐฯ มีกฎหมายที่เข้มงวดเรื่องควบคุมให้อาหารนั้นมีความปลอดภัย ไม่มีการปนเปื้อน และได้รับการติดฉลากที่เหมาะสม ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในอาหารที่รับประทานได้ แต่บริษัท First Media  ผู้ทำเพจ Blossom กลับแก้ตัวว่า คลิปนี้ทำเพียงเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

ทีนี้ เรามาลองพิจารณาดูว่า คลิปทดสอบอาหารปลอมนี้ มีประเด็นไหนที่เป็นเรื่องไม่จริงบ้าง

เนยแข็งแปรรูปไม่ได้เผาไหม้ละลายง่ายกว่าเนยแข็งธรรมชาติ
  1. เนยแข็งแปรรูป (processed cheese) ที่ผสมสารเคมีลงไปด้วย จะละลายได้ยากกว่าเนยแข็งธรรมชาติเมื่อเผาไฟ คำตอบคือ “เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง” ความเชื่อเรื่องเนยแข็งแปรรูปจะเผาละลายได้ยากนั้น เริ่มตั้งแต่ ค.ศ.2014 มีคนเอาแผ่นเนยแข็งมาลองเผาไฟเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นของปลอมหรือไม่ และแน่นอนว่า การเผาไฟนั้นไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องในการทดสอบอาหารแต่อย่างใด

ทางเพจ Blossom อ้างว่า ใน “เนยแข็งแปรรูป” ซึ่งเป็นเนยแข็งชนิดที่ผ่านกระบวนการปรับปรุงลักษณะเนื้อสัมผัสให้อยู่ในรูปที่นิยมรับประทาน เช่น นำเนยแข็งธรรมดามาผ่านความร้อน แล้วเติมส่วนผสมอื่น เช่น ไขมันนม โปรตีนนม นมผง เนย ครีม สารให้กลิ่น เครื่องปรุงรส ก่อนนำไปฆ่าเชื้อนั้น ได้เติม “เกลืออีมัลซิไฟอิ้ง (emulsifying salt)” ลงไปด้วย เพื่อให้จับกับไขมัน โปรตีน และน้ำที่อยู่ในเนยแข็ง และเกลืออีมัลซิไฟอิ้งนี่แหละที่ทำให้เนยแข็งแปรรูปเผาไฟละลายได้ยากกว่าเนยแข็งธรรมชาติ

แต่ความจริงแล้ว ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม เพราะบรรดาส่วนผสมที่เติมเข้ามานั้น โดยเฉพาะเกลือคีเลตติ้ง (chelating salt) และกรดซิตริก กลับช่วยให้โปรตีนเคซีน (casein) ซึ่งปกติเกาะกันอย่างเหนียวแน่นในเนยแข็งธรรมดานั้น แยกตัวออกจากกัน และทำให้เนยแข็งแปรรูปละลายได้ง่ายขึ้นต่างหาก

ข้าวปลอมจากพลาสติกไม่มีจริง เป็นแค่ข่าวลือ
  1. ข้าวปลอมผสมพลาสติก เพื่อเพิ่มกำไรให้แก่ผู้ผลิต เมื่อวางบนกระทะร้อนจะกลายเป็นพลาสติกใส เรื่องนี้ก็ “ไม่เป็นความจริง” เช่นกัน แม้ว่าข่าวลือเกี่ยวกับข้าวปลอมทำจากพลาสติก นำเข้าจากประเทศจีนและประเทศเอเชียอื่นๆ รวมถึงทวีปแอฟริกา จะมีมานานแล้ว และทำให้ผู้บริโภคหวาดกลัวกันทั่วหน้า แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าข้าวปลอมดังกล่าวจะมีอยู่จริง และหลายประเทศได้สรุปว่าเรื่องนี้เป็นแค่ข่าวปลอม

ถึงเติมพลาสติกลงไปในเนื้อข้าว ก็ไม่สามารถจะเอาข้าวพลาสติกนั้นไปหุงให้สุกนุ่มทั้งเมล็ดได้ จะเคี้ยวก็เคี้ยวไม่เข้า ใครๆ ก็ต้องดูออก ขณะที่ราคาของพลาสติกนั้นกลับแพงกว่าข้าว จนไม่มีใครเอาพลาสติกมาทำเป็นข้าวปลอมแน่นอน ส่วนในคลิปที่มีการเอาข้าวไปวางบนกระทะร้อนแล้วกลายเป็นพลาสติกใสนั้น ก็ไม่น่าจะเป็นคลิปจริง แต่น่าจะเป็นการทำคอมพิวเตอร์กราฟิกตัดต่อเอามากกว่า

ก้อนแม่เหล็กดูดผงเหล็กที่ผสมในอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการได้
  1. อาหารทารกปลอม ผสมหินป่นเป็นผง แล้วโฆษณาว่าเสริมแคลเซียม เอาแม่เหล็กมาดูดผงหินดูได้ คลิปนี้เป็นคลิปหลอกแน่ๆ เพราะความจริงแล้ว สิ่งที่แม่เหล็กจะดูดได้จากอาหารนั้น มีเพียงแค่ “ผงเหล็ก” ที่มีการเติมลงไปในอาหารทารก รวมถึงอาหารอีกสารพัดอย่าง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพื่อเสริมธาตุเหล็กให้แก่ร่างกายของผู้บริโภค ไม่ใช่แคลเซียมแต่อย่างใด เพราะแม่เหล็กไม่สามารถดูดแคลเซียมได้

และต่อให้มีการเสริมแคลเซียมลงในอาหารทารกจริง ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร เพราะแคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายของเด็กในวัยเจริญเติบโต ผงแคลเซียมซึ่งอาจจะผลิตจากหินปูน เปลือกหอย หรือแหล่งวัตถุดิบอื่นๆ จึงผสมลงในอาหารบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย

  1. วิตามินสังเคราะห์นั้นทำจากสารเคมี จะไหม้ไฟเมื่อเอาไปอบ ขณะที่วิตามินธรรมชาติจะไม่ไหม้ไฟ ข้อนี้ก็ “ไม่เป็นความจริง” วิตามินสังเคราะห์มีโครงสร้างทางเคมีไม่แตกต่างจากวิตามินตามธรรมชาติ และคำว่า “ธรรมชาติ” กับ “สังเคราะห์” นั้นเป็นคำที่ใช้ข่มกันทางการค้าขายวิตามินมานานแล้ว

ยิ่งถ้าดูตามในคลิป ก็จะยิ่งน่าสงสัย เพราะการเผาไหม้ของเม็ดวิตามินจะขึ้นอยู่กับที่มาของเม็ดวิตามิน เปลือกแคปซูล และสารเติมในเนื้อยา ว่าหลอมเหลวหรือติดไฟง่ายแค่ไหน ดังนั้น การเอาไปอบความร้อน จึงไม่ใช่วิธีการที่จะพิสูจน์ได้ว่าเม็ดใดเป็นวิตามินธรรมชาติหรือวิตามินสังเคราะห์


เรื่อง: รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here