-๔-
………….

ความตายของคนผู้หนึ่งถูกบอกเล่าผ่านภาพความผิดปกติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอาคารแห่งนี้ คอนโดมิเนียมซึ่งไม่เคยมีคนตาย ไม่เคยมีพิธีศพ และเสียงสวดพระอภิธรรม นอกจากจากภาพการขนย้ายเข้ามาอยู่อาศัยและย้ายออกออกไป

สำหรับเจ้าของร่วมชั้นอื่นๆ วางเฉยต่อข่าวสารที่ได้รับ แม้กระทั่งพระสี่รูปที่เดินผ่านประตูเข้าสู่ภายใน และมุ่งไปยังห้อง 813/122 ของชั้น 8 แต่นั่นไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกับคนที่ไม่ใช่เครือญาติ

เป็นวันแรกที่รถยนต์แปลกหน้าเขามาจอดบนลาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสอบถาม ครั้นชมนาดลงไปต้อนรับ รู้ว่ามางานศพพวกเขาก็อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี

หนุ่มรูปร่างผอมสูงผมยาวที่มัดหางกระรอกเอาไว้ข้างหลังเป็นคนนำขบวนเพื่อนร่วมงานของสุพรรณิการ์มาถึงคอนโดมิเนียมย่านชานเมือง เขาเคยขับรถมาส่งสุพรรณิการ์หลายครั้งจึงรู้ทางเป็นอย่างดี เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหน้าค่าตาชมนาด น้องสาวซึ่งรูปร่างเล็กบางกว่าพี่คนโตเกือบบังกันมิด เค้าหน้าก็ต่างกัน แววตาแทบจะคนละบุคลิก สุพรรณิการ์นิ่งเฉยซ่อนแววฉลาดลึก บางครั้งเธอไม่พูดหรือออกความเห็นแย้ง ครั้นได้จังหวะเธอจะลงมือทำแสดงให้เห็น จากนั้นค่อยอธิบาย ชมนาดยิ้มในดวงตา ซ่อนแววเขินอายไว้เล็กๆ เป็นเสน่ห์ของหญิงสาวซึ่งเขาไม่เคยพบเห็นในตัวของสุพรรณิการ์

เขาแนะนำเพื่อนร่วมงานฝ่ายต่างๆ ในกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์และในส่วนของนิตยสาร รวมทั้งคุณสุภาวดีบรรณาธิการบริหารซึ่งเป็นหัวหน้าโดยตรงของสุพรรณิการ์

อันที่จริงณพ หรือณพชัย ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานของสุพรรณิการ์ เขาเป็นช่างภาพแฟชั่นของนิตยสารรายปักษ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสำนักพิมพ์ แม้กองบรรณาธิการนิตยสารจะอยู่ในตึกเดียวกัน แต่เขาก็ไม่ได้ปรากฏกายให้พนักงานในส่วนอื่นๆ เห็นบ่อยนัก ณพชัยไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน และไม่ได้กรูกันออกจากตึกช่วงพักเที่ยงไปยังร้านอาหารเหมือนคนอื่นๆ ที่ทำให้เขาเด่นสะดุดตาสาวๆ ก็ไม่ใช่เพราะรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเอาการเหมือนพระเอกละครโทรทัศน์ หากเป็นเพราะเขาไม่ได้ห่อร่างด้วยเสือผ้าอาภรณ์ที่คงความเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนหนุ่มสำนักงานทั่วไป ผมยาว หนวดเครารุงรัง บางวันก็สวมกางเกงขาสั้น

สุพรรณิการ์เคยไปแอบดูเขาถ่ายแฟชั่นที่ดาดฟ้าตึก คราวนั้นเธอแอบยืนดูเงียบๆ ด้วยความหลงใหลและชื่นชมการทำงานของช่างภาพ อีกครั้งที่บริเวณชั้นห้าซึ่งจัดทำเป็นสตูดิโอ ไม่เคยมีประสบการณ์เป็นสไตลิสต์ หรือข้องเกี่ยวกับงานแฟชั่นจากที่ไหนมาก่อน ครั้นเริ่มรู้สึกคุ้นหน้าช่างภาพเธอก็ส่งเสียงออกความเห็นตามประสาคนร้อนวิชา นานๆ สุพรรณิการ์จะออกอาการเช่นนี้ ณพชัยซึ่งตอนนั้นไม่เคยรู้จักมักคุ้นสุพรรณิการ์ เขาเข้าใจว่าเป็นหนึ่งในกองบรรณาธิการนิตยสาร เขารับฟังความเห็นในการจัดท่าทางนางแบบของเธออย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก เพียงอยากดัดนิสัยคนทำตัวรู้มากเลยกวักมือเรียกเธอช่วยหยิบเสื้อผ้าส่งให้นางแบบ และถือรีเฟล็กซ์ในฐานะเด็กช่วยงาน

จบการถ่ายแฟชั่นวันนั้น ณพชัยตอบแทนลูกมือหน้าใหม่พร้อมทีมงานเล็กๆ ของเขาที่ร้านอาหารริมคลอง หลังได้พูดคุยกันจึงรู้ว่าสุพรรณิการ์เป็นใคร ทำงานที่ไหน เขาหัวเราะขบขันที่เรียกเธอเข้าไปช่วยงาน สุพรรณิการ์บอกว่าเธอเต็มใจ และเธอก็ชอบดูเขาถ่ายรูป

อีกหลายครั้งที่เธอตามไปช่วยงาน ไม่ว่าเขาจะตะลอนไปนอกสถานที่ห่างไกลจากสำนักงานกี่สิบกิโลเมตร ไม่มีค่าจ้างแรงงานหรือสินน้ำใจอื่น เขาตอบแทนด้วยการเลี้ยงข้าว และขับรถมาส่ง ความสัมพันธ์ทั้งหมดเป็นไปในแบบเพื่อนต่อเพื่อน ทุกครั้งที่มีคนกระเซ้า ณพชัยได้แต่หัวเราะขบขัน ถ้าให้เป็นแฟนกับสุพรรณิการ์ก็ต้องภายหลังที่เธอไปลดน้ำหนักลงจากเดิมไปแล้วสักห้ากิโล

แรกที่รู้ข่าวณพชัยแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ก่อนสุพรรณิการ์จะเสียชีวิตไม่กี่ชั่วโมงเขายังโทรศัพท์นัดหมายกับเธอ แฟชั่นชุดใหม่เขาจะไปไกลถึงชายทะเล บรรยากาศดี  อาจพักแรมสักสองสามคืน เขาจะเลี้ยงอาหารทะเลทุกมื้อ สุพรรณิการ์รับปากด้วยน้ำเสียงร่าเริง

ทุกครั้งที่เธอไปช่วยงาน ไม่ว่าจัดเสื้อผ้าหรือถือรีเฟล็กซ์ วาจาเจื้อยแจ้วและรอยยิ้มเบิกบานของเธอช่วยให้เขาหัวเราะได้เต็มเสียง เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่เขาเคยมี แม้ไม่เคยคิดจะคบหากับเธอต่างไปจากนั้น แต่ความผูกพันที่มากขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นเหมือนเพื่อนร่วมทางซึ่งไม่อาจแยกจาก

ณพชัยรู้สึกทั้งเศร้าและใจหาย ไม่อยากเชื่อว่าความตายจะเกิดขึ้นได้ง่ายดายเพียงนี้ คนซึ่งเขาพูดคุยด้วยเมื่อวันวาน ร่าเริง ยิ้มแย้ม เปี่ยมด้วยพลังชีวิต จู่ๆ ก็จากพรากไป ราวกับดวงชีวิตของคนเราเปราะบางยิงกว่าขนนก และขาดความมั่นคงดั่งผูกแขวนไว้บนเส้นด้ายบางๆ

ร่างบอบบางของหญิงสาววัยยี่สิบสามในชุดกระโปรงดำเดินนำหน้าทุกคนไปยังประตูทางเข้า พระสี่รูปพร้อมชายวัยกลางคนผู้ติดตามมาถึงก่อนหน้านี้แล้ว แขกอื่นมากันไม่กี่คน บวกกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าของผู้ตายอีกสิบสองคน ห้องโถงขนาดหกสิบตารางเมตรกว้างพอรองรับ ทั้งแขกที่มาร่วมงานและพระสี่รูป

ก่อนแขกกลุ่มใหญ่จะมาถึง สมพลคุยธุระกับทางวัดจบสิ้นกระแสความไปหมดจดแล้ว ด้วยขนาดใหญ่โตมโหฬารเกินพิกัดของศพ ยากที่จะเคลื่อนย้ายไปยังศาลาหลังใดหลังหนึ่ง ซ้ำร้าย… ช่องประตูที่จะนำโลงศพเข้าไปยังแท่นฌาปนกิจก็คับแคบเกินกว่าขนาดของผู้ตายซึ่งตัวแทนจากทางวัดประเมินด้วยสายตา

สมพลต้อนรับแขกกลุ่มใหญ่ด้วยสีหน้ากังวลกับปัญหาใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า แกรับไหว้และเอ่ยขอบคุณทุกคนที่เข้ามาแสดงความเสียใจ ปล่อยให้ชมนาดนำพาเพื่อนๆ ของลูกสาวเข้าไปในห้อง แกไม่มีอะไรจะปิดบัง เรือนร่างมหึมาของผู้ตายนอนสงบ ไม่รับรู้สายตาตกตะลึงของเพื่อนสนิทอย่างณพชัย สุภาวดี หัวหน้ากองบรรณาธิการ และเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่ที่เคยสรวลเสเฮฮาด้วยกัน

เรือนร่างที่ทุกคนจ้องมองด้วยสายตาตื่นตระหนกในนาทีนี้ อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าอาจเปลี่ยนขนาดไปอีก

ไม่เพียงแขกจากที่อื่น ผู้จัดการนิติบุคคล แม่บ้านสองนาง และช่างซ่อมบำรุงอีกหนึ่งนายก็ทำทีมาเป็นแขกร่วมฟังสวดอภิธรรม แท้จริงพวกเขามาสืบข่าว ด้วยดวงตาสอดรู้สอดเห็น และด้วยริมฝีปากช่างนินทา แล้วเขาและเธอเหล่านั้นก็แพร่กระจายสิ่งอัศจรรย์ที่ได้พบเห็นไปสู่คนอื่นๆ

 

ชุดกระโปรงยาวผ้ามันเรียบลื่นซึ่งถูกสวมเข้าไปด้วยความพยายามอย่างหนักของสองพ่อลูกห่อร่างสุพรรณิการ์ไว้อย่างมิดชิด กว่าจะทำอย่างนั้นได้ต้องออกแรงดึงทีละน้อยจากปลายสุดของแผ่นหลังจนกระทั่งถึงข้อเท้า ผ่านน้ำหนักหลายร้อยโลซึ่งกดทับ สุดท้ายชุดกระโปรงยาวสีขาวนวลขนาดผ้าคลุมรถเก๋งก็กลายเป็นอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของสุพรรณิการ์

รุ่งเช้าของวันที่ห้าหลังการเสียชีวิต ร่างกายทุกส่วนของสุพรรณิการ์เหมือนหยุดพัฒนาการไปอย่างสิ้นเชิง ยกเว้นเส้นผมซึ่งยังงอกยาว และเล็บเท้าเล็บมือซึ่งขยายใหญ่โตขึ้นตามร่างกาย สมพลยืนวัดขนาดของลูกสาวด้วยสายตา แล้วหันมองรอบห้องด้วยสายตากังวล ไม้กระดานที่เขาสั่งซื้อไว้แต่แรกอาจไม่พอ โลงศพอาจต้องเสริมเหล็กเข้าไปเพื่อให้รองรับน้ำหนักซึ่งแกไม่อาจประเมินได้ถูกต้อง ไม่มีทางเลือกอื่น แกจะต้องก่อประกอบกันขึ้นภายในห้องนี้ แต่ปัญหาหนักหน่วงที่ยากจะหาทางออกยังตรองไม่ตก

ประตูห้องกว้างแปดสิบสี่เซนติเมตร ช่องทางเดินกว้างเมตรกับห้าสิบเซน ประตูลิฟต์ก็แคบแค่เจ็ดสิบหกเซนติเมตร ตัดประตูทางลงบันไดหนีไฟไปจากทางเลือก คิดคำนวณกี่ตลบทุกช่องทางล้วนไม่อาจนำพาลูกสาวของแกผ่านออกไปได้

สมพลยังคิดเผื่อไว้ล่วงหน้าหากการเจรจาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คำร้องขอของแกได้รับการตอบสนองด้วยความเข้าอกเข้าใจ รถบรรทุกสิบล้อสักคันคงสามารถพาลูกสาวของแกกลับบ้านเกิด ในเมื่อทางวัดและเมรุสำหรับฌาปนกิจไม่ใช่สถานที่เหมาะสมอีกต่อไป ลูกสาวที่น่าสงสารของแกคงได้นอนสงบอยู่เคียงข้างมารดาผู้ให้กำเนิด

ประตูห้องและผนังส่วนหนึ่งต้องถูกเจาะทำลายเพื่อเปิดทางออก ส่วนช่องทางเดินแกไปยืนกะดูด้วยสายตาหลายรอบ หากเลื่อนโลงศพน้ำหนักมากๆ ผ่านไปคงต้องตะแคงข้าง อาจหนุนด้วยลูกล้อเพราะไม่อาจแบกหามได้ ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถผ่านประตูลิฟต์ที่ทั้งแคบและเล็ก ผนังอาคารที่แทรกด้วยหน้าต่างกระจกช่องเล็กๆ ตรงนี้เองเป็นปราการเปราะบางที่สุด แค่เจาะส่วนที่เป็นซีเมนต์ทะลายเปิดช่องให้กว้างก็น่าจะสามารถหย่อนร่างสุพรรณิการ์ในโลงไม้ลงข้างล่างสู่รถบรรทุกที่มาจอดรอรับ

แกคงจะต้องออกแรงเจรจากับเจ้าของร่วมก่อนลงมือกระทำการใดๆ ค่าเสียหายที่จะซ่อมแซมกลับมาใหม่ก็คงไม่ใช่น้อย แต่สถานการณ์บีบบังคับไม่มีทางเลือกอื่น

พวงชมพูถูกทิ้งไว้ตามลำพังในห้องนอน เธอง่วนอยู่กับหนังสือของสุพรรณิการ์ซึ่งล้นตู้ไม้ออกมาวางซ้อนกันไว้ติดผนัง พลิกดูรูปภาพในหน้านิตยสาร บ้างก็หยุดอ่านเป็นบางหน้า ทุกครั้งที่หยุดมือที่พลิกหน้าหนังสือและเบนสายตาจ้องผนัง พวงชมพูนึกถึงพี่สาวผู้จากไป

ชมนาดบรรจงคลุมผ้าผืนใหญ่ให้พี่สาวของเธออีกครั้ง จากการสัมผัสผิวเนื้อ ถึงแม้เย็นเยียบแต่สุพรรณิการ์ยังดูเปล่งปลั่งเหมือนคนนอนหลับ ใบหน้ายังเอิบอิ่ม อาจารย์หมอคอยให้คำปรึกษาเรื่องน้ำยาซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อสรีระที่เปลี่ยนไปของผู้ตาย รองศาสตราจารย์หญิงย้ำกับชมนาดหลายครั้งว่าหากไม่เห็นด้วยตาก็ไม่อยากเชื่อว่านี้เป็นเรื่องจริง ไม่เพียงเนื้อหนังที่ขยายใหญ่ กระดูกข้างในก็เหมือนเจริญเติบโตตามไปด้วย หากย้อนกลับไปเมื่อสมัยยังสาวหรือบรรจุสอนเป็นอาจารย์ใหม่ๆ ด้วยไฟทางวิชาการที่ยังแรงจ้า รองศาสตราจารย์หญิงบอกกับลูกศิษย์ว่าฉันคงไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้ผ่านเลยไปโดยที่ยังไม่ได้ผลพิสูจน์ แต่ตอนนี้ฉันอายุเกินหกสิบแล้ว

งานสวดอภิธรรมผ่านไป ไม่มีการบรรจุศพ สัปเหร่อที่สมพลติดต่อไว้เข้ามาดูขนาดของผู้ตายแล้วถึงกับส่ายหัวไปมาแล้วบอกว่าคงต้องใช้คนเป็นโหลช่วยกันยก แต่โลงศพก็ต้องทำขนาดใหญ่พอที่จะหย่อนรถเก๋งขนาดมินิคูเปอร์ลงไปได้คันหนึ่ง

ห้องรับแขกของลูกสาวบนเนื้อที่หกสิบตารางเมตร เพียงพอให้สมพลนำไม้และเหล็กที่สั่งซื้อไว้แล้วเข้ามาประกอบโลงศพขนาดยักษ์ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การยกร่างของสุพรรณิการ์ลงไปนอนแล้วตอกฝาปิดตาย หากอยู่ที่เมื่อผ่านประตูและกำแพงห้องที่พังทลายลงแล้วจะเดินทางต่อไปอย่างไร

สมพลคำนวณค่าใช้จ่ายในใจ เขาเองก็เหลือเงินเก็บอยู่เพียงเล็กน้อย บัญชีของลูกสาวผู้จากไปก็เหลือค้างในธนาคารไม่ถึงห้าหมื่นบาท แกหันไปหารือกับลูกสาวคนรอง

สีหน้าชมนาดยังคงเศร้าสร้อย สบตากับผู้เป็นพ่อแล้วตอบคำถามแผ่วเบา “เงินเดือนหนูบวกค่าเข้าเวรแล้ว ก็คงได้รับเท่ากับเดือนก่อนๆ รับมาแล้วหนูก็ให้พ่อไปเกือบหมด”

สมพลนึกถึงรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ ตอนนี้น้องชายยืมไปใช้ หากจำเป็นถึงขั้นเงินไม่พอจัดงานศพอันยุ่งยากของลูกสาว แกอาจจะต้องขายทอดตลาด

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น วันก่อนชมนาดให้เบอร์ณพชัยและบันทึกชื่อเขาไว้ หลังสวดอภิธรรมคืนสุดท้าย ช่างภาพหนุ่มโทรมาสอบถามด้วยความเป็นห่วงถึงปัญหาต่างๆ ชมนาดตอบไปว่าทุกอย่างแล้วแต่พ่อจะตัดสินใจ

เขาย้ำกับเธอก่อนวางสาย “ถ้ามีปัญหาที่แก้ไม่ตกเพิ่มมา บอกผมด้วย บางทีผมอาจพอช่วยคิดได้บ้าง”

ชมนาดกดรับ รายงานณพชัยถึงสถานการณ์เรือนร่างของพี่สาวที่เหมือนจะคงที่แล้ว ไม่ใหญ่โตหรือขยายกว้างไปจากวันก่อน ปัญหาต่างๆ เธอกับพ่อกำลังหาทางแก้ไข สุดทายเธอไม่ลืมขอบคุณในความหวังดีของอีกฝ่าย

“หากผมพอจะช่วยคิดอะไรได้บ้าง” ณพชัยกล่าวทิ้งท้าย

 

……………………………………


 อ่านทุกตอนคลิ๊กที่รูป 

2 ความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here