Unseen พีระมิดขอม… ปราสาทเกาะแกร์

-

“อรุณซัวซะเดย” สวัสดียามเช้าครับ คุณผู้อ่านที่น่ารัก ขอเปิดด้วยคำทักทายภาษาเขมร เพราะเดือนมกราคมที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน ทริปคาราวานรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ในกิจกรรม ‘CR-V Reach Out ก้าวออกไป ให้ไกลกว่าจินตนาการ’ บนเส้นทางสู่อารยธรรมแห่งลุ่มน้ำโขงทั้งสามประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร พร้อมสัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตอันงดงามของชุมชนแถบลุ่มแม่น้ำโขง

 

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณบริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่จัดกิจกรรมท่องเที่ยวสุดพิเศษ พาลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ และสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่พร้อมท่องเที่ยวในครั้งนี้ ทริปนี้ทางฮอนด้าจะเชิญสื่อมวลชนในสายยานยนต์เป็นหลัก มีผมเพียงคนเดียวที่เป็นสายท่องเที่ยวก็ว่าได้

 

กิจกรรมการเดินทางในครั้งนี้ สำหรับสื่อมวลชนแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มแรกเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายแรกที่จังหวัดสระแก้ว ก่อนข้ามพรมแดนไทยสู่ประเทศกัมพูชา ท่องเที่ยวชมโบราณสถาน อาทิ ปราสาทนครวัด และปราสาทนครธม เมืองเก่าแก่ที่มีปราสาท พระราชวัง และประติมากรรมงดงามจำนวนมาก แต่ผมไปกลุ่มที่สองครับ กลุ่มแรกกลับวันที่ผมไปพอดี พูดง่ายๆ ว่ากลุ่มแรกขับไป กลุ่มสองขับกลับนั่นเอง

ผมลงเครื่องบินไฟลท์ประมาณสิบเอ็ดโมงที่สนามบินเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา หรือที่เราคุ้นหูในชื่อเมืองเสียมเรียบนั่นเอง แวะรับประทานอาหารกลางวันที่บริเวณนครวัด และเดินทางต่อไปยังจุดหมายแรกของทริปนี้คือ ปราสาทเกาะแกร์ เมืองที่ถูกซ่อนอยู่ในป่ามาเป็นเวลานาน และตั้งอยู่ไม่ไกลจากนครวัด แต่ถนนเขาใช้ความเร็วได้ไม่มาก คือทางยังไม่ดีเท่าบ้านเรา เป็นถนนสองเลนวิ่งสวนกัน ช่วงออกจากเขตเมืองผมเรียกของผมเองว่าถนนข้าวหลาม เพราะสองข้างทางมีข้าวหลามขายเยอะ สงสัยคนเขมรคงชอบกินข้าวหลามกระมัง คล้าย ๆ ซุ้มขายหนูนาหรือปลาสลิดของบ้านเราครับ

ปราสาทเกาะแกร์มีรูปทรงคล้ายพีระมิด มีบันไดขนาดเล็กทอดขึ้นไปราวกับเป็นมรรคาสู่สวรรค์ ทริปนี้เราโชคดีที่อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ มาเป็นวิทยากรนำชม ทำให้ได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมความสวยงามตระการตา

เกาะแกร์เป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองช่วงเวลาหนึ่งในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 เมื่อทรงย้ายศูนย์กลางอำนาจตามประเพณีนิยมที่กษัตริย์มักสร้างเมืองใหม่ ( ค.ศ. 921) เพื่อแสดงถึงบารมี ก่อนถูกทิ้งร้าง เนื่องจากไม่อาจทนการต่อต้านของกลุ่มอำนาจเก่าในราชสำนักได้ เกาะแกร์จึงเป็นเมืองหลวงได้เพียง 20 ปีเท่านั้น แต่รูปแบบสถาปัตยกรรมอันน่าตื่นตะลึงยังเป็นมรดกให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสชื่นชมจนถึงวันนี้

อาจารย์เผ่าทองยังบอกอีกว่า เทวสถานแห่งนี้สร้างเพื่อบูชาเทพพระศิวะตามพิธีกรรมทางศาสนาฮินดู ดังปรากฏหลักฐานที่จุดยอดของพีระมิดมีฐานตั้งศิวลึงค์ขนาดใหญ่ ทั้งยังมีฐานสี่เหลี่ยมสัญลักษณ์แทนโยนี ตามแท่นพิธีสูงสุดในการหลั่งน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งศิวเทพสู่ท้องน้ำเบื้องล่างให้ผู้คนได้ดื่มกินเพื่อสิริมงคลตามวิถีของฮินดู

พีระมิดแห่งนี้มีความสูงเจ็ดชั้น เป็นรองแค่นครวัดเพียงแห่งเดียว มีทางขึ้นสี่ด้าน แต่มีด้านเดียวที่มีบันไดไม้ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวใจถึงใช้ยึดเกาะปีนขึ้นสู่ด้านบนของพีระมิดสูงใหญ่ เพราะสภาพโครงสร้างไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไหร่นัก นักท่องเที่ยวที่กลัวความสูงจึงมักอดเห็นความงามอันยากจะบรรยาย แต่ไม่ต้องห่วงเพราะผมเก็บภาพมาฝากแล้วครับ

บอกได้คำเดียวว่าผมขนลุกเมื่อก้าวเข้าไปในเขตโบราณสถานแห่งนี้ เพราะความสวยงามและความเป็นธรรมชาติ มีเพียงเสาไม้ที่ดามหินไว้ไม่ให้ล้มเท่านั้น นอกนั้นพยายามคงเอกลักษณ์ของปราสาทให้มีสภาพเดิมไว้ ผมชื่นชมครับ เพราะในบ้านเรากลับตรงกันข้าม ชอบสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกมาบังสายตาทำให้เสียความงามตามทัศนียภาพไปหลายจุด อ้อ ค่าเข้าชมประมาณคนละ 10 เหรียญสหรัฐ หรือ 300 บาท เท่านั้นครับ

 

 

 

 

 

 

บอกเลยทริปนี้ไปหลายสถานที่ ทั้งแหล่งธรรม
ชาติและสถาปัตยกรรมโบราณ เอาเป็นว่าเจอกันอีกหลายตอนนะจ๊ะ ออกจากเสียมเรียบแล้วผมจะพาไปไหนต่อ ขออุบไว้ก่อน ฉบับหน้าเจอกันครับ
“ทิวาซัวซะเดย” สวัสดีครับ

 


คอลัมน์ : เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า
เรื่องและภาพ : เปรียบตะวัน จันทรวาริณ

All Creative Team

Writer

ร่วมสร้างสังคมอุดมปัญญา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

RELATED POSTRELATED
Recommended to you

error: Don\'t copy !!!