ชีวิตเล็กๆ ของผม
……….

            ตั้งแต่จำความได้ ผมก็เกิดขึ้นมาที่นี่ ในห้อมล้อมของเสื้อผ้ามนุษย์เก่าๆ แต่อุ่นและนุ่มเหมาะกับการซุกตัวขดนอน ยิ่งถ้าเวลาที่แม่อยู่ด้วย ได้ดื่มกลืนน้ำนมอุ่นๆ ซุกหัวกับเต้านมแม่ในขณะที่มีแม่คอยเลียเนื้อตัวทำความสะอาดขนตั้งแต่หัวถึงหาง มันช่างเป็นความสุขเกินจะบรรยาย

แม่เคยบอกว่าในโลกนี้มีแมวตัวอื่นๆ อีกมาก แม่แมวตัวอื่นมักจะมีลูกทีละหลายตัว ไม่เหมือนผม ที่แม่คลอดออกมาแค่ตัวเดียว เลยไม่มีพี่น้องคอยเล่นด้วยแก้เหงา บ้านทั้งหลังที่เราอาศัยใช้เป็นที่กินที่นอนอยู่อย่างทุกวันนี้ก็เป็นแค่บ้านร้างหลังหนึ่ง

โลกทั้งใบของผมคือบ้านหลังนี้ มันกว้างขวาง และมีอะไรอีกมากมาย แต่แม่บอกว่าโลกจริงๆ อยู่ข้างนอก หลังประตูและหน้าต่างที่ส่องสว่างในเวลากลางวัน

ผมไม่อยากรับรู้ อยากอยู่แต่ที่นี่ ที่ที่มีแต่แม่และผม แม่บอกว่าแมวที่เกิดมาโชคดีจะมีคนเลี้ยง มีอาหารกินครบมื้อ เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ได้รับความรัก อุ้ม กอดอยู่อย่างสม่ำเสมอ พวกเราเป็นแมวที่ต้องดูแลตัวเอง

พอผมโตพอที่จะเดินไปมาเองได้ แม่ก็สอนให้ผมเดินออกจากตัวบ้าน แต่ยังอยู่ในรั้วบ้านจับหนู จับแมลงสาบ เลียน้ำจากแอ่งน้ำฝนหลังบ้าน หรือน้ำที่ขังในเศษขันพลาสติกแตกๆ บนพื้น แม่บอกว่าให้ผมหัดล่าให้คล่อง และกินให้ได้ทุกอย่างถึงจะเอาชีวิตรอดได้ที่ข้างนอกนั่น ต้องกินของจากถังขยะ เศษของกินข้างทาง หรืออะไรก็ตามที่มนุษย์หยิบยื่นให้เรา

สอนให้ทำดีกับมนุษย์ผู้หญิงที่ทำท่าทางเป็นมิตรกับเราเพราะนั่นคือแหล่งอาหาร และถ้าโชคดีอาจจะเป็นนางฟ้าที่จะอุ้มเราไปเลี้ยงดูแลไม่ให้ต้องลำบากอีก

แม่คาบเศษอาหารที่แตกต่างกันไปมาให้ผม ผมกินทุกอย่างไม่ว่ามันจะรสชาติเป็นยังไงและรีบเติบโตตามที่แม่บอก รีบเอาตัวรอดให้ได้เร็วที่สุด

แม่สอนให้ผมวิ่งหนีเสียงดัง อันตรายมีมากมายจากทั้งสัตว์อื่นและรถ แม่เล่าถึงหมา สัตว์ที่โตกว่าเราและมีเขี้ยวแหลมคม เห่าเสียงดังจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น มันกัดเราแรงๆ ทีเดียวก็ทำให้เราตายได้

ช่วงนี้ที่ผมแข็งแรงขึ้นและเริ่มหาอะไรกินเองได้บ้าง แม่ก็ออกจากบ้านไปนานขึ้นทุกที นานๆ กลับมาทีก็มีอาหารมาฝากผม บอกผมว่าใกล้ถึงเวลาที่ต้องออกไปดูแลตัวเอง

จนกระทั่งวันหนึ่ง แม่ก็ออกไปแล้วไม่กลับมาอีกนานมาก

คืนหนึ่งขณะที่ผมจะลองออกไปข้างนอกบ้าน ทั้งที่ยังกลัวๆ แต่ความหิวก็บีบบังคับจนไม่มีทางเลือก

ทันใดนั้นเอง ผมได้ยินเสียงประตูบ้านเปิดออก ผมตกใจวิ่งไปซ่อนที่ซอกตู้โชว์ เห็นมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่ง เดินโซเซเข้ามาในบ้าน ทำท่าทางเหมือนบาดเจ็บ โผตัวมานอนบนโซฟาที่แม่คลอดผม หอบเหนื่อยแล้วก็หลับไป

ผมแอบย่องออกมา จ้องมองเขา เขาเป็นเพศผู้ แต่ก็ดูใจดี และดูไม่ค่อยอันตรายนัก คืนนั้นอากาศหนาว และผิวเนื้อมนุษย์ก็มีความอบอุ่นอย่างที่แมวชอบ หลายวันแล้วที่แม่ไม่กลับมา ในขณะที่ผมกำลังโหยหากลิ่นและสัมผัสจากเลือดเนื้อ ลมหายใจของใครสักคน

เช้าวันรุ่งขึ้น ชายแปลกหน้าปลุกผมที่แอบไปซุกหาความอบอุ่นที่ข้างเอวของเขา ท่าทางเขาประหลาดใจ ประหลาดใจในทางที่ดี “เอ้า เหมียวน้อย มายังไงเนี่ย แม่แกไปไหน”

ผมจ้องหน้าเขาตอบตาแป๋วแบบที่แม่สอน ร้องเสียงเล็กๆ เบาๆ เหมือนที่ร้องเวลาแม่มา บอกเขาว่าผมหิวแล้ว ผมหิวจริงๆ ยิ่งได้ซุกที่อุ่นๆ แบบนี้ยิ่งหิวเพราะคิดถึงแม่และนมแม่

เขาวางผมบนโซฟา บอกให้รอก่อน แล้วก็เดินกะเผลกออกจากบ้านไป ก่อนกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมข้าวของตัวเอง และตับไก่ย่างสำหรับผม

เขาเอาคลุกข้าวแบ่งให้ ผมกินจนพุงกางแล้วก็หลับไปบนตักเขา

ตอนนี้ผมมีความสุขจัง ดีแล้ว ให้เขามาอยู่ที่นี่แหละ ผมจะได้ไม่ต้องออกไปไหนอีก

เราอยู่กันแบบนั้นอีกหลายวัน ดูเหมือนเขาพยายามหลบซ่อนอะไรบางอย่าง บางวันเขากลับมาพร้อมอาหาร แต่บางทีก็มีบาดแผล บางวันเขาไปหลบอยู่ในห้องน้ำหลังบ้านนานเหมือนกลัวใครจะมาพบ

เช้าวันหนึ่ง ผมออกไปเดินดมหาอะไรเล่นที่ลานหน้าบ้าน เด็กผู้หญิงข้างบ้านออกมาเจอผมเข้าและดูท่าทางชอบ เด็กทำผมตกใจเพราะบีบตัวผมแรงเกินไปจนหายใจไม่ออก

ผมเผลอข่วนเธอเข้าเพราะอยากให้เธอปล่อย ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเธอเลยจริงๆ สาบานได้

เด็กหญิงร้องไห้ด้วยความตกใจแล้ววิ่งหายเข้าบ้านไป

แต่ดูเอาเถอะ ขนาดผมทำให้ลูกของเธอเจ็บ แม่ของเธอก็ยังออกมาตามหาผม ร้องเรียกให้ผมไปกินข้าวคลุกปลา มันหอมและอร่อยมากจริงๆ

ผมรีบกินจนปากคอสั่น ตัวสั่นไปหมด เลียกินจนเกลี้ยงจาน เธอดีกับผมจนผมเสียใจที่เผลอข่วนลูกสาวของเธอ

ระหว่างนั้นแม่ก็กลับมา แม่บอกว่าถูกหมากัดเลยกลับมาไม่ได้เสียนาน แม่คาบอาหารมาฝากเป็นไก่ย่างทั้งน่องเลยและยอมนอนให้ผมกินนมแม่อีกครั้ง เลียหัวผมด้วยความรักเหมือนเมื่อก่อนเปี๊ยบ

ผมเล่าให้แม่ฟังเรื่องผู้ชายกับข้าวคลุกตับไก่ย่าง และสักพักผู้ชายคนนั้นก็กลับมา มีแผลที่ท้องเลือดชุ่ม เขายิ้ม ทักทายแม่ผม และอุ้มผมขึ้นไปกอด บอกผมว่าแกเป็นแมวน่ารัก ชาติหน้าถ้าเกิดเป็นคน อย่าริเป็นโจรอย่างเขา มันไม่ดี ดูสิ โดนยิงพุงเป็นรูเลย

คืนนั้นและคืนต่อๆ มา ผมมีความสุขที่สุด

ไม่มีใครต้องออกไปที่ข้างนอกนั่นอีก ไม่มีหมา ไม่มีปืน ไม่มีนางฟ้าที่เอายาเบื่อคลุกข้าวให้ลูกแมวกินอีกต่อไป

ผมภาวนาให้เราได้อยู่ด้วยกันนานที่สุด

ก่อนที่จะมีใครสักคนได้กลิ่นซากแม่ผมที่โดนหมากัดแล้วกระเสือกกระสนกลับมาหาผมจนขาดใจตายอยู่หลังประตูหน้าบ้าน

หรือกลิ่นผู้ชายใจดีที่นอนหลบซ่อนอยู่ในห้องน้ำหลังบ้านจนเสียเลือดตายอย่างโดดเดี่ยว ส่วนซากศพผมที่นอนสบายกลางกองอ้วกอยู่บนโซฟาอาจจะไม่ส่งกลิ่นมากนักหรอกมั้ง เพราะผมตัวเล็กนิดเดียว

ตอนที่ผมตายเพราะยาเบื่อหนู ผมเพิ่งจะอายุเดือนครึ่งเท่านั้นเอง ตัวเล็กกว่าหนูท่อเสียอีก  แถมยังผอมกะหร่องเสียด้วย #.

นทธี ศศิวิมล
เกิดและเติบโตที่ อ.เมือง จ.ตาก ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เขียนหนังสือได้หลายแนวทั้งนิยาย นิทาน เรื่องสั้น วรรณกรรมเด็ก เรื่องแนวสยองขวัญได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ มีการแปลและวางขายในต่างประเทศ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here