◊ แฮ็กเกอร์มหาประลัย (5) ◊
……………….

แม้ “ไชนีส แร็ปเตอร์” จะเป็นเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงและนักบินจะมีสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดจากอันตรายก็ตาม แต่เนื่องจากจรวดประทับบ่าของศัตรูถูกยิงเข้าใส่ในระยะประชิดโดยไม่คาดฝัน การพลิกตัวหลบอาวุธของฝ่ายตรงข้ามจึงช้าเกินไปเพียงเสี้ยววินาที และนั่นจึงทำให้มฤตยูที่แหวกอากาศขึ้นมาจากเรือสเตลล์พุ่งเข้าชนแพนหางของเครื่องบินขับไล่อย่างแม่นยำ

                 ตูม! บึ้ม!

เสียงระเบิดดังกึกก้องพร้อมด้วยลูกไฟสว่างวาบในตำแหน่งที่จรวดปะทะเป้าหมายอย่างถนัดถนี่

อานุภาพของมันทำให้ไชนีส แร็ปเตอร์ หมุนคว้างกลายเป็นเหยี่ยวปีกหักที่กำลังจะร่วงลงจากเวหา

                 “เมย์เดย์! เมย์เดย์!… เราถูกยิง!”

นักบินจีนกรอกเสียงใส่วิทยุเร็วปรื๋อก่อนจะกระชากคันบังคับฉุกเฉินด้วยสัญชาตญาณ ยังผลให้ฝาครอบห้องนักบินปลิวหลุดเกือบจะพร้อมๆ กับที่เก้าอี้นั่งนักบินทั้งสองตัวจะถูกจุดระเบิดด้วยระบบ “อีเจ็ค” หรือการดีดตัวอัตโนมัติในพริบตาอันต่อเนื่อง

                 ปึ้ง! ปึ้ง!

ด้วยพลังขับของดินปืนที่ถูกจุดชนวนทำให้ธงอินทร์กับเรือเอกเหวินหลงลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบนในบัดดลเดียวกับที่ไชนีส แร็ปเตอร์ควงสว่างลงสู่เบื้องล่างก่อนจะพุ่งเข้าปะทะกับผืนน้ำแล้วระเบิดดังสนั่น

                 ตูม!

เครื่องบินทั้งลำแตกกระจายเกือบจะพร้อมๆ กับที่ร่มชูชีพกางพรึ่บก่อนที่ธงอินทร์และเหวินหลงจะลอยต่ำลงมาเป็นลำดับจนดูเหมือนว่าท้องทะเลสีครามกำลังพุ่งสวนขึ้นมา

ธงอินทร์จึงจ้องมองลงไปรอจังหวะที่จะ “ปลดร่ม” ออกจากตัวตามที่เคยฝึกมา

และเมื่ออยู่ห่างจากผืนน้ำประมาณ 10 ฟุต ธงอินทร์ก็หมุนสลักนิรภัยของสายร่มที่อยู่กลางลำตัวทันที

กริ๊กเดียวทุกอย่างก็หลุดจากกัน ยังผลให้ร่างในชุดนักบินของธงอินทร์หล่นตูมลงสู่ทะเลจนผิวน้ำแตกกระจาย ขณะที่ร่มชูชีพที่ปราศจากน้ำหนักค่อยๆ ลอยหล่นตามลงในตำแหน่งที่ห่างออกไปไม่มากนัก

และเมื่อธงอินทร์เหลียวมองสิ่งที่เห็นก็ทำให้โล่งใจ เมื่อห่างออกไปไม่มากนักปรากฏให้เห็นร่มชูชีพของเหวินหลงกำลังลอยลงสู่ทะเลเช่นกัน

แต่ความรู้สึกโล่งใจของธงอินทร์ก็ต้องมลายไปอย่างฉับพลัน ในทันทีที่สายตามองเห็นเรือยางลำเล็กแล่นออกมาจากเรือสเตลล์ด้วยความเร็วสูงจนคลื่นทะเลที่หัวเรือแตกเป็นฝอยขาว

แว่บแรกที่เห็นธงอินทร์ก็รู้ได้ในทันทีว่าคนบนเรือยางไม่ได้มาดีเพื่อช่วยเหลือนักบินที่โดดร่มลงน้ำอย่างแน่นอน

เพราะชายฉกรรจ์ในชุดหมีซึ่งอยู่บนเรือยางทุกคนมีอาวุธครบมือและกำลังเล็งปากกระบอกเข้าหาเป้าหมายที่กำลังลอยคอในลักษณะที่บอกให้รู้ว่าพร้อมจะลั่นไกปล่อยกระสุนออกมาได้ทุกเมื่อ

“เรื่องคงยาวแน่แบบนี้!”

ธงอินทร์บอกกับตนเองเช่นนั้น ขณะที่อยู่ในอาการสงบเหมือนกับยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะตามมาแต่โดยดี

“ขึ้นมา… อย่าขัดขืน! ไม่งั้นตาย!”

คนบนเรือยางร้องสั่งก่อนจะโยนเชือกให้ธงอินทร์จับเพื่อดึงขึ้นจากน้ำ จากนั้นจึงพันธนาการนายทหารชาวไทยด้วยการจับมัดมือไพล่หลัง

อึดใจต่อมา นักบินไชนีส แร็ปเตอร์ อีกคนก็ถูกเก็บขึ้นจากทะเลในลักษณะเดียวกัน ทำให้ธงอินทร์กับนายทหารชาวจีนได้พบกันอีกครั้ง

“ผู้พัน… ดีใจด้วยที่คุณปลอดภัย”

“หุบปาก!“

คนคุมเรือยางกระแทกพานท้ายปืนเข้าใส่หลังของเหวินหลงอย่างแรง

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น! เวลานี้แกสองคนเป็นเชลยของเราแล้ว!”

 

                 ห้องประชุมฉุกเฉิน ฐานทัพเรือภูเก็ต กองทัพเรือภาคที่ 3

16 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุร้าย

“ทั้งหมด… ตรง!”

คำสั่งที่หลุดจากปากนายทหารยุทธการทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมไม่เว้นแม้แต่นายทหารชั้นนายพลเรือต่างลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อยืนขึ้นแล้วก้มศีรษะทำความเคารพพลเรือเอกปราการซึ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเช่นเดียวกับบุรุษร่างใหญ่ในเครื่องแบบทหารเรือของกองทัพจีน

“เชิญนั่งครับ”

แม่ทัพเรือกล่าวพร้อมกับพยักหน้าก่อนจะหย่อนกายลงบนเก้าอี้หัวโต๊ะ ขณะที่นายทหารจากแผ่นดินใหญ่นั่งลงบนเก้าอี้ด้านขวา

“ก่อนอื่นผมขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับนายพลลีจิ้นเหลียว ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีลีเจียงให้บินด่วนมาเมืองไทย อันเนื่องมาจากกรณีการยิงอาวุธปล่อยมีข้อผิดพลาดจนทำให้ต้องสูญเสียไชนีส แร็ปเตอร์ ไปถึงสองเครื่อง”

เมื่อผู้บัญชาการทหารเรือพูดจบ นายพลจากแผ่นดินใหญ่ก็ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการตอบรับ

“ตอนที่ผมไปรับท่านนายพลมาจากสนามบิน เราได้คุยกันบ้างแล้วเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางจีนมีข้อมูลในเชิงลึกมากชนิดที่ผมคาดไม่ถึง”

พลเรือเอกปราการเว้นระยะไปนิดหนึ่ง ขณะที่กวาดสายตาไปยังบรรดานายทหารระดับสูงของ ทร.

“ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนได้ทราบข้อมูลพร้อมๆ กัน อันจะนำไปสู่การวางแผนแก้ไขสถานการณ์และช่วยเหลือคนของเรากลับคืนมา”

พูดจบ พลเรือเอกปราการก็หันไปทางนายพลลีจิ้นเหลียวอีกครั้ง

“เชิญครับ ท่านนายพล”

“ขอบคุณครับผู้บัญชาการ”

ผู้มาเยือนยิ้มเครียดๆ ก่อนจะกดไมค์ที่อยู่ตรงหน้าตนเองแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ผมเชื่อว่าทุกท่านในที่นี้กำลังวิตกกังวลกับวิกฤตการณ์ร้ายแรงซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในภูมิภาคของเรา จนทำให้นายทหารของไทยและของจีนต้องตกเป็นเหยื่อของการกระทำที่มุ่งหวังผลประโยชน์ทางการเมืองระดับโลก”

ที่ประชุมเงียบกริบ สายตาทุกคู่จ้องมองมายังนายทหารระดับสูงจากแผ่นดินใหญ่เป็นจุดเดียว

“ในฐานะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ผมขอนำคำกล่าวของท่านประธานาธิบดีลีเจียงที่มีต่อสภาความมั่นคงและกองทัพแห่งชาติมาแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า เมื่อมิตรของเราเผชิญกับภัยคุกคามที่มีศักยภาพเหนือกว่า ขอให้ใช้ทุกองคาพยพปกป้องมิตรและจัดการกับภัยคุกคามนั้นให้สิ้นซาก”

เมื่อเห็นนายทหารระดับสูงของราชนาวีไทยนิ่งฟังอย่างสนใจโดยไม่พูดอะไรออกมา นายพลลีจิ้นเหลียวจึงกล่าวต่อไป

“ทุกท่านคงทราบดีแล้วว่าเมื่อ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่นายกรัฐมนตรีอยู่บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ฝ่ายตรงข้ามได้แฮ็คระบบควบคุมอาวุธปล่อย C-802 บังคับให้เปลี่ยนทิศทางโคจรเพื่อพุ่งชนเรือ”

“แต่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละของนักบินไชนีส แร็ปเตอร์ เรือเอกหญิงหลินชิงเสียง จึงยอมเสี่ยงชีวิตนำเครื่องเข้าขวางให้อาวุธปล่อยพุ่งชนจนสามารถปกป้องเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์และผู้นำของไทยไว้ได้”

พูดจบ นายพลลีจิ้นเหลียวก็เปลี่ยนสายตาไปยังคนที่ถูกระบุซึ่งนั่งอยู่ท้ายห้องประชุมทางด้านซ้ายของคมจักร

“ผมจึงขอถือโอกาสนี้ประดับเหรียญเกรทไชนีส สตาร์ ซึ่งเป็นอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของกองทัพจีนให้แก่นายทหารผู้นี้ต่อหน้าพวกท่านทุกคน”

ถ้อยคำนั้นทำให้หลินชินเสียงแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน หญิงสาวหันไปมองหน้าคมจักรขณะที่นายพลลีจิ้นเหลียวร้องบอกอีกครั้ง

“เชิญ ผู้กองหลิน”

หากคมจักรไม่กระตุกแขนเตือนสติ หลินชิงเสียงคงจะไม่ลุกขึ้นพร้อมๆ กับเสียงปรบมือจากทุกคนที่อยู่ในห้องประชุม

“ยินดีด้วยผู้กอง”

คมจักรตบสีข้างหญิงสาว

“ไปเลยครับ… ท่านนายพลรออยู่”

ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องยาวนาน หลินชิงเสียงสาวเท้าตรงไปยังหัวโต๊ะด้านหน้าห้องประชุมในตำแหน่งที่นายพลลีจิ้นเหลียวยืนรออยู่

เมื่อไปถึงหลินชิงเสียงก็ยืดอกชิดเท้าตรงก้มศีรษะทำตามเคารพเกือบจะพร้อมๆ กับที่ทุกคนในห้องประชุมลุกขึ้นยืนเพื่อให้เกียรติแก่นักบินหญิงผู้กล้าหาญ

“ผู้กอง…”

นายพลอาวุโสเหยียดยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกขณะที่หยิบเหรียญประดับแพรแถบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

“กองทัพจีนภูมิใจในตัวคุณ… สิ่งที่คุณทำไม่เพียงเพื่อผดุงไว้ซึ่งเกียรติภูมิของกองทัพจีนเท่านั้น แต่ยังเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติไว้ด้วย”

“ขอบพระคุณค่ะ”

หญิงสาวตอบแล้วชิดเท้าตรงอีกครั้งก่อนจะเชิดหน้ายืดอกให้ผู้บังคับบัญชาของตนประดับอิสริยาภรณ์ลงเหนือกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย

“ยินดีด้วยสำหรับเหรียญกล้าหาญและยินดีอีกครั้งสำหรับการรอดชีวิตของคุณ”

นายพลร่างใหญ่พูดเสียงเข้ม

“แต่ภารกิจของคุณยังไม่จบ เพราะคุณจะต้องเสี่ยงชีวิตอีกครั้งเพื่อช่วยเพื่อนร่วมชาติของเรากลับมาให้ได้”

“ฉันพร้อมเสมอค่ะ”

“ขอบคุณ… ขอให้โชคดี”

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายก่อนที่นายพลลีจิ้นเหลียวจะยื่นมือให้จับแล้วพยักหน้าเป็นสัญญาณให้กลับไปได้

อึดใจต่อมาหลังจากทุกคนนั่งลงแล้ว บรรยากาศในห้องประชุมก็เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดอีกครั้ง เมื่อประธานคณะเสนาธิการร่วมจากจีนให้ข้อมูลเพิ่มเติม

“หลังจากเสียไชนีส แร็ปเตอร์ เครื่องแรก นักบินของเราอีกคนคือเรือเอกเหวินหลงได้นำเครื่องตามสัญญาณของแฮ็กเกอร์เพื่อค้นหาแหล่งที่มาซึ่งเชื่อมต่อกับสถานีกลางใกล้พื้นที่การฝึก จนกระทั่งพบกับเรือต้องสงสัยซึ่งในเบื้องต้นเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นเรือสเตลล์ไม่ปรากฏสัญชาติ

“เมื่อนักบินนำเครื่องโฉบลงไปพิสูจน์ทราบในระยะใกล้ คนบนเรือได้ใช้อาวุธนำวิถียิงเข้าใส่ทำให้ไชนีส แร็ปเตอร์ ได้รับความเสียหายจนนักบินต้องตัดสินใจดีดตัวออกมา”

ถึงตอนนี้นายพลอาวุโสของจีนเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

“ตามนโยบายของประธานาธิบดีจีน ใครก็ตามที่ทำอันตรายต่อเรือหรือยานพาหนะ ตลอดจนอากาศยานของกองทัพจีน ผู้ที่กระทำเช่นนั้นจะอยู่ในฐานะศัตรูของสาธารณรัฐประชาชนจีน”

“แปลว่าทางจีนจะสนับสนุนเราในการติดตามไล่ล่าเรือสเตลล์ลำนั้นใช่มั้ยครับ”

เสนาธิการทหารเรือเอ่ยขึ้นมาเป็นคนแรก

“เพราะตอนนี้คนของเราก็หายสาบสูญจากการที่ไชนีส แร็ปเตอร์ หมายเลขสองถูกยิงตกด้วย”

“ผู้พันธงอินทร์ไม่ได้สาบสูญครับ แต่เขาถูกจับเป็นเชลย”

“ถูกจับเป็นเชลย”

เสนาธิการทหารเรือทวนคำ

“ท่านนายพลกำลังจะบอกว่าทางจีนมีข้อมูลหรือหลักฐานในเรื่องนี้งั้นหรือครับ”

“ผมขอให้ทุกท่านได้เห็นภาพนี้แทนคำตอบครับ”

พูดจบ นายพลอาวุโสของจีนก็หันไปทางพลเรือเอกปราการและนั่นจึงทำให้แม่ทัพเรือชาวไทยพยักหน้าให้นายทหารจากกรมสื่อสารและเทคโนโลยี

“ชัยยุทธ… เอาภาพที่เราเพิ่งได้รับเมื่อกี้นี้ขึ้นจอ”

“ครับผม”

เพียงอึดใจหลังจากสิ่งที่ปรากฏบนจอขนาดใหญ่บนผนังห้องประชุมก็ทำให้ทุกคนที่ได้เห็นเบิกตากว้างหลุดปากอุทานอย่างลืมตัว

“เรือสเตลล์จริงๆ ด้วย… !”

“ใช่ครับ”

นายพลอาวุโสของจีนพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะพูดต่อ

“ภาพเหล่านี้เราได้จากดาวเทียมของจีนที่โคจรอยู่บนท้องฟ้า ทุกท่านอาจจะไม่ทราบว่าไชนีส แร็ปเตอร์ เป็นเครื่องบินขับไล่ในทศวรรษหน้า มันจึงมีระบบเชื่อมโยงอัตโนมัติกับดาวเทียมบนท้องฟ้า เมื่อใดก็ตามที่นักบินสละเครื่อง ดาวเทียมที่อยู่นอกโลกจะติดตามตำแหน่งของมันทันที”

“อย่างนี้นี่เอง”

เสนาธิการทหารเรืออุทาน

“ทางจีนถึงได้ภาพหลักฐานสำคัญมา”

“ถูกต้องครับ”

นายพลอาวุโสของจีนพยักหน้าอีกครั้ง

“การสูญเสียไชนีส แร็ปเตอร์ แลกกับการได้รู้ว่ามีเรือสเตลล์เข้ามาเพ่นพ่านในภูมิภาคนี้ถือว่าคุ้มค่า เพราะหลังจากติดตามความเป็นไปที่เกิดขึ้น เราจึงได้เห็นว่านักบินของเรากับผู้พันธงอินทร์ถูกจับเป็นเชลยก่อนที่เรือจะแล่นออกไปจากเขตไทย”

“อย่าบอกนะครับว่าทางการจีนใช้ดาวเทียมเกาะติดเส้นทางเดินเรือของสเตลล์จนรู้แล้วว่ามันอยู่ที่ไหน”

“เราไม่ได้แค่รู้อย่างเดียว”

นายพลลีจิ้นเหลียวยิ้มเกรียมๆ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ทุกคนได้ยินแล้วเขม็งตัวขึ้นมาทันที

“เพราะเราจะทำลายมันด้วย!”

 

 

                 ทำเนียบรัฐบาลเวลาเดียวกัน

ทันทีที่รถเมอร์ซิเดสเบนซ์ เลขทะเบียน 29 ซึ่งนำโชคมาสู่นักเลงหวยทั้งประเทศแล่นเข้ามาเทียบหน้าบันได ผู้สื่อข่าวทั้งสายทหารและสายการเมืองต่างกรูกันเข้าไปใกล้จนฝ่ายรักษาความปลอดภัยต้านไม่ไหว

“ท่านนายกคะ การจัดตั้งรัฐบาลคืบหน้าไปถึงไหนแล้วคะ”

“ตามที่มีข่าวว่าการแต่งตั้ง สว. อาจขัดรัฐธรรมนูญ จริงเท็จอย่างไรครับ”

“กรณีเหตุการณ์อาวุธปล่อยมีข้อผิดพลาดเกือบพุ่งชนเรือขณะที่ท่านไปชมการฝึก ผลการสอบสวนเป็นอย่างไรบ้างครับ”

แทนที่จะตอบคำถามนั้น นายกรัฐมนตรีกลับยิ้มแล้วย้อนถามผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ

“ถูกหวยหรือเปล่าล่ะพวกคุณ นายกฯ ไม่เคยคิดว่าเลขทะเบียนจะออกตรงเผงแบบนี้”

และก่อนที่บรรดาผู้สื่อข่าวจะทันได้ตอบคำถาม ผู้นำรัฐบาลก็ยิงมุกตามไป

“อ่าน Animal Farm จบกันไปคนละกี่รอบแล้ว น้ำท่วม กทม. คราวก่อนเป็นยังไงบ้าง นายกฯ บอกแล้วว่าให้ช่วยกันเก็บผักตบชวาคนละ 3 ต้น ก็ไม่เชื่อ วินมอเตอร์ไซค์ปากซอยอุดมสุขถึงได้ตีกันจนมีคนตาย ขายหน้าต่างชาติจริงๆ”

พูดจบ นายกรัฐมนตรีของไทยก็เดินแหวกกลุ่มนักข่าวขึ้นไปสู่ตึกไทยคู่ฟ้า ปล่อยให้ผู้สื่อข่าวทั้งหญิงและชายอ้าปากค้างไปตามๆ กัน…

 

                 เรือดำน้ำนานกิง กองทัพเรือจีน ในความลึก 80 เมตร ใต้ผิวน้ำ

เสียงเคาะประตูห้องทำให้นาวาเอกหลูหยิงเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน

“เข้ามาได้”

“ขออนุญาตครับผู้การ”

นายทหารสื่อสารรายงนพร้อมกับชิดเท้าตรง

“มีคำสั่งด่วนที่เราเพิ่งได้รับจากการปล่อยทุ่นสัญญาณขึ้นสู่ผิวน้ำเมื่อ 10 นาทีที่แล้วครับ”

“งั้นหรือ”

ผู้บังคับการปลาเหล็กสัญชาติจีนพยักหน้า

“อ่านให้ผมฟังหน่อยว่าเขาต้องการให้เราทำอะไร”

“เรือดำน้ำนานกิง จากคณะเสนาธิการร่วม…”

นายทหารสื่อสารก้มลงถ่ายทอดข้อความที่อยู่บนมือ

“เครื่องบินขับไล่กองทัพจีน เรือสเตลล์ยิงตกในทะเลอันดามัน ประธานาธิบดีอนุมัติการตอบโต้ จึงให้เรือนานกิงเปลี่ยนเดินทางไปยังทะเลอันดามันบริเวณรอยต่อระหว่างน่านน้ำไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นให้ทำการโจมตีเพื่อทำลายเรือสเตลล์ ทั้งนี้ให้เรือนานกิงปล่อยทุ่นสัญญาณขึ้นมารับข้อมูลจากดาวเทียม ซึ่งจะรายงานตำบลที่ของเป้าหมายให้ทราบทุกต้นชั่วโมง”

เรือสเตลล์โจมตีเครื่องบินขับไล่จีนในทะเลอันดามัน…”

นาวาเอกหลูหยิงขมวดคิ้ว

“มันเป็นเรือของชาติไหนกันนะ ทำไมถึงอาญหาญยั่วยุมหาอำนาจอย่างจีนถึงขนาดนี้!”

**************************


 อ่านทุกตอนคลิ๊กที่รูป 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here