ความหิวของคนรวย (ตอนจบ)
……..

“ดีจังนะฮะ” เสียงผู้โดยสารว่า “ผมอายุพอๆ กับคุณ ใฝ่ฝันแค่อยากมีบ้าน แต่ไปขอกู้ธนาคารซื้อบ้านหลังแค่ล้านกว่ายังไม่ผ่าน จะกู้เงินมาเปิดร้านขายหนังสือก็ไม่ผ่าน เขาบอกว่าอาชีพผมรายได้ไม่ค่อยมั่นคง บริษัทคุณคงไม่เคยต้องกู้เงินธนาคารมาลงทุนขยายกิจการหรืออะไรทำนองนั้นใช่ไหม”

ตะวันถอนหายใจ แสดงท่าทางเบื่อหน่ายความเขลาของผู้ร่วมสนทนา “ถึงกู้ผมก็กู้ด้วยตัวเอง มันเป็นเครดิตของผม ไม่ได้ไปขอให้ใครช่วย ธนาคารไม่ใช่สถานสงเคราะห์นี่ฮะ จะให้ใครกู้ก็ต้องดูความเสี่ยงให้ใครมั่วซั่วได้ที่ไหน อย่ามาอ้างคนจนลำบากหน่อยเลยฮะ ใครก็ลำบากทั้งนั้น ชอบพูดกันจัง คนรวยๆ ที่ไม่เคยหิว ไม่มีวันเข้าใจว่าความหิวของคนจนเป็นยังไง แหม

“มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะเคลมว่ามีแต่ตัวเอง มีแต่คนจน ที่หิว ที่ลำบาก ที่จำเป็น ที่เดือดร้อน ผมมีเงินก็จริงแต่ผมก็ทำงานหนัก ผมก็เคยหิว คุณรู้ไหม เมื่อคืนก่อนผมทำงานตั้งแต่บ่ายจนค่ำ จนดึก จนทะลุเช้า เหนื่อยแสนเหนื่อย ไม่ได้กินข้าวสักคำเดียวเพราะไม่มีเวลา ลูกค้าเร่งงาน มันจวนจะหมดสัญญา ผมหิวจนท้องแสบร้อน ตาลายพร่าไปหมด แต่พอทำงานเสร็จก็เหนื่อยจนต้องฟุบคาโต๊ะไป เมียมาเห็นยังร้องโวยวายว่าจะพาไปหาหมอ เนี่ย คนรวยก็หิวเป็น เหนื่อยเป็น เครียดเป็น คนเรามันมีปัญหากันคนละอย่าง แต่หิวแล้ว เครียดแล้ว เราจัดการกับปัญหายังไงให้มันลุล่วง ไม่ใช่ไปสร้างความเดือดร้อน จี้ ปล้น ทำร้ายคนอื่น เพราะอย่างงั้น คนที่มัวมาหาข้ออ้างว่าตัวเองไม่มีโอกาสแล้วโทษสังคม โทษคนอื่น ผมไม่ยอมรับหรอก”

ชายเจ้าของรถหรูชำเลืองกระจกมองหลัง กระตุกยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่งเมื่อเห็นคนหนึ่งทำท่าไม่ค่อยพอใจ ถอนหายใจยาวแต่ไม่พูดอะไร ส่วนอีกคนจ้องมองเพ่งกลับมาที่กระจกด้วยสายตาดุดันจนน่าขนลุก

“ความหิวที่คุณรู้จัก มันคือความหิวที่กระเพาะอาหาร คุณไม่มีวันรู้จักความหิวที่กัดกินไปถึงหัวใจ ถึงวิญญาณ ความหิวกระหายที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะมีโอกาสได้กินอีก ความหิวที่ไร้ความหวังในชีวิต อับจนหนทาง ความหิวที่ทำให้ทั้งร่างกายสั่นเทิ้ม ปลายมือปลายเท้าสลับกันระหว่างร้อนเหมือนไฟเผา หนาวเหมือนกำลังจะเยือกแข็ง หน้ามืดตาลาย หวาดกลัวความไม่แน่นอนในชีวิต สัญชาตญาณกลัวตายในตัวมันจะพุ่งออกมาจากในนั้น สั่งให้เราทำทุกอย่างเพื่อให้รอด” เสียงนั้นดังก้องเยือกเย็นประหลาดๆ

ชายหนุ่มชุดหรูเย็นสันหลังเยือกแปลกๆ ตัวเริ่มสั่น ใจเต้นรัวระทึก ความรู้สึกกลัวทำให้เขาไม่อยากร่วมทางกับคนแปลกหน้าพวกนี้อีกแล้ว “นี่ คุณสองคน ข้างหน้านั่นก็ปากซอยแล้ว คุณลงตรงนี้กันได้ไหม พอดีผมลืมของ จะกลับเข้าไปในงาน”

“อย่าเพิ่งสิครับ” เสียงนั้นดังต่อมาจากข้างหลัง มองผ่านกระจกหลัง ดวงตานั้นกลมใหญ่ผิดปกติ และเหมือนจะขยายขึ้นอีก “ผมยังอธิบายไม่จบเลย ว่าความหิวจนถึงที่สุดของคนจนเป็นยังไง”

เจ้าของรถหรูกลืนน้ำลาย “เอาเถอะครับ ไว้คุยกันวันหลัง ตอนนี้ลงไปก่อน” เขาว่าพลางจะจอดรถลงข้างทาง แต่จู่ๆ ก็รู้สึกได้ถึงวัตถุเย็นๆ แตะที่ข้างลำคอจนสะดุ้งเฮือก

“คุณคงคิดว่า คนระดับคุณ ไม่มีอะไรต้องกลัว ทุกอย่างเอาชนะได้ด้วยความพยายาม วิ่งเต้นหาเส้นสายสักหน่อยทุกอย่างก็ราบรื่น เวลาที่คนส่วนใหญ่เดือดร้อน คุณก็ยังนอนกระดิกตีนกระดกเบียร์นำเข้า จิบไวน์ดูซีรีส์อยู่ได้อย่างสบายใจ นั่งมองพวกที่กำลังทุรนทุรายอยู่ข้างนอกผ่านกระจกห้องแอร์ อ่อนไหวลงบนโซเซียลเน็ตเวิร์กสักหน่อย ร้องไห้เหมือนเวลาที่ดูหนังชะตาชีวิตเศร้าๆ ของคนที่ด้อยโอกาส ก่นด่าเหี้ยอะไรสักอย่างที่คุณตัดสินให้ว่าเลวทรามต่ำช้า เพื่อให้ส่วนลึกในใจของคุณได้ดีใจที่ตัวเองไม่ใช่ทั้งเหยื่อและผู้ร้ายในฝั่งของโลกสมมตินั่น แล้วก็ถอนหายใจ สูดหายใจเอาพลังบวกเข้าสู่สมอง ไถหน้าจอดูส่วนลดที่พักโรงแรมหรูๆ สักแห่งสำหรับสุดสัปดาห์หน้า”

“คุณ…ต้องการอะไร” เสียงนั้นทั้งสั่นทั้งเพี้ยนเพราะความกลัว

“เริ่มเกี่ยวแล้วสินะฮะ นี่ไง คำตอบว่า ถ้าคนจนหิวจนถึงที่สุดแล้วจะเป็นยังไง ในสมองจะว่างเปล่า ไม่มีคำว่าคน คำว่าถูก หรือผิด มีแต่แรงผลักดันเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ ยิ่งเหลื่อมล้ำมาก คนอดอยากสิ้นหวังยิ่งมาก ในที่สุดคุณจะไว้ใจใครไม่ได้เลย แม้แต่พนักงานในบริษัท ทนายความประจำบ้าน เลขาหน้าห้องที่ทำงานให้คุณมาทั้งชีวิต ครูสอนโยคะ เทรนเนอร์ในฟิตเนส แม่บ้าน แม่ครัว หรือพี่เลี้ยงลูกชายคุณ”

“แต่ผมไว้ใจคุณได้นี่ ใช่ไหม” ชายหนุ่มเจ้าของรถเบนซ์สีทองพยายามใจดีสู้เสือ คลี่ยิ้มอ่อนโยน  “คุณเป็นเพื่อนคุณแอม แสดงว่าคุณเป็นคนดี เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง คนอ่านหนังสือเขียนหนังสือหัวใจจะอ่อนโยน ละเมียดละไมจริงไหม คุณเพิ่งได้รับรางวัลระดับประเทศ พรุ่งนี้จะมีข่าวออกเรื่องของคุณ”

“หึ” เสียงหัวเราะดังมาจากด้านหลัง จากกระจกมองหลัง คนขับเพิ่งเห็นว่า ชายอีกคนที่มาด้วยนั่งพิงเบาะหลับไปแล้ว ในขณะที่อีกคนหลบหายไปในเงามืดด้านหลังเบาะคนขับ

“ตอนที่ประธานขึ้นมอบรางวัล คุณได้เงยหน้ามองบนเวทีหรือเปล่าครับ จำได้ไหมว่าคนที่ได้รางวัลหน้าตาเป็นยังไง ชื่ออะไร แน่ใจไหมว่าคุณแอมเอ่ยชื่อเราสองคน แน่ใจแล้วใช่ไหม ว่าพวกเราเป็นเพื่อนกับคุณแอมจริงๆ ไม่ได้เพิ่งมาคุยกันในงานวรรณกรรมเมื่อกี้นี้เอง เช่นเดียวกับนักเขียนและคนอื่นๆ ที่พยายามพุ่งเข้าหาเจ้าของสำนักพิมพ์ดาวรุ่งพุ่งแรง ซูเปอร์คอนเนคชั่นหน้าตาสวยน่ารัก แถมยังเป็นมิตรอย่างนั้น”

ม่านตาดำของชายหนุ่มในชุดหรูขยายกว้างขึ้น เมื่อรู้สึกได้ว่าโลหะวัตถุเย็นเฉียบนั้นกดลึกลงไปในผิวเนื้อแรงขึ้นอีก เหงื่อกาฬไหลพลั่กทั้งตัว ตอนเสียงกระซิบข้างหูพูดว่าว่า “ผมชื่ออะไร จำไม่ได้ละสิ เพราะคนอย่างพวกผม ไม่เคยมีชื่อและใบหน้าให้คนระดับพวกคุณจดจำมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วนี่”

ชายหนุ่มเจ้าของรถตัดสินใจกระทืบเบรกจอดรถจอดเอี๊ยด ก่อนตะกายหนีถุงลมนิรภัย เปิดประตูออกจากรถ แต่เปิดยังไงก็เปิดไม่ออก

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ช่วยด้วยยยยย ช่วยด้วยยยยย ตำรวจ”

เขาร้องตะโกนโวยวายดังลั่น หยิบข้าวของใกล้มือโยนไปด้านหลังเบาะตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

“เฮ้ย เป็นเหี้ยไรวะคุณ” ชายที่นั่งหลับเมื่อครู่โวยวายขึ้นบ้าง ตื่นตกใจหน้าตาเลิ่กลั่ก

ชายหนุ่มเจ้าของรถตั้งสติ เงียบลงจนได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจ เขาเปิดไฟในรถดู และก็ต้องประหลาดใจ “ไอ้เหี้ยที่นั่งคู่มากับคุณตะกี้ไปไหนแล้ว”

ชายหนุ่มที่เบาะหลังงุนงง ส่ายหน้า “คุณบ้าหรือเมาเนี่ย ผมนั่งมาคนเดียวตั้งแต่แรกแล้ว ไม่มีใครนั่งมาด้วยเลยสักคน”#

……..

“ทำไมถึงไม่เอาเรื่องนี้ล่ะครับ เรื่องนี้ผมชอบ” วิทย์พูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “อุตส่าห์เอามาตั้งเป็นชื่อเล่มด้วยเลยนะเนี่ย”

บรรณาธิการผู้ดูแลรวมเรื่องสั้นชุด ความหิวของคนรวย ส่ายหน้า

“คุณรู้หรือแกล้งไม่รู้เนี่ย บทสนทนาของคุณมันไม่สมจริงเลย อ่านจบผมเห็นแต่ความอคติ เกลียดชัง มองโลกแคบ ถ้าปล่อยให้ออกไปจะเป็นผลเสียต่อตัวคุณเองมากกว่าที่จะดี เอาเรื่องใหม่มาให้ผมดูดีกว่า”

วิทย์ถอนหายใจ “แต่บทสนทนาในเรื่องนั้นจริงเกือบทุกคำนะครับ ผมกับโต้…”

พูดยังไม่ทันจบ บรรณาธิการผู้มีวัยวุฒิสูงกว่าก็รีบยกมือปราม “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มันจริงหรือไม่จริง”

ชายสูงวัยกว่าลุกขึ้นยืน โค้งตัวเท้าโต๊ะด้วยแขนซ้ายแล้วยกมือขวามาตบบ่าคนข้างหน้า “มันอยู่ที่ความสมจริงโว้ย เอ้า ค่อยว่ากัน ไปกับพี่ก่อน พี่หิวข้าวละ คนรวยคนจน หิวขึ้นมา แดกข้าวมันไก่ช่วยได้เสมอ ไปเว้ย มื้อนี้พี่เลี้ยงเอง”#.

(อ่านตอนแรก)——->>>> คลิ๊กเลย

    …………………………………………..

นทธี ศศิวิมล
เกิดและเติบโตที่ อ.เมือง จ.ตาก ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เขียนหนังสือได้หลายแนวทั้งนิยาย นิทาน เรื่องสั้น วรรณกรรมเด็ก เรื่องแนวสยองขวัญได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ มีการแปลและวางขายในต่างประเทศ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here